ผู้เขียน หัวข้อ: คู่มือเตรียมสอบ แนวข้อสอบกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กคส. ทุกตำแหน่ง ใหม่สุด 2561  (อ่าน 6345 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
จำหน่ายแนวข้อสอบ #กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ #กคส. #rlpd ตำแหน่ง #นักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ [คุณสราวุฒิ โทร. 087-7744915 / LINE ID. @t0877744915 / Email. testerth@hotmail.com]




เปิดสอบ สรุปหนังสือ คู่มือเตรียมสอบ แนวข้อสอบกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กคส. ทุกตำแหน่ง ใหม่ล่าสุด 2561

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ รวม 10 อัตรา (22 มี.ค. - 25 เม.ย. 2561)
ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
1. นักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ (ด้านส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ)    จำนวน 3 อัตรา
2. นักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ (ด้านกฎหมาย)    จำนวน 2 อัตรา
3. นักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ (ด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ)    จำนวน 5 อัตรา

อัตราเงินเดือน 15,000 - 16,500 บาท

* ผ่านภาค ก. ของสำนักงาน ก.พ.

รับสมัครสอบทางอินเทอร์เน็ต
วันที่ 22 มีนาคม - 25 เมษายน พ.ศ. 2561
ประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ
วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
อ่านประกาศ กคส. คลิ๊กที่นี่

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ทุกตำแหน่ง
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- ความรู้เกี่ยวกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
- แนวข้อสอบอำนาจหน้าที่และภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
- การจัดการความขัดแย้งโดยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชุมชน
- ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยเครือข่ายและอาสาสมัครคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเสริมสร้างความสมานฉันท์แห่งชาติ
- ระเบียบสำนักนายกว่าด้วยการจัดการร้องทุกข์ พ.ศ. 2552
- สรุปสาระสำคัญ พรบ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลย
- สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546
- สาระสำคัญของพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2553
(เลือกตามตำแหน่งที่สอบ)
- นักวิชาการยุติธรรม
- นักวิชาการยุติธรรม (ด้านสิทธิมนุษยชน)
- นักวิชาการยุติธรรม (ด้านภาษาอังกฤษ)
- นักวิชาการยุติธรรม (ด้านกฎหมาย)
- นักวิชาการยุติธรรม (ด้านส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ)
- นักวิชาการยุติธรรม (ด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ)
- นิติกร
- เจ้าพนักงานธุรการ
- เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป
- พนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ


ส่งเป็นไฟล์ PDF ทางอีเมล์ ราคา 399 บาท
ส่งเป็นหนังสือ EMS ทางไปรษณีย์ + VCD ราคา 999 บาท


รายละเอียดเพิ่มเติม และ ตัวอย่างข้อสอบ


*********************************************************************
สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ :
สราวุฒิ : 087-774-4915 [ LINE ID : @t0877744915 ] Link Line : http://line.me/ti/p/%40t0877744915
E-Mail : testerth@hotmail.com
Link Facebook : www.facebook.com/testerth

ขั้นตอนการสั่งซื้อ :
โอนเงินแล้วแจ้งทาง [ E-Mail / Facebook  / LINE / SMS ]
>> สิ่งที่ต้องแจ้งรายละเอียด <<
1. แจ้งเวลาที่โอน ( ดูที่ใบสลิปธนาคารเป็นหลัก )
2. แจ้งข้อสอบที่สั่งซื้อ
3. แจ้ง E-Mail (เอาเป็นไฟล์) / แจ้งชื่อที่อยู่ เบอร์โทร (เอาเป็นหนังสือ)

ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลพลาซ่า ขอนแก่น
ชื่อบัญชี นายสราวุฒิ สีตาแสง บัญชีออมทรัพย์ 871-2-12709-1

(PromptPay พร้อมเพย์) 0877744915

* เก็บสลิปไว้เป็นหลักฐาน อย่าทิ้งเด็ดขาด*
** แนะนำให้ใส่เศษสตางค์เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ เช่น 399.01, 399.25 เป็นต้น **

** ไฟล์ส่งภายในวันที่สั่งซื้อ จัดส่งตามคิว ไม่เกินเที่ยงคืน
*** หนังสือส่งทางไปรษณีย์ จัดพิมพ์ 1 วัน EMS ไม่เกิน 3 วัน
*********************************************************************



#testerth #กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ #แนวข้อสอบกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ #แนวข้อสอบ #ข้อสอบ #ไฟล์ข้อสอบ #หนังสือสอบ #คู่มือสอบ #คู่มือเตรียมสอบ #เปิดสอบ #ตัวอย่างข้อสอบ #เตรียมสอบ #หนังสือข้อสอบ #ติวข้อสอบ #เก็งข้อสอบ #สรุปข้อสอบ #สรุปหนังสือสอบ #ติวหนังสือสอบ #ข้อสอบงานราชการ #ข้อสอบข้าราชการ #ข้อสอบพนักงานราชการ #ข้อสอบลูกจ้างชั่วคราว #เปิดสอบงานราชการ #เปิดสอบข้าราชการ #เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป #เปิดสอบลูกจ้างชั่วคราว #เปิดสอบงานรัฐวิสาหกิจ #เปิดสอบพนักงานรัฐวิสาหกิจ #เปิดสอบพนักงาน #ข้อสอบงานรัฐวิสาหกิจ #ข้อสอบพนักงานรัฐวิสาหกิจ #ข้อสอบพนักงาน #ข้อสอบพร้อมเฉลย #ข้อสอบอัพเดทล่าสุด #ข้อสอบอัพเดทตลอด #ข้อสอบใหม่ล่าสุด #ข่าวเปิดสอบล่าสุด #ข้อสอบภาคก. #ข้อสอบภาคข. #ข้อสอบความรู้ #ข้อสอบเฉพาะตำแหน่ง #ข้อสอบปวช. #ข้อสอบปวท. #ข้อสอบปวส. #ข้อสอบปริญญาตรี #ข้อสอบปริญญาโท #ข้อสอบม.6 #ข้อสอบม.3 #ข้อสอบมัธยมศึกษา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 17, 2018, 08:32:21 PM โดย testerth »

