ผู้เขียน หัวข้อ: ข่าวเปิดสอบ แนวข้อสอบกองทัพอากาศ ข้าราชการ จำนวน 523 อัตรา ประจำปี 2559  (อ่าน 4948 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3773
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
ข่าวเปิดสอบ งานราชการวันนี้!!! แนวข้อสอบกองทัพอากาศ ข้าราชการในกองทัพอากาศ ชั้นสัญญาบัตร และต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตร ว่าที่เรืออากาศตรี,จ่าอากาศตรี ใหม่ล่าสุด
Tel./Line : 0894220125 ; IG :  _korsobthai ; Line ID : @t0894220125 (ใส่ "@" ด้วย)


<<<ประกาศ>>> กองทัพอากาศ 
เปิดรับสมัครสอบข้าราชการ  ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม – 1 มีนาคม 2559
บุคคลพลเรือนเข้ารับราชการในกองทัพอากาศ ประจำปี 2559 รวม 523 อัตรา
     1. ตำแหน่ง  ข้าราชการในกองทัพอากาศ ชั้นสัญญาบัตร (ว่าที่เรืออากาศตรี)  รวม 64 อัตรา
              – คุณวุฒิระดับ ปริญญาตรี จำนวน 64 อัตรา

     2. ตำแหน่ง  ข้าราชการในกองทัพอากาศ ต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตร (จ่าอากาศตรี) รวม 549 อัตรา
              – คุณวุฒิระดับ ม.6 จำนวน 82 อัตรา
              – คุณวุฒิระดับ ปวช. จำนวน 359 อัตรา
              – คุณวุฒิระดับ ปวส. จำนวน 18 อัตรา

>>>>ดาวน์โหลดรายละเอียด/ประกาศรับสมัครสอบ คลิกที่นี่!!<<<<



จำหน่ายเอกสาร  ใหม่ล่าสุด รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
(1)  ไฟล์  PDF   ส่งทาง E-Mail  ราคา  399 บาท
(2)  หนังสือ + VCD ติวคณิตศาสตร์ EMS ทางไปรษณีย์  ราคา 999 บาท

แนวข้อสอบนายทหารสัญญาบัตร/ต่ำกว่าสัญญาบัตร
แนวข้อสอบคณิตศาสตร์ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบกฎหมายทั่วไป
แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบภาษาไทย (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบความรู้เหตุการณ์ปัจจุบัน การทหาร เศรษฐกิจ สังคม การเมือง
ความรู้เกี่ยวกับกองทัพอากาศ
ตัวอย่างข้อสอบเก่าที่เคยออก
นายทหารสัญญาบัตร เลือกตามตำแหน่งที่สอบ

สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ :  วรรณพร
เบอร์โทรศัพท์ : 089-4220125  
WhatsApp / Line ID : 0894220125  
@Line ID : @t0894220125 (กรุณาใส่ "@" ด้วย)   
IG :   _korsobthai 
E-Mail : exam.st@hotmail.com 
Web Page : http://goo.gl/yb1hhr

กรุณาชำระเงินที่ : ธนาคารกสิกรไทย   สาขาถนนศรีจันทร์ ขอนแก่น
ชื่อบัญชี นางสาววรรณพร สอนคำมี บัญชีออมทรัพย์เลขที่  428-2-29359-0

******* โอนเงินแล้วแจ้งรายละเอียดทาง [E-Mail / SMS / LINE / Whats App] *******
>> สิ่งที่ต้องแจ้ง <<    ** เวลาที่โอนเงินตามสลิป (เท่านั้น) , หน่วยงาน+ตำแหน่งที่สอบ , E-Mail หรือ ชื่อที่อยู่ (กรณีหนังสือ) **

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 04, 2016, 02:51:17 PM โดย Exam.st »

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3773
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
จำหน่ายเอกสาร  ใหม่ล่าสุด รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
(1)  ไฟล์  PDF   ส่งทาง E-Mail  ราคา  399 บาท
(2)  หนังสือ  EMS ทางไปรษณีย์  ราคา 999 บาท

นายทหารสัญญาบัตร/ต่ำกว่าสัญญาบัตร

แนวข้อสอบคณิตศาสตร์ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบกฎหมายทั่วไป
แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบภาษาไทย (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบความรู้เหตุการณ์ปัจจุบัน การทหาร เศรษฐกิจ สังคม การเมือง
ความรู้เกี่ยวกับกองทัพอากาศ
ตัวอย่างข้อสอบเก่าที่เคยออก


 ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D

จำหน่ายเอกสาร  ใหม่ล่าสุด รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
{{{ แนวข้อสอบเสมียนการเงิน เจ้าหน้าที่เก็บเงิน กองทัพอากาศ  }}}     

แนวข้อสอบคณิตศาสตร์ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบกฎหมายทั่วไป
แนวข้อสอบภาษาไทย (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบความรู้เหตุการณ์ปัจจุบัน การทหาร เศรษฐกิจ สังคม การเมือง
ความรู้เกี่ยวกับกองทัพอากาศ
แนวข้อสอบ วิชาภาษาอังกฤษ
แนวข้อสอบมาตาฐานวิชาชีพบัญชี
หลักการบัญชีเบื้องต้น
แนวข้อสอบการเงินและบัญชี
แนวข้อสอบระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการบัญชีเงินราชการ พ.ศ.2555
แนวข้อสอบ งบประมาณ จัดซื้อจัดจ้าง


จำหน่ายเอกสาร  ใหม่ล่าสุด รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
{{{ แนวข้อสอบทหารสถานภาพข้อมูล(วทบ.คอมพิวเตอร์)  กองทัพอากาศ  }}}     

แนวข้อสอบคณิตศาสตร์ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบกฎหมายทั่วไป
แนวข้อสอบภาษาไทย (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบความรู้เหตุการณ์ปัจจุบัน การทหาร เศรษฐกิจ สังคม การเมือง
ความรู้เกี่ยวกับกองทัพอากาศ
ข้อสอบเทคโนโลยีสารสนเทศ _อัตนัย
แนวข้อสอบ การออกแบบระบบฐานข้อมูล (อัตานัย)
แนวข้อสอบ ความรู้เบื้องต้นของระบบภูมิสารสนเทศ
แนวข้อสอบฐานข้อมูลและการเขียนโปรแกรม
แนวข้อสอบระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ _อัตานัย
แนวข้อสอบระบบปฎิบัติการคอมพิวเตอร์ _อัตนัย
ภาพถ่ายทางอากาศ


