ผู้เขียน หัวข้อ: ธุรกิจมีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง???  (อ่าน 3 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ttads2522

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1188
    • ดูรายละเอียด
ธุรกิจมีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง???
« เมื่อ: สิงหาคม 10, 2018, 05:55:15 PM »
การประกอบธุรกิจในปัจจุบันมีอยู่หลายลักษณะธุรกิจขนาดเลข
ธุรกิจขนาดกลางและธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีสาขาทั้งประเทศเพื่อให้กำเนิดความสบายสำหรับในการกระทำตามกฎหมาย หรือกฎระเบียบข้อปฏิบัติต่างๆ จึงมีการกำหนดรูปแบบธุรกิจออกเป็น 5 รูปแบบ ดังนี้
 1. ธุรกิจของผู้เดียว (Sole or Single Proprietorship) ธุรกิจการค้าผู้ครอบครองคนเดียว เป็นการประกอบธุรกิจที่บุคคลคนเดียวเป็นเจ้าของกิจการ แล้วก็บริหารจัดการธุรกิจทุกเรื่องด้วยตนเอง การประกอบธุรกิจในลักษณะนี้จะใช้ทุนต่ำ มีวิธีการจัดการที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก การจัดการจัดแจงต่างๆ มีความคล่องตัวสูง และเป็นธุรกิจที่สามารถพบเจอในชีวิตประจำวันสูงที่สุด อย่างเช่น หาบเร่ ร้านค้าเคลื่อนที่ ร้านขายของชำ ร้านเสริมสวย ร้านขายเสื้อผ้
2. ห้างหุ้นส่วน (Partnership)ห้างหุ้นส่วนเป็นรูปแบบของการประกอบธุรกิจที่มีบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป แล้วก็สามารถทำนิติกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายได้ โดยทำสัญญาด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษรที่จะเข้าเป็นหุ้นส่วนกัน ซึ่งผู้เป็น
หุ้นส่วนจะต้องลงทุนด้วยกันด้วยเงินหรือแรงกาย เพื่อเป้าประสงค์ในการแบ่งผลกำไรที่จะได้รับจากการดำเนินกิจการด้วยกัน ห้างหุ้นส่วนแบ่งออกเป็น 2 ประเภทเป็น
2.1 ห้างหุ้นส่วนสามัญ (Ordinary Partnership ) เป็นแบบที่ผู้เป็นหุ้นส่วนจะต้องรับผิดชอบสำหรับเพื่อการ
ชำระหนี้สินร่วมกันโดยไม่จำกัดจำนวน ห้างหุ้นส่วนสามัญจะขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือไม่ก็ได้ โดยมีจุดหมายจะแบ่งผลกำไรและก็ขาดทุนที่เกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจนั้น ในรูปทรงเสมอกันตามจำนวนหุ้น ห้างหุ้นส่วนสามัญแบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังเช่น
1) ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล (ลงทะเบียน) เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียน
ไม่ผิดกฎหมายหากมีการฟ้องคดีต้องฟ้องห้างหุ้นส่วน เมื่อสินทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนไม่พอจ่ายและชำระหนี้ก็เลยจะฟ้องคดีจากหุ้นส่วนถัดไป
2) ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล (ไม่ขึ้นทะเบียน) เป็นห้างหุ้นส่วนที่มิได้ลงทะเบียนให้
ไม่ผิดกฎหมาย คนที่เป็นหุ้นส่วนกับห้างหุ้นส่วนจะไม่แยกจากกัน เจ้าหนี้สามารถฟ้องคดีบุคคลใดก็ได้
2.2 ห้างหุ้นส่วนจำกัด (จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล) (Limited Partnership) เป็นแบบห้างหุ้นส่วน
ที่จะจำเป็นต้องขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคลจึงส่งผลทำให้ธุรกิจนั้นเปรียบเสมือนเป็นบุคคล และมีสิทธิปฏิบัติงานต่างๆดังที่ข้อบังคับกำหนด ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนแบ่งได้เป็น 2 ชนิด อาทิเช่น
1) หุ้นส่วนประเภทนิยามรับผิดชอบ ผู้เป็นหุ้นส่วนจะมีคนเดียวหรือผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยก็ได้
ซึ่งรับผิดชอบเพียงแค่จำนวนเงินหรือเงินที่ตนรับว่าจะลงทุนในห้างหุ้นส่วนเพียงแค่นั้น
2) หุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดชอบ ผู้เป็นหุ้นส่วนจะมีผู้เดียวหรือผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย ก็ได้ ซึ่งรับผิดชอบในบรรดาหนี้ทั้งปวงของห้างหุ้นส่วนโดยไม่กำหนดปริมาณ
3. บริษัทจำกัด (Corporation) บริษัทจำกัด เป็นการประกอบกิจการที่ลงบัญชีเป็นนิติบุคคล ก่อตั้งเพื่อจุดมุ่งหมายสำหรับเพื่อการแสวงหาผลกำไรจากธุรกิจการค้า ซึ่งจะแบ่งทุนออกเป็นหุ้นที่มีมูลค่าหุ้นละเท่าๆกัน
 และมีผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 100 คน โดยผู้ถือหุ้นแต่ละคนจะมีความรับผิดชอบจำกัดเพียงแต่ไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งไม่ครบราคาหุ้นที่ถืออยู่ ในขณะนี้เมืองไทยแบ่งบริษัทจำกัดออกเป็น 2 ชนิด เป็นต้นว่า
1. บริษัทเอกชนจำกัด เป็นบริษัทประเภทหนึ่งซึ่งตั้งขึ้นด้วยการแบ่งทุนเป็นหุ้นมีมูลค่าเท่าๆกัน โดยมีผู้ถือหุ้นไม่เกิน 100 คน
 2. บริษัทมหาชนจำกัด เป็นบริษัทที่ก่อตั้งเพื่อวัตถุประสงค์สำหรับในการเสนอขายหุ้นต่อสามัญชน ซึ่งมีหุ้นตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป โดยผู้ถือหุ้นมีความรับผิดชอบจำกัดไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่จะต้องจ่าย แล้วก็บริษัทดังที่กล่าวมาแล้วได้กำหนดความมุ่งมาดปรารถนาแบบนั้นไว้ในหนังสือบริคณห์สน
 พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 ได้ระบุลักษณะส่วนประกอบของบริษัทมหาชนจำกัดไว้เพียงพอสรุปได้ดังต่อไปนี้
 1) จำนวนผู้ถือหุ้น มีผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 15 คน
 2) ทุนจดทะเบียน ไม่มีการกำหนดปริมาณทุนสำหรับจดทะเบียนขั้นต่ำไว้
 3) ราคาหุ้นและก็การชำระเงินค่าหุ้น หุ้นของบริษัทมหาชนจำกัดแต่ละหุ้นควรจะมีราคาเสมอกันรวมทั้งจะต้องชำระค่าหุ้นครั้งเดียวเต็มราคาหุ้น
 4) ปริมาณกรรมการ จะต้องมีปริมาณผู้ตัดสินของบริษัทไม่น้อยกว่า 5 คน รวมทั้งผู้ตัดสินไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งควรจะมีที่อยู่ในประเทศไทย
4. สหกรณ์ (Cooperative) สหกรณ์ เป็นต้นแบบธุรกิจอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีคณะบุคคลตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ที่มีอาชีพสิ่งที่จำเป็น ความพอใจที่ละม้ายด้วยกันตั้ง รวมทั้งขึ้นทะเบียนถูกตามพระราชบัญญัติ สหกรณ์ที่ใช้อยู่ในตอนนี้ มีเป้าประสงค์เพื่อส่งเสริมอาชีพ การดำรงชีพของสมาชิกแล้วก็ครอบครัวให้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่ให้ผลดีอีกทั้งต่อสมาชิกของสหกรณ์และต่อสาธารณะ ในปัจจุบันสหกรณ์สามารถแบ่งได้ 2 ชนิด (ตามพ.ร.บ.สหกรณ์ พุทธศักราช2511 มาตรา 7) ดังเช่น
1) สหกรณ์จำกัด เป็นสหกรณ์ที่สมาชิกมีความรับผิดชอบจำกัดเพียงแค่ไม่เกินจำนวนค่าหุ้นที่ยังคงใช้ไม่ครบมูลค่าหุ้นที่ตนถือ
2) สหกรณ์ไม่จำกัด เป็นสหกรณ์ที่สมาชิกทุกคนมีความรับผิดชอบด้วยกัน เพื่อหนี้สินทั้งผองของสหกรณ์ไม่จำกั
5. รัฐวิสาหกิจ (State Enterprise)
 รัฐวิสาหกิจ เป็นหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐบาลเป็นเจ้าของ และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจมีหุ้นเกินกว่าปริมาณร้อยละ 50 มีระบบการจัดการงานอยู่ระหว่างราชการและเอกชนโดยพิจารณาถึงหลักสำคัญทางการบริหารให้เป็นไปตามขั้นตอน เพื่อคุ้มครองปกป้องการทุจริต ตลอดจนความสงบสุขของราษฎรในประเทศเป็นหลักสำคัน
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ธุรกิจออนไลน์

Tags : ธุรกิจออนไลน์,การทำธุรกิจออนไลน์,ธุรกิจส่วนตัว

 

ข้อสอบไทย แหล่งรวมข้อสอบราชการทุกหน่วยงาน ข่าวการเปิดสอบราชการ จากทีมงาน ชีทไทย.คอม