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบพนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- ความรู้เกี่ยวกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
- ความรู้เกี่ยวกับกระทรวงยุติธรรม
- พรบ. อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาติทางราชการ พศ. 2558
- สรุปสาระสำคัญระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ
- แนวข้อสอบระเบียบงานสารบรรณ พ.ศ.2526 และแก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และแก้ไขเพิ่มเติม
- สรุป+แนวข้อสอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ.2547
- แนวข้อสอบความรู้การเมือง การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ประชาคมอาเซียน
- ความรู้เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
- แนวข้อสอบพนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
- ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน
- แนวข้อสอบ  พระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน  พ.ศ. 2542
- แนวข้อสอบ  อำนาจหน้าที่และภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550
- สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544
- สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546
- สิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
- แนวข้อสอบนักวิชาการยุติธรรมปฎิบัติการ
- สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ (ด้านสิทธิมนุษยชน) กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- ความรู้เกี่ยวกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
- แนวข้อสอบอำนาจหน้าที่และภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
- การจัดการความขัดแย้งโดยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชุมชน
- ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยเครือข่ายและอาสาสมัครคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเสริมสร้างความสมานฉันท์แห่งชาติ
- ระเบียบสำนักนายกว่าด้วยการจัดการร้องทุกข์ 2552
- สรุปสาระสำคัญ พรบ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลย
- สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546
- สาระสำคัญของพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ 2553
- สาระสำคัญของพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ 2553
- แนวข้อสอบนักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ (ด้านสิทธิมนุษยชน)



จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ (ด้านภาษาอังกฤษ) กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- ความรู้เกี่ยวกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
- แนวข้อสอบอำนาจหน้าที่และภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
- การจัดการความขัดแย้งโดยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชุมชน
- ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยเครือข่ายและอาสาสมัครคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเสริมสร้างความสมานฉันท์แห่งชาติ
- ระเบียบสำนักนายกว่าด้วยการจัดการร้องทุกข์ 2552
- สรุปสาระสำคัญ พรบ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลย
- สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546
- สาระสำคัญของพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ 2553
- สาระสำคัญของพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ 2553
- แนวข้อสอบนักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ (ด้านภาษาอังกฤษ)


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ (ด้านกฎหมาย) กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- ความรู้เกี่ยวกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
- แนวข้อสอบอำนาจหน้าที่และภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
- การจัดการความขัดแย้งโดยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชุมชน
- ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยเครือข่ายและอาสาสมัครคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเสริมสร้างความสมานฉันท์แห่งชาติ
- ระเบียบสำนักนายกว่าด้วยการจัดการร้องทุกข์ 2552
- สรุปสาระสำคัญ พรบ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลย
- สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546
- สาระสำคัญของพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ 2553
- สาระสำคัญของพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ 2553
- แนวข้อสอบนักวิชาการยุติธรรมปฏิบัติการ (ด้านกฎหมาย)



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 17, 2018, 07:08:04 PM โดย testerth »

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
1.สิทธิมนุษยชน คือ อะไร
ก.สิทธิของมนุษย์            ข.สิทธิของทุกอย่างในโลก
ค.สิทธิของคนในประเทศ       ง.สิทธิของมนุษย์ที่เกิดตอนอายุ 15 ปี
ตอบ ก.สิทธิของมนุษย์     

2.สนทิสัญญาสิทธิมนุษยชนมีกี่ ฉบับ
ก.1 ฉบับ       ข.2 ฉบับ
ค.3 ฉบับ       ง.4 ฉบับ
ตอบ ง.4 ฉบับ

3.ข้อใดที่ไม่ใช่สิทธิคุ้มครองเด็ก
ก.สิทธิที่จะอยู่รอด          ข.สิทธิที่จะได้รับความคุ้มครอง
ค.สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา       ง.สิทธิในการมีส่วนร่วมในการเมือง
ตอบ ง.สิทธิในการมีส่วนร่วมในการเมือง

4."ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ และเสรีภาพของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง" อยู่มาตราใด
ก.มาตรา 1       ข.มาตรา2
ค.มาตรา 4       ง.มาตรา5
ตอบ ค.มาตรา 4

5.วันสิทธิมนุษยชน คือ วันที่เท่าไร
ก.24 ธันวาคม        ข.23 ตุลาคม
ค.10 ธันวาคม    ง.4 ธันวาคม
ตอบ ค.10 ธันวาคม

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
ตัวอย่างแนวข้อสอบนักวิชาการยุติธรรมปฎิบัติการ (ด้านสิทธิมนุษยชน) กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

1.อะไร เป็นสิ่งที่ติดตัวมนุษย์มาแต่กำเนิดและติดตัวไปจนตาย
   1. กลไกคุ้มครอง         2. สิทธิมนุษยชน
   3. กฎหมาย            4. บัญญัติ ระเบียบ
ตอบ ข้อ 2.

2. กลไกการคุ้มครองสิทธิ คือ อะไร
1.   เครื่องมือสำหรับประชาชนหรือบุคคลใดๆที่ถูกละเมิดสิทธิ
2.   กฏหมายสำหรับประชาชน เพื่อรักษาซึ่งไว้ความยุติธรรม   
3.   บทบัญญัติของสังคม เพื่อให้สังคมรักษาสิทธิซึ่งกันและกัน
4.   สนธิสัญญาของประชาชน และรัฐ เพื่อการรักษาสิทธิ
ตอบ ข้อ 1.

3. ข้อใดคือประเภทของกลไกการคุ้มครองสิทธิ
   1. ประเภทที่เป็นทางการ      2.ประเภทที่ไม่เป็นทางการ   
   3. ประเภทจารีตประเพณี         4. ประเภทสนธิสัญญา
ตอบ ข้อ 2.

4.ด้านสิทธิมนุษยชน เป็นกฎหมายที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างใครกับใคร โดยไม่จำกัดเขตแดน
1.รัฐกับประชาชน         2.รัฐกับสิทธิ
3.รัฐกับปัจเจกบุคคล         4. ประชาชนกับสิทธิ
ตอบ ข้อ 3.

5.ข้อใดไม่ใช่ กลไกคุ้มครองสิทธิอยู่ในรูปของคณะกรรมการประจำสนธิสัญญานั้น
1. คณะกรรมการสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม   2.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
3.ข้อร้องเรียนตามกระบวนการ 1503   4.คณะกรรมการว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อคน
ตอบ ข้อ 4.

6.คณะกรรมการข้อใด มีฐานะเป็นหน่วยงานในเครือ ECOSOC มีความเป็นอิสระและไม่ได้เป็นตัวแทนของภาคีในกติกา
1. คณะกรรมการสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม   2.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
3.ข้อร้องเรียนตามกระบวนการ 1503   4.คณะกรรมการว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อคน
ตอบ ข้อ 1.

7. ข้อใด จัดตั้งขึ้นตามสมัชชาที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2006 แทนที่ Human Rights Commission
1. คณะกรรมการสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม   2.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
3.ข้อร้องเรียนตามกระบวนการ 1503   4.คณะกรรมการว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อคน
ตอบ ข้อ 3.

8. ข้อใดไม่ใช่ กลไกคุ้มครองตามกฎหมายภายในประเทศ
1.   กลไกที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550
2.   คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
3.   คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์
4.   คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
ตอบ ข้อ 3.

9. ข้อใด คือ กลไกการคุ้มครองสิทธิที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายอื่น
1.   กลไกที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550
2.   คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
3.   คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์
4.   คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
ตอบ ข้อ 3.

10. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตราใด ระบุว่าบุคคลย่อมมีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองตามกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึง
   1. มาตรา 39            2. มาตรา 40
   3. มาตรา 41            4. มาตรา 42
ตอบ ข้อ 2.

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
ตัวอย่างข้อสอบ อำนาจหน้าที่และภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550

1. เมื่อวันใดได้มีการประกาศบังคับใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. ๒๕๕๐
ก. วันที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ข. วันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ค. วันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐
ง. วันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ตอบ ข. วันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามรัฐธรรมนูญ๒๕๕๐
เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐มีการประกาศใช้บังคับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้บัญญัติเกี่ยวกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไว้ในมาตรา ๒๕๖ มาตรา ๒๕๗

2. รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ได้แบ่งองค์กรตามรัฐธรรมนูญออกเป็นกี่ประเภท
ก. แปดประเภท
ข. หกประเภท
ค. สี่ประเภท
ง. สองประเภท

ตอบ ง. สองประเภท
รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ได้แบ่งองค์กรตามรัฐธรรมนูญเป็น ๒ ประเภท ดังนี้
๑. องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มี ๔ องค์กร ดังนี้
๑.๑ คณะกรรมการการเลือกตั้ง
๑.๒ ผู้ตรวจการแผ่นดิน
๑.๓ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
๑.๔ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
๒. องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ มี ๓ องค์กร ดังนี้
๒.๑ องค์กรอัยการ
๒.๒ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
๒.๓ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ มิได้กำหนดไว้อย่างชัดเจน

3. องค์กรใดต่อไปนี้คือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
ก. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ข. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง
ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
ดูคำอธิบายข้อข้างต้น

4. องค์กรใดต่อไปนี้คือองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ
ก. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ข. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง
ง. คณะกรรมการส่วนราชการ

ตอบ ก. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ดูคำอธิบายข้อข้างต้น

5. ผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการต้องระวางโทษตามข้อใด
ก. ปรับไม่เกินสามหมื่นบาท
ข. ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท
ค. จำคุกไม่เกินหนึ่งปี
ง. จำคุกไม่เกินสองปี

ตอบ ค. จำคุกไม่เกินหนึ่งปี
มาตรา ๓๕ ผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา๓๒ (๒) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

6. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีชื่อย่อว่าอย่งไร
ก. คกช.
ข. กสม.
ค. กมช.
ง. คกม.

ตอบ ข. กสม.
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีชื่อย่อว่า กสม.

7. จากเดิมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีจำนวนคณะกรรมการทั้งหมด๑๑ คน ปัจจุบันได้มีการปรับให้เหลือเพียงเท่าใด
ก. ห้าคน
ข. เจ็ดคน
ค. เก้าคน
ง. สิบเอ็ดคน

ตอบ ข. เจ็ดคน
องค์ประกอบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)
กำหนดใคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีจำนวนลดลง จากเดิมที่มีรวมทั้งสิ้น ๑๑ คนให้เหลือเพียงเจ็ดคน ประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคน และกรรมการอื่นอีกหกคน

8. กระบวนการสรรหาและเลือกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ แตกต่างจากรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ในขั้นตอนใด
ก. องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา
ข. วิธีการสรรหาและคัดเลือก
ค. จำนวนผู้ได้รับเลือกเพื่อเสนอชื่อให้วุฒิสภา
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
กระบวนการสรรหาและการเลือกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ แตกต่างจากรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ทั้งในขั้นตอนของคณะกรรมการสรรหาคือองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา วิธีการสรรหาและคัดเลือก รวมทั้งจำนวนผู้ได้รับเลือกเพื่อเสนอชื่อให้วุฒิสภา และในขั้นตอนของวุฒิสภาจากเดิมที่ต้องมีมติเพื่อคัดเลือกผู้ได้รับการเสนอชื่อจากจำนวนยี่สิบสองคนให้เหลือสิบเอ็ดคน เป็นมีมติให้ความเห็นชอบผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการสรรหาจำนวนเจ็ดคน

9. บุคคลใดต่อไปนี้ที่สามารถเป็นคณะกรรมการสรรหากรรมการได้
ก. รองประธานศาลฎีกา
ข. รองประธานศาลปกครองสูงสุด
ค. อัยการสูงสุด
ง. ทนายความ

ตอบ ค. อัยการสูงสุด
คณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีจำนวนเจ็ดคน ประกอบด้วย
๑. ประธานศาลฎีกา
๒. ประธานศาลรัฐธรรมนูญ
๓. ประธานศาลปกครองสูงสุด
๔. ประธานสภาผู้แทนราษฎร
๕. ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
๖. บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือก จำนวนหนึ่งคน
๗. บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดคัดเลือก จำนวนหนึ่งคน
ทำหน้าที่สรรหาและคัดเลือกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) จำนวนเจ็ดคน ด้วยมติที่มีการลงคะแนนโดยเปิดเผยและมีคะแนนไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ แล้วเสนอรายชื่อผู้ได้รับเลือกพร้อมความยินยอมของผู้นั้นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อให้วุฒิสภามีมติให้ความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงข้างมากโดยวิธีลงคะแนนลับ

10. การพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคือข้อใด
ก. การลาออก
ข. ลาพักร้อนเกินกำหนด
ค. อายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์
ง. หยุดงานเกินสามวัน

ตอบ ค. อายุครบเจ็คสิบปีบริบูรณ์
การพ้นตำแหน่ง
นอกจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระและเหตุอื่นแล้ว รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ได้กำหนดเพิ่มเติมให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องพ้นจากตำแหน่งเมื่อมีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ด้วย

11. อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคือข้อใด
ก.  การเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ
ข.  การเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลยุติธรรม
ค.  การเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลแรงงาน
ง.  การเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลฎีกา

ตอบ       ก.  การเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ
อำนาจหน้าที่
                กำหนดให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่เพิ่มเติมจากรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ใน ๓ เรื่อง  ดังนี้
๑. การเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ  ในกรณีเห็นชอบตามที่มีผู้ร้องเรียนว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วย  รัฐธรรมนูญ
สำหรับบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามวรรคหนึ่งนั้น  หมายถึงกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติซึ่งตราขึ้นโดยองค์กรที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติหรือรัฐสภา  หรือกฎหมายที่ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติ  เช่น  พระราชกำหนดที่ได้รับการพิจารณาอนุมัติจากรัฐสภาแล้ว  เป็นต้น
๒. การเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครอง  ในกรณีที่เห็นชอบตามที่มีผู้ร้องเรียนว่ากฎ คำสั่ง  หรือการกระทำอื่นใดในทางปกครองกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและมีปัญหาที่เกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย
๓. การฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย  เมื่อได้รับการร้องขอจากผู้เสียหายและเป็นกรณีที่เห็นสมควรเพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนรวม
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช ๒๕๕๐  จึงเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่บัญญัติให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ในการเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง  รวมทั้งการฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหายได้  โดยให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง  และที่กฎหมายบัญญัติตามลำดับ

12. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราชใด  ที่เป็นฉบับแรกที่บัญญัติให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ในการเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง  รวมทั้งการฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหายได้
ก.  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช ๒๕๔๙
ข.  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช ๒๕๕๐
ค.  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช ๒๕๕๑
ง.  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช ๒๕๕๒

ตอบ       ข.  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช ๒๕๕๐
                ดูคำอธิบายข้อข้างต้น

13. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดแรกมีตำแหน่งครบวาระเมื่อวันที่เท่าใด
ก.  วันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐
ข.  วันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ค.  วันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐
ง.  วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๑๕๕๐

ตอบ       ง.  วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

14. คณะกรรมการสรรหา  ตำแหน่งประธานศาลฎีกาคือใคร
ก. นายวิรัช  สิ้มวิชัย
ข. นายชัช  ชลวร
ค. นายอัขราทร  จุฬารัตน
ง. นายชัย  ชิดชอบ

ตอบ       ก.  นายวิรัช  ลิ้มวิชัย
องค์ประกอบคณะกรรมการสรรหา
1.  ประธานศาลฎีกา                                                                                            นายวิรัช  ลิ้มวิชัย
2.  ประธานศาลรัฐธรรมนูญ                                                                             นายชัช  ชลวร
3.  ประธานศาลปกครองสูงสุด                                                                         นายอักขราทร  จุฬารัตน
4.  ประธานสภาผู้แทนราษฎร                                                                          นายชัย  ชิดชอบ
5.  ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร                                                              -
6.  บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือก                                   นายประยูร  มูลศาสตร์
7.  บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดคัดเลือก            นายธงชัย  ลำดับวงศ์

15. บุคคลใดต่อไปนี้มิใช่คณะกรรมการสรรหา
ก. นายชัย  ชิดชอบ
ข. นายชัช  ชลวร
ค. นายแท้จริง  ศิริพานิช
ง. นายธงชัย  ลำดับวงศ์

ตอบ       ค.  นายแท้จริง  ศิริพานิช
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 23, 2014, 02:17:17 PM โดย testerth »

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
1.      ประธานศาลอุทธรณ์ หมายถึงข้อใด
              ก.   อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์                                        ข.   ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้ใดผู้หนึ่งที่ได้รับเลือก
        ค.   อธิบดีผู้พิพากษาศาลฎีกา                                               ง.    ไม่มีข้อถูก

              คำตอบ  ก.  “ประธานศาลอุทธรณ์”  หมายความว่า อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลากร

2.      ข้าราชการศาลยุติธรรม หมายถึงใคร
              ก.   สมศรี เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล 3                                     ข.   สมชาย  ผู้ช่วยผู้พิพากษา
              ค.   สมเดช  เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรม 1                                  ง.    ข้อ ก. และ ค. ถูก

              คำตอบ  ง.  “ข้าราชการศาลยุติธรรม”  หมายความว่า ข้าราชการธุรการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ

3.      ข้าราชการตุลาการ หมายถึงใคร
              ก.   อนันต์  อธิบดีผู้พิพากษา                                                ข.   อรุณ  ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น
              ค.   อดิศร  ผู้ช่วยผู้พิพากษา                                                  ง.    ถูกทุกข้อ

              คำตอบ  ง.  “ข้าราชการตุลากร”  หมายความว่า ข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ

4.      ข้อใดมิใช่ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม
              ก.   กนิษฐา  ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์                                    ข.   กรกนก  เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรม 3
              ค.   กษมา  ลูกจ้างชั่วคราว                                                     ง.    ถูกทุกข้อ

              คำตอบ  ค.  “ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม”  หมายความว่า ข้าราชการฝ่ายตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ

5.      คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม เรียกโดยย่อว่าอะไร
              ก.   ก.ศ.                                                                                     ข.   ก.บ.ศ.
              ค.   ค.บ.ศ.                                                                                 ง.    ค.บ.ศ.

              คำตอบ  ข.  “ก.บ.ศ.”  หมายความว่า คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม

6.      คณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม  เรียกโดยย่อว่าอะไร
              ก.   ก.ศ.                                                                                    ข.   ก.บ.ศ.
              ค.   ค.ข.ศ.                                                                                 ง.    ก.ข.ศ.

              คำตอบ  ก.  “ก.ศ.”  หมายความว่า คณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม

7.      ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับสำนักงานศาลยุติธรรม
              ก.   เป็นหน่วยงานอิสระ                                                       ข.   มีฐานะเป็นนิติบุคคล
              ค.   เป็นรัฐวิสาหกิจ                                                             
              ง.   การแบ่งส่วนราชการภายในและการกำหนดอำนาจหน้าที่ให้ทำเป็นประกาศ ก.บ.ศ.

              คำตอบ  ค.  ให้มีสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นส่วนราชการที่เป็นหน่วยงานอิสระ มีฐานะเป็นนิติบุคคลการแบ่งส่วนราชการภายในของสำนักงานศาลยุติธรรมและการกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการนั้น ให้ทำเป็นประกาศ ก.บ.ศ. ประกาศตามวรรคสอง เมื่อได้รับความเห็นชอบจากประธานศาลฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

8.      สำนักงานศาลยุติธรรมมีหน้าที่อะไร
              ก.   งานธุรการของศาลยุติธรรม                                          ข.   งานส่งเสริมงานตุลาการ
              ค.   งานวิชาการของศาลยุติธรรม                                        ง.    ถูกทุกข้อ       

              คำตอบ  ง.  สำนักงานศาลยุติธรรมมีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานธุรการของศาลยุติธรรม งานส่งเสริมงานตุลาการ และงานวิชาการ ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้แก่ศาลยุติธรรม รวมทั้งเสริมสร้างให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

9.      ข้อใดเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำศาลยุติธรรมที่จะต้องรับผิดชอบ
              ก.   งานธุรการ                                                                        ข.   งานช่วยค้นคว้าทางวิชาการแก่ผู้พิพากษา
              ค.   ประสานงานกับส่วนราชการต่างๆ                             ง.    ถูกทุกข้อ

              คำตอบ  ง.  ให้สำนักงานศาลยุติธรรมจัดให้มีเจ้าหน้าที่ประจำศาลยุติธรรมทุกแห่ง ให้เพียงพอที่จะรับผิดชอบงานธุรการ  งานช่วยค้นคว้าทางวิชาการแก่ผู้พิพากษา  รวมตลอดทั้งการประสานงานกับส่วนราชการต่างๆ และงานอื่นใดตามที่ศาลยุติธรรมมอบหมาย