จำหน่ายเอกสาร  ใหม่ล่าสุด รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
{{{ แนวข้อสอบนายทหารข่าวอากาศ (เอกภูมิศาสตร์) กองทัพอากาศ  }}}     

แนวข้อสอบคณิตศาสตร์ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบกฎหมายทั่วไป
แนวข้อสอบภาษาไทย (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบความรู้เหตุการณ์ปัจจุบัน การทหาร เศรษฐกิจ สังคม การเมือง
ความรู้เกี่ยวกับกองทัพอากาศ
แนวข้อสอบ วิชาภาษาอังกฤษ
การแปลภาพถ่ายทางอากาศ
ความรู้เบื้องต้นของระบบภูมิสารสนเทศ
ความหมายของภาพถ่ายทางอากาศ
แนวข้อสอบ ความรู้เบื้องต้นของระบบภูมิสารสนเทศ


จำหน่ายเอกสาร  ใหม่ล่าสุด รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
{{{ แนวข้อสอบนายทหารสถิติวิเคราะห์ กองทัพอากาศ   }}}     

แนวข้อสอบคณิตศาสตร์ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบกฎหมายทั่วไป
แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบภาษาไทย (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบความรู้เหตุการณ์ปัจจุบัน การทหาร เศรษฐกิจ สังคม การเมือง
ความรู้เกี่ยวกับกองทัพอากาศ
ตัวอย่างข้อสอบเก่าที่เคยออก
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับงานสถิติ
แนวข้อสอบคำนวนสถิติ(เฉลยละเอียด)
ตัวอย่างการใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล
สรุป พรบ. สถิติ พ.ศ.2550


จำหน่ายเอกสาร  ใหม่ล่าสุด รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
{{{ แนวข้อสอบนายทหารพระธรรมนูญ กองทัพอากาศ   }}}     

แนวข้อสอบคณิตศาสตร์ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบกฎหมายทั่วไป
แนวข้อสอบภาษาไทย (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบความรู้เหตุการณ์ปัจจุบัน การทหาร เศรษฐกิจ สังคม การเมือง
ข้อสอบเฉพาะตำแหน่ง
แนวข้อสอบ พรบ.วิธีการปฏิบัติราชการปกครอง พ.ศ. 2539
แนวข้อสอบ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550
แนวข้อสอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542
แนวข้อสอบพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พุทธศักราช 2476
แนวข้อสอบกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
แนวข้อสอบกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
แนวข้อสอบกฎหมายอาญา
แนวข้อสอบวิธีพิจารณาความแพ่ง
แนวพระราชบัญญัติ ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498


จำหน่ายเอกสาร  ใหม่ล่าสุด รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
{{{ แนวข้อสอบนายทหารเทคโนโลยีสารสนเทศ กองทัพอากาศ   }}}     

แนวข้อสอบคณิตศาสตร์ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบกฎหมายทั่วไป
แนวข้อสอบภาษาไทย (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบความรู้เหตุการณ์ปัจจุบัน การทหาร เศรษฐกิจ สังคม การเมือง
ความรู้เกี่ยวกับกองทัพอากาศ
ข้อสอบเทคโนโลยีสารสนเทศ _อัตนัย
แนวข้อสอบระบบเครือข่ายและการสื่อสารบนเครือข่าย
แนวข้อสอบเรื่องฮาร์ดแวร์
แนวข้อสอบพื้นฐานคอมพิวเตอร์
แนวข้อสอบระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ _อัตานัย
แนวข้อสอบระบบปฎิบัติการคอมพิวเตอร์ _อัตนัย


จำหน่ายเอกสาร  ใหม่ล่าสุด รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
{{{ แนวข้อสอบนายทหารสุขาภิบาล ทางสาธารณสุข กองทัพอากาศ   }}}     

แนวข้อสอบคณิตศาสตร์ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบกฎหมายทั่วไป
แนวข้อสอบภาษาไทย (เฉลยละเอียด)
แนวข้อสอบความรู้เหตุการณ์ปัจจุบัน การทหาร เศรษฐกิจ สังคม การเมือง
ความรู้เกี่ยวกับกองทัพอากาศ
แนวข้อสอบนายทหารสุขาภิบาล
สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
แนวข้อสอบเฉพาะทาง สาธารณะสุข

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 23, 2014, 12:34:06 PM โดย Exam.st »

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3773
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
ข้อสอบภาษาไทย
*************************

1.    คำใดที่ใช้ไม้ทัณฑฆาต ผิด
1. สมณสาส์น                 2.สถานสงเคราะห์
3.ดึกดำบรรพ์                 4.ปรากฏการณ์
ตอบ   ข้อ 1  คำอธิบาย ข้อที่ 1 ผิด คำที่เขียนถูกต้องคือ สมณสาสน์ คำนี้เป็นคำราชาศัพท์ สมณสาสน์ (-สาด) น.จดหมายของสมเด็จพระสังฆราช ถ้าเป็นจดหมยของสมเด็จพระสังฆราชเจ้าเรียกว่า พระสนณสาสน์ ใช้ไม้ทัณฑฆาตกำกับบนตัว น
2.    คำใดเขียนผิด
1.ระแนง                 2.ทะแยง
3.สะอาด                 4.ละเมิด
ตอบ   ข้อ 2  คำอธิบาย ข้อที่ 2 ผิด คำที่เขียนถูกต้องคือ ทแยง (ทะ-แยง) แปลว่า เฉียง เฉลียง เช่น ทแยงมุม แปลว่า เฉียงจากมุมหนึ่งไปมุมหนึ่ง2
3.    คำใดใช้ “ไ”
1.ร้องไห้                 2.จุดไต้
3.ไส่ความ                 4.ด้ายไจ
ตอบ   ข้อ 3 คำอธิบาย ข้อที่ 3 ผิด คำที่เขียนถูกต้องคือ ใส่ความ คำว่า ใส่ (ก.) แปลว่า สวม บรรจุ บรรทุกใส่ความ (ก.) หมายถึง พูดหาเหตุร้าย กล่าวหาเรื่องร้ายให้กับผู้อื่นได้รับความเสียหาย   
4.    คำใดเขียนผิด:
1.สำอาด ผาสุก                 2.จำนง เลือกสรร
3.รำพัน ไข่มุก                 4.สิงห์โต  ปราณี
ตอบ   ข้อ 4  คำอธิบาย ข้อที่ 4 ผิด คำที่เขียนถูกต้องคือ สิงโต หมายถึง สัตว์สี่เท้าที่ดุร้าย ตัวผู้มีขนสร้ยที่คอ นิยมว่าเป็นใหญ่ในหมู่สัตว์ทั้งหลาย ส่วนคำว่า ปราณี ถูกต้องแล้ว
คำชี้แจง : เลือกคำที่สะกดผิดข้อละ 1 คำ
5.    1.ย่อมเยาว์                 2.นงเยาว์
3.เยาวเรศ                 4 .เยาว์วัย
ตอบ   ข้อ 1  คำอธิบาย ข้อที่ 1 ผิด คำที่เขียนถูกต้องคือ ย่อมเยา แปลว่า เบา พอสมควร