10.      ใครมีหน้าที่ควบคุมดูแลราชการโดยทั่วไปของสำนักงานศาลยุติธรรม
              ก.   ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ                                                  ข.   เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม
              ค.   ผู้อำนวยการศาลยุติธรรม                                               ง.    จ่าศาล

              คำตอบ  ข.  ให้มีเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นข้าราชการศาลยุติธรรม ขึ้นตรงต่อประธานศาลฎีกามีหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งราชการของสำนักงานศาลยุติธรรมให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ รวมทั้งระเบียบ ประกาศ และมติของ ก.บ.ศ.  และเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสำนักงานศาลยุติธรรม โดยมีรองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติราชการ

11.      บุคคลใดเป็นผู้แทนของสำนักงานศาลยุติธรรมในกิจการของสำนักงานศาลยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก
              ก.   ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ                                                  ข.   เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม
              ค.   ผู้อำนวยการศาลยุติธรรม                                               ง.    จ่าศาล

              คำตอบ  ข.  ในกิจการของสำนักงานศาลยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก ให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นผู้แทนของสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อการนี้  เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมจะมอบหมายให้บุคคลใดปฏิบัติราชการเฉพาะอย่างแทนก็ได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามระเบียบที่ ก.บ.ศ. กำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

12.      ข้อใดเป็นประธานคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
              ก.   ประธานศาลฎีกา                                                             ข.   อธิบดีศาลอุทธรณ์
              ค.   ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น                                                     ง.    ข้อ  ก. และ  ข. ถูก

              คำตอบ  ก.  คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม เรียกโดยย่อว่า  “ก.บ.ศ”  มีประธานศาลฎีกาเป็นประธานกรรมการบริหารศาลยุติธรรม

13.      กรรมการบริหารศาลยุติธรรมข้อใดกล่าวถูกต้อง
              ก.   เลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาได้
              ข.   เลือกจากข้าราชการตุลาการในศาลฎีกา จำนวน 4 คน
              ค.   เลือกจากข้าราชการตุลาการในศาลอุทธรณ์ จำนวน 4 คน
              ง.   เลือกจากข้าราชการตุลาการในศาลชั้นต้น จำนวน 4 คน

              คำตอบ  ก.  ให้มีคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมคณะหนึ่งเรียกโดยย่อว่า “ก.บ.ศ.” ประกอบด้วย
(1)    ประธานศาลฎีกาเป็นประธานกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
(2)    กรรมการบริหารศาลยุติธรรมซึ่งข้าราชการตุลาการเว้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาเป็นผู้เลือกจากข้าราชการตุลาการในแต่ละชั้นศาล ดังต่อไปนี้
(ก)    ศาลฎีกา ให้เลือกจากข้าราชการตุลาการที่ดำรงตำแหน่งในศาลฎีกาในตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา  จำนวน 4 คน
(ข)    ศาลอุทธรณ์  ให้เลือกจากข้าราชการตุลาการที่ดำรงตำแหน่งในศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาคในตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ หรือผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาคจำนวน 4 คน
(ค)    ศาลชั้นต้น ให้เลือกจากข้าราชการตุลาการผู้มีอาวุโสสูงสุด 100 คนแรกที่ดำรงตำแหน่งในศาลชั้นต้น และซึ่งมิใช่ข้าราชการตุลาการที่ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส     จำนวน 4 คน
(3)    กรรมการบริหารศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิด้านการงบประมาณ ด้านการพัฒนาองค์กร หรือด้านการบริหารและการจัดการซึ่งประธานกรรมการบริหารศาลยุติธรรม และกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
(2) เป็นผู้เลือกจากบุคคลซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตุลาการหรือข้าราชการศาลยุติธรรม จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คน แต่ไม่เกิน 4 คน

14.      กรรมการบริหารศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ากี่ปี
              ก.   35  ปี                                                                                  ข.   40  ปี
              ค.   45  ปี                                                                                  ง.    50  ปี

              คำตอบ  ข.  กรรมการบริหารศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(1)    มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(2)    มีอายุไม่ต่ำกว่า  40  ปีบริบูรณ์
(3)    ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาสมาชิกสภาท้องถิ่น  หรือผู้บริหารท้องถิ่น
(4)    ไม่เป็นสมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นของพรรคการเมือง
(5)    ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้  ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคติดต่อร้ายแรง
(6)    ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งให้พักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมหรือตามกฎหมายอื่น
(7)    ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
(8)    ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(9)    ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกเพราะกระทำผิดวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมหรือตามกฎหมายอื่น

15.      กรรมการบริหารศาลยุติธรรมมีวาระคราวละกี่ปี
              ก.   1  ปี                                                                                     ข.   2  ปี
              ค.   4  ปี                                                                                     ง.    5  ปี

              คำตอบ  ข.  กรรมการบริหารศาลยุติธรรมมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

16.      กรณีเป็นที่สงสัยเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการบริหารศาลยุติธรรมต้องให้ใครเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด
              ก.   ประธานศาลฎีกา                                                             ข.   อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์
              ค.   ก.บ.ศ.                                                                                 ง.    ก.ศ.

              คำตอบ  ค.  ในกรณีเป็นที่สงสัยเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ให้ก.บ.ศ.  เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

17.      กรณีที่กรรมการบริหารศาลยุติธรรมจะต้องจัดให้มีการเลือกกรรมการบริหารศาลยุติธรรมแทนตำแหน่งที่ว่างภายในกี่วัน
              ก.   7  วัน                                                                                  ข.   15 วัน
              ค.   30  วัน                                                                                ง.    60  วัน

              คำตอบ  ก.  ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่างลง ไม่ว่าเพราะเหตุใดและวาระการอยู่ในตำแหน่งที่ว่างลงนั้นเหลือไม่น้อยกว่า 90 วัน  ให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินการให้มีการเลือกกรรมการบริหารศาลยุติธรรมแทนตำแหน่งที่ว่างภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ตำแหน่งดังกล่าวว่างลงและให้ผู้ได้รับเลือกอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

18.      ข้อใดเป็นอำนาจของ ก.บ.ศ.
              ก.   ให้ความเห็นชอบในการเสนอร่างกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารราชการและการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนของศาลยุติธรรมต่อคณะรัฐมนตรี
ข.    ให้ความเห็นชอบในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายในการบริหารราชการของศาลยุติธรรม
ค.    วินิจฉัยชี้ขาดคดีกรณีที่มีการขัดแย้งกันระหว่างศาล
ง.     ข้อ  ก.  และ  ข.  ถูก

              คำตอบ  ง.  ก.บ.ศ.  มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลการบริหารราชการศาลยุติธรรมในส่วนที่เกี่ยวกับงานบริหารราชการและงานธุรการของสำนักงานศาลยุติธรรม ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ แบบแผน และประเพณีปฏิบัติของทางราชการศาลยุติธรรม โดยให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1)    ออกระเบียบหรือประกาศ หรือมีมติเพื่อการบริหารราชการศาลยุติธรรมในส่วนที่เกี่ยวกับงานบริหารราชการและงานธุรการของสำนักงานศาลยุติธรรมให้เป็นไปตามนโยบายของประธานศาลฎีการวมทั้งมีอำนาจยับยั้งการบริหารราชการของศาลยุติธรรมหรือสำนักงานศาลยุติธรรมที่ไม่เป็นไปตาม
ระเบียบ ประกาศ หรือมตินั้นด้วย
(2)    ให้ความเห็นชอบในการเสนอร่างกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารราชการและการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนของศาลยุติธรรมต่อคณะรัฐมนตรี
(3)    พิจารณาให้ความเห็นชอบในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายในการบริหารราชการของศาลยุติธรรมและสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อดำเนินการตามมาตรา 32
(4)    พิจารณาให้ความเห็นชอบในการบริหารจัดการงบประมาณและการพัสดุของศาลยุติธรรมและสำนักงานศาลยุติธรรม
(5)    การกำหนดวันทำงาน  วันหยุดราชการตามประเพณี  วันหยุดราชการประจำปี และการลาหยุดราชการของข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม และลูกจ้างของสำนักงานศาลยุติธรรม
(6)    กำหนดให้มีตราสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายใดเพื่อใช้ในการบริหารราชการศาลยุติธรรมรวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการทำและใช้ตราสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายนั้นไว้ด้วย
(7)    แต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลให้ทำการใดๆ แทน และกำหนดอัตราเบี้ยประชุมหรือค่าตอบแทนให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้ง
(8)    กำกับดูแลการบริหารราชการศาลยุติธรรมให้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น
(9)    ปฏิบัติการอื่นใดตามที่มีกฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ ก.บ.ศ.

19.      ใครไม่ได้เป็นกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรมโดยตำแหน่ง
              ก.   ประธานศาลอุทธรณ์                                                      ข.   อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์
              ค.   เลขาธิการ ก.พ.                                                                 ง.    เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม

              คำตอบ  ข.  ให้มีคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรมคณะหนึ่งเรียกโดยย่อว่า  “ก.ศ.”  ประกอบด้วย
(1)    รองประธานศาลฎีกาซึ่งมีอาวุโสสูงสุดเป็นประธาน ประธานศาลอุทธรณ์  เลขาธิการ ก.พ.และเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
(2)    ข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมชั้นศาลละ 1 คน
(3)    ข้าราชการศาลยุติธรรมผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 8 ขึ้นไป ซึ่งได้รับเลือกจากข้าราชการศาลยุติธรรมที่ดำรงตำแหน่งระดับ 6 ขึ้นไป จำนวน 5 คน และ
(4)    ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาองค์กร ด้านการบริหารงานบุคคล หรือด้านการบริหารและการจัดการ ซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตุลาการหรือข้าราชการศาลยุติธรรม และมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่ ก.บ.ศ. กำหนด ซึ่งกรรมการตาม (1) (2) และ (3) เป็นผู้เลือกจำนวนไม่เกิน
3 คนให้ ก.ศ. แต่งตั้งข้าราชการศาลยุติธรรมเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ

20.      ข้อใดมิใช่อำนาจของ ก.ศ.
              ก.   กำหนดวันทำงาน วันหยุดราชการของข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม
              ข.   กำหนดคุณสมบัติ การคัดเลือก บรรจุแต่งตั้งข้าราชการศาลยุติธรรม
              ค.   การจัดสวัสดิการแก่ข้าราชการศาลยุติธรรม
              ง.   ไม่มีข้อถูก

              คำตอบ  ก.  ให้ ก.ศ. มีอำนาจออกระเบียบหรือประกาศเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล และการอื่นของสำนักงานศาลยุติธรรม ในเรื่องดังต่อไปนี้
(1)    การกำหนดคุณสมบัติ การคัดเลือก การบรรจุ การแต่งตั้ง การทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
              การพัฒนา การย้าย การเลื่อนตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน การออกจากราชการ
              การสั่งพักราชการ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน วินัยการสอบสวนและการลงโทษทางวินัย
              การร้องทุกข์ และการอุทธรณ์ การลงโทษสำหรับข้าราชการศาลยุติธรรม
(2)    การรักษาราชการแทนและกากรปฏิบัติราชการแทนในตำแหน่งของข้าราชการศาลยุติธรรม
(3)    การกำหนดเครื่องแบบและการแต่งกายของข้าราชการศาลยุติธรรม
(4)    การจ้างและการแต่งตั้งบุคคลเพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือเป็นผู้ชำนาญการเฉพาะด้าน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของศาลยุติธรรม รวมทั้งกำหนดอัตราค่าตอบแทนการจ้างด้วย
(5)    การแต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินกิจการใดๆ ตามแต่จะมอบหมาย
(6)    การจัดสวัสดิการหรือการสงเคราะห์อื่นแก่ราชการศาลยุติธรรม
(7)    การรักษาทะเบียนประวัติและควบคุมการเกษียณอายุของข้าราชการศาลยุติธรรม
(8)    การกำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการจ้างลูกจ้างของสำนักงานศาลยุติธรรม รวมทั้งการกำหนดเครื่องแบบ การแต่งกาย และการจัดสวัสดิการหรือการสงเคราะห์อื่นของลูกจ้างของสำนักงานศาลยุติธรรม
(9)    การกำหนดกิจการอื่นอันจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคล

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
ตัวอย่างแนวข้อสอบพนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
      
1. เมื่อวันใดได้มีการประกาศบังคับใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐
ก.  วันที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ข.  วันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ค.  วันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐
ง.  วันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ตอบ       ข.  วันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐
                เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ มีการประกาศใช้บังคับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐  และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้บัญญัติเกี่ยวกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไว้ใน มาตรา ๒๕๖  มาตรา ๒๕๗

2. รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐  ได้แบ่งองค์กรตามรัฐธรรมนูญออกเป็นกี่ประเภท
ก. แปดประเภท
ข. หกประเภท
ค. สี่ประเภท
ง. สองประเภท

ตอบ       ง.  สองประเภท
                รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐  ได้แบ่งองค์กรตามรัฐธรรมนูญเป็น ๒ ประเภท  ดังนี้
๑. องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ  มี ๔ องค์กร  ดังนี้
๑.๑  คณะกรรมการการเลือกตั้ง
๑.๒  ผู้ตรวจการแผ่นดิน
๑.๓  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
๑.๔  คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
๒. องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ  มี ๓ องค์กร  ดังนี้
๒.๑  องค์กรอัยการ
๒.๒  คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
๒.๓  สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
                รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐  มิได้กำหนดไว้อย่างชัดเจน

3. องค์กรใดต่อไปนี้คือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
ก.  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ข.  คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
ค.  คณะกรรมการการเลือกตั้ง
ง.  ถูกทุกข้อ

ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ
                ดูคำอธิบายข้อข้างต้น

4. องค์กรใดต่อไปนี้คือองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ
ก.  คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ข.  คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
ค.  คณะกรรมการการเลือกตั้ง
ง.  คณะกรรมการส่วนราชการ

ตอบ       ก.  คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
                ดูคำอธิบายข้อข้างต้น

5. ผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการต้องระวางโทษตามข้อใด
ก. ปรับไม่เกินสามหมื่นบาท
ข. ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท
ค. จำคุกไม่เกินหนึ่งปี
ง. จำคุกไม่เกินสองปี

ตอบ       ค.  จำคุกไม่เกินหนึ่งปี
                มาตรา ๓๕  ผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๓๒ (๒) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

6. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  มีชื่อย่อว่าอย่งไร
ก. คกช.
ข. กสม.
ค. กมช.
ง. คกม.