6.    1.ภูษิต                     2.ภูธร
3.ภูบาล                 4.ภูวนัย
ตอบ  ข้อ 4 คำอธิบาย ข้อที่ 4 ผิด คำที่เขียนถูกต้องคือ ภูวไนย แปลว่า พระเจ้าแผ่นดิน
7.    1.ลำใย                     2.ชักใย
3.สายใย                 4.ห่วงใย   
ตอบ   ข้อ 1  คำอธิบาย ข้อที่ 1 ผิด คำที่เขียนถูกต้องคือ ลำไย เป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง
8.    1.ตฤณมัย                 2.อัธยาศัย
3.ปรมาภิชัย                 4.สาธารณภัย
ตอบ   ข้อ 3   คำอธิบาย ข้อที่ 3 ผิด คำที่เขียนถูกต้องคือ ปรมาภิไธย (ปะระ-) หมายถึง ชื่อ ใช้เฉพาะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
9.    คำใดมีความหายแตกต่างกับคำอื่น
1.อืดอาด                 2.ยืดยาด
3.ยืดเยื้อ                    4.เยิ่นเย้อ
ตอบ   ข้อ 3 คำอธิบาย ข้อที่ 3 ถูก แปลว่า ยาวนาน อีก 3 คำที่เหลือมีความหมายตรงกับคำว่า ยืดยาด
10.    คำใดบ่งถึงลักษณะ “วังเวง”
1.กังวาน                 2.เงียบเชียบ
3.เปลี่ยวใจ                 4.เสียงแว่ว
ตอบ   ข้อ 2   คำอธิบาย ข้อที่ 2 ถูก แปลว่า ความเงียบเชียบทำให้เกิดความวังเวง

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3773
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
แนวข้อสอบเก่ากองทัพอากาศ
***************


1.    องค์ประกอบที่สำคัญของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศประกอบด้วย   
1 .เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีอิเล็คทรอนิค บุคคลากร
2.เทคโนโลยีสื่อสาร เทคโนโลยีสารสนเทศ บุคคลากร
3 .เทคโนโลยีสารสนเทศ บุคคลากร
4 .เทคโนโลยีสื่อสาร เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ บุคลากร
ตอบ  4 .เทคโนโลยีสื่อสาร เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ บุคลากร
2.    อธิบายคำตอบ เทคโนโลยีสารสนเทศ มีองค์ประกอบสำคัญอยู่ 3 ส่วน ได้แก่
1.เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
2.เทคโนโลยีโทรคมนาคมหรือเทคโนโลยีสื่อสาร
3.บุคคลกร ซึ่งเป็นใช้ข่าวสารในการจัดการต่างๆ
อธิบายตำตอบ
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ หมายถึง อุปกรณ์ทางอิเล็คทรอนิคที่มีความสามารถในการจดจำข้อมูลและคำสั่งได้ โดยการนำไปเก็บไว้ในหน่วยความจำก่อน หลังจากนั้นคอมพิวเตอร์ จะทำการดึงคำสั่งเพื่อมาประมวลผล และจะให้ผลลัพท์ตรงกับความต้องการ เช่น ระบบ ATM เตาไมรโครเวฟ
เทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม ใช้ในการติดต่อสื่อสารรับ/ส่งข้อมูลจากที่ไกล ๆ เป็นการส่งของข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือที่อยู่ห่างไกลกัน ซึ่งจะช่วยให้การเผยแพร่ข้อมูลหรือสารสนเทศไปยังผู้ใช้ในแหล่งต่าง ๆ เป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง ครบถ้วน และทันการณ์  ซึ่งรูปแบบของข้อมูลที่รับ/ส่งอาจเป็นตัวเลข (Numeric Data) ตัวอักษร (Text) ภาพ (Image) และเสียง (Voice)
บุคลากร เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ เพราะบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และเข้าใจวิธีการให้ได้มาซึ่งสารสนเทศ จะเป็นผู้ดำเนินการ ในการทำงานทั้งหมด บุคลากรจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ บุคลากรภายในองค์กรเป็นส่วนประกอบที่จะทำให้เกิด ระบบสารสนเทศด้วยกันทุกคน เช่น ร้านขายสินค้าแห่งหนึ่ง บุคลากรที่ดำเนินการในร้านค้าทุกคน ตั้งแต่ผู้จัดการถึงพนักงานขาย เป็นส่วนประกอบที่จะทำให้เกิดสารสนเทศได้

3.    ข้อใดที่ไม่ใช่ตัวอย่างของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
1.เครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ           2.เตาอบไมโครเวฟ
3.ระบบดามเทียม                              4.เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญอัตโนมัติ
ตอบ  3.ระบบดามเทียม                     
4.    รหัสแทนข้อมูลที่นำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจการค้าที่ใช้ในการขายและตรวจสอบราคาสินค้าในปัจจุบันส่วนมากเป็นแบบอะไร
1.บาร์โค้ด                     2. อาร์เอฟไอดี (RFID)   
3.เครื่องอ่านบาร์โค้ด                4. ฉลาก
ตอบ  1.บาร์โค้ด     
5.    เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันเป็นเทคโนโลยีทางอิเล็กทรอนิคที่ใช้ในการประมวลผล การจัดเก็บข้อมูลและการทำงานด้านอื่นๆ จัดเป็นคอมพิวเตอร์ชนิดใด
1.Digital Computer                           2.Ana-Digi Computer   
3.Electornic Computer                     4.Analog Computer
ตอบ  4.Analog Computer
6.    อธิบายคำตอบ  หน่วยพื้นฐานของสารสนเทศในคอมพิวเตอร์ ได้แก่
1. Bit                         2. Byte   
3. Digi                     4. Decimal
อธิบายคำตอบ   
Bit ( Binary Digit ) คือระบบเลขฐาน2ที่ใช่ค่า 0 กับ 1 เป็นหน่วยพื้นฐานของการเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กที่สุด
ไบต์ (Byte) ตัวเลขจำนวน 8 บิต จะรวมกันเข้าเป็น 1 ไบต์   
Decimal  คือ   เลขฐานสิบ หรือ ทศนิยม  หมายถึง ระบบตัวเลขที่มีตัวเลข 10 ตัว คือ 0 - 9
7.    เลขาธิการองค์การสหประชาชาติคนแรกคือใคร
1. ดั๊ก ฮัมมาโชลด์            2.นายโคฟี อนันต์   
3.นาย อู่ถันถัว                    4. ทรีฟ ลี
ตอบ  4. ทรีฟ ลี  ประเทศนอร์เวย์    ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง  2 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2489 -10พฤศจิกายน   พ.ศ. 2495
8.    เลขาธิการองค์การสหประชาชาติคนปัจจุบันคือใคร
1.นายบัล คี มูล                2.นายโคฟี อนันต์   
3.นาย อู่ถันถัว                   4.นายชาล เดอ โกลล์
ตอบ  1.นายบัล คี มูล     ประเทศเกาหลีใต้   ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง1 มกราคมพ.ศ. 2550 -ปัจจุบัน   
9.    ข้อใดเป็นกฎหมายที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหารเป็นผู้ออก
1.กฎกระทรวง                 2.พระราชกฤษฎีกา
3.ข้อบัญญัติจังหวัด               4.พระราชกำหนด
ตอบ  2.พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา เป็นกฎหมายที่ออกโดยฝ่ายบริหาร ที่พระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้นตามคำแนะนำของคณะรัฐมนตรี พระราชกฤษฎีกาเป็นกฎหมายที่มีศักดิ์รองลงมาจากพระราชบัญญัติ การออกพระราชกฤษฎีกาต้องอาศัยกฎหมายอื่นที่มีศักดิ์สูงกว่าซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทให้อำนาจให้ออกได้ เช่น การจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
10.    ความหมายของนิติกรรม คืออะไร
1. การกระทำการตามนิติกรรมอันมีผมทางกฎหมาย คือ โมฆะ และ โมฆียะ
2.การกระทำใดๆเกี่ยวกับการทำสัญญา เช่นการซื้อขาย การทำพินัยกรรม
3.การมอบอำนาจ
4. การใด ๆ อันทำลงโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วยใจสมัคร มุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติ
    สัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลเพื่อก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ
ตอบ  4. การใด ๆ อันทำลงโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วยใจสมัคร มุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลเพื่อก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ
11.    บุคคลที่ศาลสั่งว่าสาบสูญมีกี่ประเภท
1. 2 ประเภท                     2 . 4 ประเภท     
3. 5 ประเภท                     4. ไม่กำหนดแล้วแต่กรณีไป
ตอบ  1. 2 ประเภท     คือ สาบสูญกรณีธรรมดา บุคคลได้หายไป 5 ปี ติดต่อกัน    และสาบสูญกรณีพิเศษ บุคคลได้หายไป 2 ปี นับแต่วันเกิดเหตุตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย
12.    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนปัจจุบัน คือ ใคร
1.พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน               2.พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ
3.พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต    4.พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา
ตอบ  3.พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต  เริ่มวาระ  18 มกราคม พ.ศ. 2555 – ปัจจุบัน

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3773
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
แนวข้อสอบ ตำแหน่งเสมียนการเงิน เจ้าหน้าที่เก็บเงิน

1. ข้อใดหมายถึงสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
ก.ลูกหนี้และตั๋วเงินรับ ข.ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์
ค.ค่าเบี้ยประกันจ่ายล่วงหน้า ง.เงินสดและเงินฝากธนาคาร
ตอบ ข.ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์
2. รายการในข้อใดถือเป็นเงินสด
ก.ธนาณัติ ข.เงินมัดจำจ่าย
ค.เช็คลงวันที่ล่วงหน้า ง.เงินฝากธนาคารประเภทประจำ
ตอบ ก.ธนาณัติ
3. งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคารควรทำขึ้นเพื่ออะไร
ก.พิสูจน์ความถูกต้องของเงินฝากธนาคารทุกประเภท
ข.พิสูจน์ความถูกต้องของเงินฝากธนาคารประเภทประจำ
ค.พิสูจน์ความถูกต้องของเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์
ง.พิสูจน์ความถูกต้องของเงินฝากธนาคารประเภทกระแสรายวัน
ตอบ ง.พิสูจน์ความถูกต้องของเงินฝากธนาคารประเภทกระแสรายวัน
4. การทำงบประมาณเงินสดมีประโยชน์อย่างไร
ก.เป็นการวางแผนการชำระหนี้ ข. เป็นเครื่องมือในการวางแผนการขาย
ค.เป็นเครื่องมือในการวางแผนการผลิต ง. เป็นเครื่องมือในการวางแผนการใช้เงิน
ตอบ ง. เป็นเครื่องมือในการวางแผนการใช้เงิน
 