ตอบ       ข.  กสม.
                คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  มีชื่อย่อว่า  กสม.

7. จากเดิมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีจำนวนคณะกรรมการทั้งหมด ๑๑ คน  ปัจจุบันได้มีการปรับให้เหลือเพียงเท่าใด
ก. ห้าคน
ข. เจ็ดคน
ค. เก้าคน
ง. สิบเอ็ดคน

ตอบ       ข.  เจ็ดคน
องค์ประกอบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
                กำหนดใคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีจำนวนลดลง  จากเดิมที่มีรวมทั้งสิ้น ๑๑ คน ให้เหลือเพียงเจ็ดคน  ประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคน  และกรรมการอื่นอีกหกคน

8. กระบวนการสรรหาและเลือกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)  ตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ แตกต่างจาก รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ในขั้นตอนใด
ก.  องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา
ข.  วิธีการสรรหาและคัดเลือก
ค.  จำนวนผู้ได้รับเลือกเพื่อเสนอชื่อให้วุฒิสภา
ง.  ถูกทุกข้อ

ตอบ       ง.  ถูกทุกข้อ
                กระบวนการสรรหาและการเลือกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ แตกต่างจากรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐  ทั้งในขั้นตอนของคณะกรรมการสรรหา คือองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา  วิธีการสรรหาและคัดเลือก  รวมทั้งจำนวนผู้ได้รับเลือกเพื่อเสนอชื่อให้วุฒิสภา  และในขั้นตอนของวุฒิสภาจากเดิมที่ต้องมีมติเพื่อคัดเลือกผู้ได้รับการเสนอชื่อจากจำนวนยี่สิบสองคนให้เหลือสิบเอ็ดคน  เป็นมีมติให้ความเห็นชอบผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการสรรหาจำนวนเจ็ดคน

9. บุคคลใดต่อไปนี้ที่สามารถเป็นคณะกรรมการสรรหากรรมการได้
ก. รองประธานศาลฎีกา
ข. รองประธานศาลปกครองสูงสุด
ค. อัยการสูงสุด
ง. ทนายความ

ตอบ       ค.  อัยการสูงสุด
คณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  มีจำนวนเจ็ดคน  ประกอบด้วย
๑. ประธานศาลฎีกา
๒. ประธานศาลรัฐธรรมนูญ
๓. ประธานศาลปกครองสูงสุด
๔. ประธานสภาผู้แทนราษฎร
๕. ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
๖. บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือก  จำนวนหนึ่งคน
๗. บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดคัดเลือก  จำนวนหนึ่งคน
ทำหน้าที่สรรหาและคัดเลือกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จำนวนเจ็ดคน  ด้วยมติที่มีการลงคะแนนโดยเปิดเผยและมีคะแนนไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่  แล้วเสนอรายชื่อผู้ได้รับเลือกพร้อมความยินยอมของผู้นั้นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อให้วุฒิสภามีมติให้ความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงข้างมากโดยวิธีลงคะแนนลับ

10. การพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคือข้อใด
ก. การลาออก
ข. ลาพักร้อนเกินกำหนด
ค. อายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์
ง. หยุดงานเกินสามวัน

ตอบ       ค.  อายุครบเจ็คสิบปีบริบูรณ์
การพ้นตำแหน่ง
                นอกจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระและเหตุอื่นแล้ว  รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ได้กำหนดเพิ่มเติมให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องพ้นจากตำแหน่งเมื่อมีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ด้วย

11. อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคือข้อใด
ก.  การเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ
ข.  การเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลยุติธรรม
ค.  การเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลแรงงาน
ง.  การเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลฎีกา

ตอบ       ก.  การเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ
อำนาจหน้าที่
                กำหนดให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่เพิ่มเติมจากรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ใน ๓ เรื่อง  ดังนี้
๑. การเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ  ในกรณีเห็นชอบตามที่มีผู้ร้องเรียนว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วย  รัฐธรรมนูญ
สำหรับบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามวรรคหนึ่งนั้น  หมายถึงกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติซึ่งตราขึ้นโดยองค์กรที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติหรือรัฐสภา  หรือกฎหมายที่ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติ  เช่น  พระราชกำหนดที่ได้รับการพิจารณาอนุมัติจากรัฐสภาแล้ว  เป็นต้น
๒. การเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครอง  ในกรณีที่เห็นชอบตามที่มีผู้ร้องเรียนว่ากฎ คำสั่ง  หรือการกระทำอื่นใดในทางปกครองกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและมีปัญหาที่เกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย
๓. การฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย  เมื่อได้รับการร้องขอจากผู้เสียหายและเป็นกรณีที่เห็นสมควรเพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนรวม
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช ๒๕๕๐  จึงเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่บัญญัติให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ในการเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง  รวมทั้งการฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหายได้  โดยให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง  และที่กฎหมายบัญญัติตามลำดับ

12. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราชใด  ที่เป็นฉบับแรกที่บัญญัติให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ในการเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง  รวมทั้งการฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหายได้
ก.  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช ๒๕๔๙
ข.  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช ๒๕๕๐
ค.  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช ๒๕๕๑
ง.  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช ๒๕๕๒

ตอบ       ข.  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช ๒๕๕๐
                ดูคำอธิบายข้อข้างต้น

13. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดแรกมีตำแหน่งครบวาระเมื่อวันที่เท่าใด
ก.  วันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐
ข.  วันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ค.  วันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐
ง.  วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๑๕๕๐

ตอบ       ง.  วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

14. คณะกรรมการสรรหา  ตำแหน่งประธานศาลฎีกาคือใคร
ก. นายวิรัช  สิ้มวิชัย
ข. นายชัช  ชลวร
ค. นายอัขราทร  จุฬารัตน
ง. นายชัย  ชิดชอบ

ตอบ       ก.  นายวิรัช  ลิ้มวิชัย
องค์ประกอบคณะกรรมการสรรหา
 1.  ประธานศาลฎีกา                                                                                            นายวิรัช  ลิ้มวิชัย
 2.  ประธานศาลรัฐธรรมนูญ                                                                             นายชัช  ชลวร
 3.  ประธานศาลปกครองสูงสุด                                                                         นายอักขราทร  จุฬารัตน
 4.  ประธานสภาผู้แทนราษฎร                                                                          นายชัย  ชิดชอบ
 5.  ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร                                                              -
 6.  บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือก                                   นายประยูร  มูลศาสตร์
 7.  บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดคัดเลือก            นายธงชัย  ลำดับวงศ์

15. บุคคลใดต่อไปนี้มิใช่คณะกรรมการสรรหา
ก. นายชัย  ชิดชอบ
ข. นายชัช  ชลวร
ค. นายแท้จริง  ศิริพานิช
ง. นายธงชัย  ลำดับวงศ์

ตอบ       ค.  นายแท้จริง  ศิริพานิช

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
ตัวอย่างแนวข้อสอบ อำนาจหน้าที่และภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

1. เมื่อวันใดได้มีการประกาศบังคับใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. ๒๕๕๐
ก. วันที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ข. วันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
ค. วันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐
ง. วันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ตอบ ข. วันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามรัฐธรรมนูญ๒๕๕๐
เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐มีการประกาศใช้บังคับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้บัญญัติเกี่ยวกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไว้ในมาตรา ๒๕๖ มาตรา ๒๕๗

2. รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ได้แบ่งองค์กรตามรัฐธรรมนูญออกเป็นกี่ประเภท
ก. แปดประเภท
ข. หกประเภท
ค. สี่ประเภท
ง. สองประเภท

ตอบ ง. สองประเภท
รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ได้แบ่งองค์กรตามรัฐธรรมนูญเป็น ๒ ประเภท ดังนี้
๑. องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มี ๔ องค์กร ดังนี้
๑.๑ คณะกรรมการการเลือกตั้ง
๑.๒ ผู้ตรวจการแผ่นดิน
๑.๓ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
๑.๔ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
๒. องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ มี ๓ องค์กร ดังนี้
๒.๑ องค์กรอัยการ
๒.๒ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
๒.๓ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ มิได้กำหนดไว้อย่างชัดเจน

3. องค์กรใดต่อไปนี้คือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
ก. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ข. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง
ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
ดูคำอธิบายข้อข้างต้น

4. องค์กรใดต่อไปนี้คือองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ
ก. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ข. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง
ง. คณะกรรมการส่วนราชการ

ตอบ ก. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ดูคำอธิบายข้อข้างต้น

5. ผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการต้องระวางโทษตามข้อใด
ก. ปรับไม่เกินสามหมื่นบาท
ข. ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท
ค. จำคุกไม่เกินหนึ่งปี
ง. จำคุกไม่เกินสองปี

ตอบ ค. จำคุกไม่เกินหนึ่งปี
มาตรา ๓๕ ผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา๓๒ (๒) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

6. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีชื่อย่อว่าอย่งไร
ก. คกช.
ข. กสม.
ค. กมช.
ง. คกม.

ตอบ ข. กสม.
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีชื่อย่อว่า กสม.

7. จากเดิมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีจำนวนคณะกรรมการทั้งหมด๑๑ คน ปัจจุบันได้มีการปรับให้เหลือเพียงเท่าใด
ก. ห้าคน
ข. เจ็ดคน
ค. เก้าคน
ง. สิบเอ็ดคน

ตอบ ข. เจ็ดคน
องค์ประกอบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)
กำหนดใคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีจำนวนลดลง จากเดิมที่มีรวมทั้งสิ้น ๑๑ คนให้เหลือเพียงเจ็ดคน ประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคน และกรรมการอื่นอีกหกคน

8. กระบวนการสรรหาและเลือกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ แตกต่างจากรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ในขั้นตอนใด
ก. องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา
ข. วิธีการสรรหาและคัดเลือก
ค. จำนวนผู้ได้รับเลือกเพื่อเสนอชื่อให้วุฒิสภา
ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
กระบวนการสรรหาและการเลือกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ แตกต่างจากรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ทั้งในขั้นตอนของคณะกรรมการสรรหาคือองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา วิธีการสรรหาและคัดเลือก รวมทั้งจำนวนผู้ได้รับเลือกเพื่อเสนอชื่อให้วุฒิสภา และในขั้นตอนของวุฒิสภาจากเดิมที่ต้องมีมติเพื่อคัดเลือกผู้ได้รับการเสนอชื่อจากจำนวนยี่สิบสองคนให้เหลือสิบเอ็ดคน เป็นมีมติให้ความเห็นชอบผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการสรรหาจำนวนเจ็ดคน

9. บุคคลใดต่อไปนี้ที่สามารถเป็นคณะกรรมการสรรหากรรมการได้
ก. รองประธานศาลฎีกา
ข. รองประธานศาลปกครองสูงสุด
ค. อัยการสูงสุด
ง. ทนายความ

ตอบ ค. อัยการสูงสุด
คณะกรรมการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีจำนวนเจ็ดคน ประกอบด้วย
๑. ประธานศาลฎีกา
๒. ประธานศาลรัฐธรรมนูญ
๓. ประธานศาลปกครองสูงสุด
๔. ประธานสภาผู้แทนราษฎร
๕. ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
๖. บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือก จำนวนหนึ่งคน
๗. บุคคลซึ่งที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดคัดเลือก จำนวนหนึ่งคน
ทำหน้าที่สรรหาและคัดเลือกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) จำนวนเจ็ดคนด้วยมติที่มีการลงคะแนนโดยเปิดเผยและมีคะแนนไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่แล้วเสนอรายชื่อผู้ได้รับเลือกพร้อมความยินยอมของผู้นั้นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อให้วุฒิสภามีมติให้ความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงข้างมากโดยวิธีลงคะแนนลับ

10. การพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคือข้อใด
ก. การลาออก
ข. ลาพักร้อนเกินกำหนด
ค. อายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์
ง. หยุดงานเกินสามวัน

ตอบ ค. อายุครบเจ็คสิบปีบริบูรณ์
การพ้นตำแหน่ง
นอกจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระและเหตุอื่นแล้ว รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ได้กำหนดเพิ่มเติมให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องพ้นจากตำแหน่งเมื่อมีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ด้วย

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป รวม 7 อัตรา (15 - 25 ต.ค. 2558)

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดรับสมัครคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ รวม 1 อัตรา (2 พ.ค. - 18 พ.ค. 2559)

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ รวม 10 อัตรา (22 มี.ค. - 25 เม.ย. 2561)

 

ข้อสอบไทย แหล่งรวมข้อสอบราชการทุกหน่วยงาน ข่าวการเปิดสอบราชการ จากทีมงาน ชีทไทย.คอม