5. ถอนเงินจากธนาคารไปใช้ส่วนตัวต้องบันทึกในเล่มใด
ก.สมุดรายวันทั่วไป ข.สมุดรายวันจ่ายเงิน
ค.สมุดรายวันซื้อสินค้า ง.สมุดรายวันส่งคืนสินค้า
ตอบ ข.สมุดรายวันจ่ายเงิน
6. หลังการทำงบทดสองแล้วต้องทำงบอะไร
ก.งบดุล ข.งบการเงิน
ค.งบกำไรขาดทุน ง.กระดาษทำการ
ตอบ ข.งบการเงิน
7. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของรายการสินค้า
ก.เป็นรายการที่ต้องเก็บมาจากเอกสารของกิจการ
ข.เป็นรายการต้องนำมาวิเคราะห์เพื่อบันทึกรายการ
ค.เป็นรายการที่ไม่มีผลกระทบต่อการเงินของกิจการ
ง.เป็นรายการที่ก่อให้เกิดการโอนเงิน/สิ่งที่มีมูลค่าระหว่างกิจการกับบุคคลภายนอก
ตอบ ค.เป็นรายการที่ไม่มีผลกระทบต่อการเงินของกิจการ
8. ข้อใดที่ทำให้งบทดลองไม่ลงตัว
ก.ลืมลงรายการนำเงินมาลงทุนเพิ่ม
ข.กู้เงินจากธนาคารแต่บันทึกรายการเป็นรายได้
ค.จ่ายค่าโทรศัพท์ 5,000 บาท บันทึกเป็น 500 บาท
ง.เก็บยอดดุลเดบิต 2,200 มาลงงบทดลอง 2,000 บาท
ตอบ ง.เก็บยอดดุลเดบิต 2,200 มาลงงบทดลอง 2,000  บาท
9. เมื่อวันที่1 พฤษภาคม 2550กิจการแห่งหนึ่งซื้อหุ้นสามัญธนาคารกรุงเทพจำนวน12000หุ้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเป็นเวลา5ปี หลักทรัพย์ดังกล่าวจัดอยู่ในประเภทใด
ก.หลักทรัพย์ประเภทมีตัวตน ข.หลักทรัพย์ประเภทไม่มีตัวตน
ค.หลักทรัพย์ประเภทหมุนเวียน ง.หลักทรัพย์ประเภทไม่หมุนเวียน
ตอบ ง.หลักทรัพย์ประเภทไม่หมุนเวียน
10. การให้ของสมนาคุณแก่ลูกค้า จัดเป็นหนี้สินในลักษณะใด
ก.หนี้สินหมุนเวียนที่เกิดขึ้นแล้วแต่ไม่สามารถ กำหนดมูลค่าหนี้ได้อย่างแน่นอน
ข.หนี้สินหมุนเวียนที่เกิดขึ้นแล้วและสามารถกำหนดมูลค่าหนี้ได้อย่างแน่นอน
ค.หนี้สินหมุนเวียนที่อาจเกิดขึ้น
ง.หนี้สินระยะยาว
ตอบ ก.หนี้สินหมุนเวียนที่เกิดขึ้นแล้วแต่ไม่สามารถ กำหนดมูลค่าหนี้ได้อย่างแน่นอน
11. ข้อใดคือลักษณะการลงทุนของกิจการร่วมค้า
ก.ผู้ร่วมค้าทุกคนต้องนำเงินสดมาลงทุน
ข.เมื่อได้กำไรจากเงินที่ลงทุนจะนำไปบริจาคด้วยกัน
ค.ข้อตกลงตามสัญญากำหนดให้มีอำนาจในการควบคุมด้วยกัน
ง.หากใครนำเงินมาลงทุนมากที่สุดจะได้กำไรในอัตรามากที่สุด
ตอบ ค.ข้อตกลงตามสัญญากำหนดให้มีอำนาจในการควบคุมด้วยกัน
12. ข้อใดไม่ใช่ ประเภทของธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจร่วมค้าได้
ก.ธุรกิจสร้างและจำหน่ายภาพยนตร์ ข.ธุรกิจการจัดสรรที่ดิน
ค.ธุรกิจขายสินค้า ง.ธุรกิจธนาคาร
ตอบ ง.ธุรกิจธนาคาร
13. ข้อใดไมใช่สาเหตุการทำธุรกิจร่วมค้า
ก.ลดการเสี่ยงภัย
ข.ประหยัดค่าใช้จ่าย
ค.ได้กำไรมากขึ้น
ง.รวบรวมเงินทุนและบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ
ตอบ ค.ได้กำไรมากขึ้น
14. วิธีบันทึกบัญชีแบบไม่เปิดสมุดบัญชีร่วมค้าของกิจกิจกรรมร่วมค้าเมื่อเปิดแยกประเภทของกิจการร่วมค้าจะดูสมุดบัญชีของใคร
ก. สมุดบัญชีของคนที่เป็นผู้จัดการ
ข. สมุดบัญชีของคนที่ทำหน้าที่ขาย
ค. สมุดบัญชีของคนที่นำเงิน/สินค้ามาลงทุน
ง. สมุดบัญชีของผู้ร่วมค้าคนใดคนหนึ่ง
ตอบ ง. สมุดบัญชีของผู้ร่วมค้าคนใดคนหนึ่ง
15. สิทธิส่วนได้เสียในกิจการร่วมค้า จะปรากฏในงบใดอย่างไร
ก.งบดุล ทางด้านหนี้สิน ข.งบกำไรขาดทุน ถือเป็นรายได้
ค.งบดุลทางด้านสินทรัพย์ ง.งบกำไรขาดทุน ถือว่าเป็นค่าใช้จ่าย
ตอบ ค.งบดุลทางด้านสินทรัพย์

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3773
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
แนวข้อสอบ นายทหารสถานภาพข้อมูล วทบ.คอมพิวเตอร์


1. ข้อใดหมายถึงยุคคอมพิวเตอร์ ยุคที่ 1
ก. ใช้หลอดสูญญากาศ  ข. ใช้ทรานซิสเตอร์
ค. คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง และเพื่อใคร  ง. ใช้วงจรแบบไอซี
จ. เริ่มพัฒนาเป็น Microprocessor
ตอบ ก. ใช้หลอดสูญญากาศ
2. ข้อใดหมายถึงยุคคอมพิวเตอร์ยุคที่ 3
ก. ใช้ทรานซิสเตอร์ ข. คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง
ค. ใช้วงจรแบบไอซี ง. เริ่มพัฒนาเป็น Microprocessor
จ. ถูกทุกข้อ
ตอบ ก. ใช้ทรานซิสเตอร์
3. Notebook จัดอยู่ในคอมพิวเตอร์ประเภทใด
ก. Server Computer  ข. Microcomputer
ค. Super Computer  ง. Minicomputer
จ.  Mainframe Computer
ตอบ ง. Minicomputer
4. ข้อใดถูกต้อง
ก. มินิคอมพิวเตอร์เป็นคอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพสูง ราคาแพงมาก เช่น การพยากรณ์อากาศ
ข. Desktop Computer คือ คอมพิวเตอร์ขนาดพกพา
ค. Pen Computer เป็นคอมพิวเตอร์พกพาที่ใช้ปากกาเป็นอุปกรณ์ในการบันทึกข้อมูล เขียนข้อมูลบนหน้าจอ
ง. ฮาร์ดแวร์ เป็นอุปกรณ์ต่าง ๆ ประกอบเป็นตัวเครื่อง ทั้งหน่วยรับข้อมูล หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจำ และหน่วยแสดงผล
จ. ถูกทั้งข้อ ค และ ง
ตอบ ง. ฮาร์ดแวร์ เป็นอุปกรณ์ต่าง ๆ ประกอบเป็นตัวเครื่อง ทั้งหน่วยรับข้อมูล หน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจำ และหน่วยแสดงผล
 
 
 
 
5. ข้อใดคือหน้าที่ข้อหน่วยควบคุม (Control Unit)
ก. ทำหน้าที่คำนวณทางคณิศาสตร์
ข. ทำหน้าที่ประมวลผลคำ
ค. ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานคอมพิวเตอร์
ง. ทำหน้าที่ควบคุมการทำการประมวลผล
จ. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ  ง. ทำหน้าที่ควบคุมการทำการประมวลผล
6. Seconddary Storage หมายถึงข้อใด
ก. หน่วยความจำแบบแรม  ข. หน่วยความจำแบบรอม
ค. หน่วยความจำหลัก  ง. หน่วยความจำรอง
จ. หน่วยความจำเสมือน
ตอบ ง. หน่วยความจำรอง
7. ข้อใดคือภาษาเครื่อง
ก. Machine Language  ข. Assembly Language
ค. BASIC  ง. PASCAL
จ.  COBOL
ตอบ ก. Machine Language 
8. ข้อใดเป็นโปรแกรมแปลภาษาคอมพิวเตอร์เป็นภาษาเครื่อง
ก. Machine Language  ข. Assembly Language
ค. BASIC  ง. Compiler
จ. COBOL
ตอบ ข. Assembly Language
9. Process หมายถึงข้อใด
ก. ส่วนของโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่ในขณะนั้น
ข. แฟ้มงานต่าง ๆ โดยมีหน้าที่จัดการงานต่าง ๆ
ค. กระบวนการประมวลผล
ง. ทำหน้าที่ดำเนินเพื่อให้บริการ ต่าง ๆ
จ. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ ก. ส่วนของโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่ในขณะนั้น
 
 
10. ระบบปฏิบัติการคืออะไร
ก. โปรแกรมสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานเป็นระบบ
ข. ระบบที่ทำหน้าที่จัดสรรทรัพยากรของเครื่องคอมพิวเตอร์
ค. ระบบที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานเร็วขึ้น
ง. โปรแกรมที่เป็นตัวกลางทำให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ
จ. ไม่มีข้อใดถูกต้อง
ตอบ ข. ระบบที่ทำหน้าที่จัดสรรทรัพยากรของเครื่องคอมพิวเตอร์
11. ข้อใดหมายถึงระบบมัลติโปรเซสเซอร์ (Multiprocessor Syetem)
ก. ระบบที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ หลาย ๆ เครื่องเข้าด้วยกัน
ข. ระบบที่มีตัวประมวลผลหรือ CPU หลายตัวอยู่ในเครื่องเดียวกันใช้อุปกรณ์ร่วมกัน
ค. เป็นระบบที่เป็นจุดกำเนิดของระบบปฏิบัติการ
ง. ระบบการทำงานเหมือนเครื่องจักร
จ. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ ก. ระบบที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ หลาย ๆ เครื่องเข้าด้วยกัน
12. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของระบบปฏิบัติการในการการจัดการโปรเซส
ก. สร้างและลบโปรเซสของระบบและของผู้ใช้
ข. การหยุดและทำโปรเซสต่อไป
ค. การจัดเตรียมกลไกสำหรับการติดต่อสื่อสารโปรเซส
ง. การจัดเตรียมกลไกการแก้ไข Deadleck (การล็อก)
จ. ถูกทุกข้อ
ตอบ ก. สร้างและลบโปรเซสของระบบและของผู้ใช้
13. ข้อใดไม่ใช่สถานะของโปรเซส
ก.สถานะทำงาน  ข. สถานะพร้อม
ค. สถานะประมวลผล  ง. สถานะติดขัด
จ. ไม่มีข้อใดถูกต้อง
ตอบ ง. สถานะติดขัด
14. สถานะของโปรเซสที่ครอง CPU คือสถานะใด
ก. Running  ข. Ready
ค. Blocked   ง. Processing
จ. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
ตอบ ง. Processing
15. โปรเซสที่กำลังรอใช้งานอุปกรณ์ที่ยังไม่ว่าง คือ โปรเซสสถานะใด
ก.Running  ข. Ready
ค.Blocked ง. Processing
จ. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
ตอบ จ. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
16. ข้อใดหมายถึงการจัดลำดับงานแบบระยะยาว
ก. เป็นการจัดการทำงานแบบแบทซ์
ข. จะดำเนินงานในสถานะที่พร้อมและให้สามารถทำงานให้ได้มากที่สุด
ค. จัดลำดับงานแบบพื้นฐานที่สุดที่ง่ายที่สุดเพื่อพิจารณาโปรเซสเข้าทำงาน
ง. คล้ายการจัดลำดับงานแบบมาก่อนเข้ารับบริการก่อน
จ. ไม่มีข้อใดถูกต้อง

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3773
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
แนวข้อสอบ นายทหารพระธรรมนูญ


1. ใครคือผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ตอบ ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
2. ศาลทหารตามพระราชบัญญัตินี้แบ่งออกเป็นกี่ชั้น
ก. 4 ชั้น ข. 2 ชั้น
ค. 3 ชั้น ง. 5 ชั้น
ตอบ ค. 3 ชั้น คือ (1) ศาลทหารชั้นต้น (2) ศาลทหารกลาง (3) ศาลทหารสูงสุด
3. ข้อใด ไม่ใช่ ศาลทหารชั้นต้นได้แก่
ก.  ศาลทหารสูงสุด  ข. ศาลมณฑลทหาร
ค. ศาลทหารกรุงเทพ   ง. ศาลประจำหน่วยทหาร
ตอบ  ก.ศาลทหารสูงสุด  ศาลทหารชั้นต้น ได้แก่ (1) ศาลจังหวัดทหาร
(2) ศาลมณฑลทหาร (3) ศาลทหารกรุงเทพ (4) ศาลประจำหน่วยทหาร
4. ตุลาการศาลทหารใดที่ต้องนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งและถอดถอน
ก. ศาลทหารสูงสุด  ข. ศาล ทหารกลาง
ค. ศาลทหารปกครอง ง. ถูกทั้ง ก และ ข
ตอบ ง. ถูกทั้ง ก และ ข
5. บุคคลใดสามารถดำเนินคดีในศาลทหารได้
ก. ผู้ที่สอบความรู้ทางกฎหมายได้ปริญญาตรี
ข. ผู้ที่สอบความรู้ทางกฎหมายได้ปริญญาโท
ค. ผู้ที่สอบความรู้ทางกฎหมายเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
6. ข้อใดคือคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร
ก. คดีที่เกี่ยวพันกับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลพลเรือน
ข. คดีที่ต้องดำเนินในศาลคดีเด็กและเยาวชน
ค. คดีที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกับบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจศาล ทหารกระทำผิดด้วยกัน
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
7. ข้อใดคือบุคคลที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร
ก. นายทหารชั้นสัญญาบัตรประจำการ
ข. นายทหารชั้นสัญญาบัตรนอกประจำการ
ค. นายทหารประทวนและพลทหารกองประจำการ
ง. บุคคลซึ่งต้องขังแต่ไม่อยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร
ตอบ ง. บุคคลซึ่งต้องขังแต่ไม่อยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร
8. ศาลประเภทใดที่มีเขตอำนาจไม่จำกัดพื้นที่
ก. ศาลจังหวัดทหาร ข. ศาลมณฑลทหาร
ค. ศาลทหารกรุงเทพ ง. ศาลประจำหน่วยทหาร
ตอบ ค. ศาลทหารกรุงเทพ
9. ศาลประเภทใดที่มีอำนาจเหนือบุคคลที่สังกัดหน่วยทหารนั้น โดยไม่จำกัดพื้นที่
ก. ศาลจังหวัดทหาร ข. ศาลมณฑลทหาร
ค. ศาลทหารกรุงเทพ ง. ศาลประจำหน่วยทหาร
ตอบ ง. ศาลประจำหน่วยทหาร
10. ศาลประเภทใดที่มีเขตอำนาจตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
ก. ศาลจังหวัดทหาร ข. ศาลมณฑลทหาร
ค. ศาลทหารกรุงเทพ ง. ถูกทั้ง ก และ ข
ตอบ ง. ถูกทั้ง ก และ ข
11. ศาลจังหวัดทหาร มีอำนาจพิจารณาคดีอาญาได้ทุก บทกฎหมาย เว้นแต่คดีใด
ก. จำเลยมียศทหารชั้นสัญญาบัตร
ข. จำเลยมียศทหารชั้นประทวน
ค. จำเลยเป็นพลทหารกองประจำการ
ง. ถูกทั้ง ก และ ข
ตอบ ก. จำเลยมียศทหารชั้นสัญญาบัตร
12. ศาลมณฑลทหารและศาลประจำหน่วยทหารมีอำนาจพิจารณา พิพากษาคดีอาญาได้ทุกบทกฎหมาย เว้นแต่คดีที่จำเลยมียศทหารชั้นใด
ก. นายทหารประทวน
ข. นายทหารชั้นสัญญาบัตร
ค. นายพลหรือ เทียบเท่า
ง. พิพากษาคดีอาญาได้ทุก บทกฎหมายโดยไม่จำกัดยศของจำเลย
ตอบ   ค.  นายพลหรือ เทียบเท่า
1. พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๖ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อใด
ก. 19 สิงหาคม 2476  ค. 19  กันยายน 2476
ข. 20  สิงหาคม  2476   ง. 20  กันยายน  2476
ตอบ ข. 20  สิงหาคม  2476 
2. วินัยทหาร คือ
ก. การที่ทหารควรประพฤติตามแบบธรรมเนียมของทหาร
ข. การที่ทหารต้องประพฤติตามแบบธรรมเนียมของทหาร
ค. การที่ทหารควรประพฤติปฏิบัติตามแบบธรรมเนียมของทหาร
ง. การที่ทหารต้องประพฤติปฏิบัติตามแบบธรรมเนียมของทหาร
ตอบ ข. การที่ทหารต้องประพฤติตามแบบธรรมเนียมของทหาร
3. วินัยเป็นหลักสำคัญที่สุดสำหรับทหาร เพราะฉะนั้นทหารทุกคนจักต้องรักษาโดยเคร่งครัดอยู่เสมอ ผู้ใดฝ่าฝืนท่านให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิด อยู่ในมาตราใดของพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๖
ก. มาตรา 3 ค. มาตรา 5
ข. มาตรา 4 ง. มาตรา 6
ตอบ ค. มาตรา 5
4. ข้อใดคือการกระทำผิดวินัยทหาร
ก. กล่าวคำเท็จ
ข. เกียจคร้าน ละทิ้ง หรือเลินเล่อต่อหน้าที่ราชการ
ค. ดื้อ ขัดขืน หลีกเลี่ยง หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาเหนือตน
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ ตัวอย่างการกระทำผิดวินัยทหารมีดังต่อไปนี้
(๑) ดื้อ ขัดขืน หลีกเลี่ยง หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาเหนือตน
(๒) ไม่รักษาระเบียบการเคารพระหว่างผู้ใหญ่ผู้น้อย
(๓) ไม่รักษามรรยาทให้ถูกต้องตามแบบธรรมเนียมของทหาร
(๔) ก่อให้แตกความสามัคคีในคณะทหาร
(๕) เกียจคร้าน ละทิ้ง หรือเลินเล่อต่อหน้าที่ราชการ
(๖) กล่าวคำเท็จ
(๗) ใช้กิริยาวาจาไม่สมควร หรือประพฤติไม่สมควร
(๘) ไม่ตักเตือนสั่งสอน หรือลงทัณฑ์ผู้ใต้บังคับบัญชาที่กระทำผิดตามโทษานุโทษ
(๙) เสพเครื่องดองของเมาจนถึงเสียกิริยา
5. หมวด ๓ ในพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๖ คือเรื่องใด
ก. บทเบ็ดเสร็จทั่วไป  ค. วิธีร้องทุกข์
ข. ว่าด้วยวินัย  ง. อำนาจลงทัณฑ 
ตอบ ง. อำนาจลงทัณฑ 
หมวด 1  บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
หมวด  2  ว่าด้วยวินัย
หมวด 3  อำนาจลงทัณฑ
หมวด 4  วิธีร้องทุกข์
6. ทัณฑ์ที่จะลงแก่ผู้กระทำผิดต่อวินัยทหารมีกี่สถาน
ก. 5 สถาน  ค. 3 สถาน
ข. 4 สถาน  ง. 6 สถาน
ตอบ ก. 5 สถาน
มาตรา ๘ ทัณฑ์ที่จะลงแก่ผู้กระทำผิดต่อวินัยทหารมี  ๕ สถาน คือ
(๑) ภาคทัณฑ์
(๒) ทัณฑกรรม
(๓) กัก
(๔) ขัง
(๕) จำขัง
7. ข้อใด ไม่ใช่ โทษทางวินัยทหาร

ก. ภาคทัณฑ์  ค. จำขัง
ข. จำคุก  ง. ทัณฑกรรม
ตอบ  ง. ทัณฑกรรม
8. ผู้กระทำผิดมีความผิดอันควรต้องรับทัณฑ์สถานหนึ่งสถานใดดังกล่าวมาแล้ว แต่มีเหตุอันควรปราณี จึงเป็นแต่แสดงความผิดของผู้นั้นให้ปรากฏหรือให้ทำทัณฑ์บนไว้ คือความหมายของโทษตามข้อใด
ก. ภาคทัณฑ์   ค. กัก
ค. ทัณฑกรรม  ง. จำขัง
ตอบ ก. ภาคทัณฑ์
9. กระทำการสุขา การโยธา ฯลฯ เพิ่มจากหน้าที่ประจำซึ่งตนจะต้องปฏิบัติอยู่แล้ว หรือปรับให้อยู่เวรยาม นอกจากหน้าที่ประจำ คือความหมายของโทษตามข้อใด
ก. ภาคทัณฑ์   ค. กัก
ข. ทัณฑกรรม  ง. จำขัง
ตอบ ข. ทัณฑกรรม
10. กักตัวไว้ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งตามแต่จะกำหนดให้ คือความหมายของโทษตามข้อใด
ก. กัก    ค. ขัง
ข. ทัณฑกรรม  ง. จำขัง
ตอบ ก. กัก



แนวข้อสอบ กฎหมายอาญาทหาร
 
1.พลทหารดำ ทหารกองประจำการ สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กระทำความผิดอาญาที่มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ พ.ท.สุรศักดิ์ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาเห็นว่าเป็นการเล็กน้อยไม่สำคัญ จึงสั่งลงทัณฑ์ขังพลทหารดำ 5 วัน ดังนี้คำสั่งลงทัณฑ์ของ พ.ท.สุรศักดิ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด
                ข้อกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญาทหาร
มาตรา 7 ได้กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหารมีอำนาจลงทัณฑ์แก่ทหารผู้กระทำผิดต่อวินัยทหารตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร ไม่ว่าเป็นการกระทำความผิดในหรือนอกราชอาณาจักร
มาตรา 8 ได้กำหนดให้ การกระทำผิดบางอย่าง ( 21 บทมาตรา ) ถ้าผู้บังคับบัญชาตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหารพิจารณาเห็นว่าเป็นการเล็กน้อยไม่สำคัญ ให้ถือว่าเป็นความผิดต่อวินัยทหาร และให้มีอำนาจลงทัณฑ์ตามมาตรา 7 เว้นแต่ผู้มีอำนาจแต่งตั้งตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหาร จะสั่งให้ส่งตัวผู้กระทำความผิดไปดำเนินคดีในศาลทหาร หรือจะมีการดำเนินคดีนั้นในศาลพลเรือนตามกฎหมายว่ายด้วยธรรมนูญศาลทหารจึงให้เป็นไปตามนั้น
มาตรา 9 ได้กำหนดให้ ความในมาตรา 8 ให้ใช้ตลอดถึงความผิดลหุโทษและความผิดที่เปรียบเทียบได้ตามกฎหมาย
ข้อพิจารณา การกระทำความผิดอาญาที่มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ  ถือเป็นความผิดลหุโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 102                       ซึ่งถ้าผู้บังคับบัญชาตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร พิจารณาเห็นว่าเป็นการเล็กน้อยไม่สำคัญ ให้ถือว่าเป็นความผิดวินัยทหาร และผู้มีอำนาจบังคับบัญชาทหารมีอำนาจลงทัณฑ์ได้ตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร
การที่พลทหารดำ ทหารกองประจำการ สังกัด กองพันทหารราบที่ 1  กระทำความผิดอาญาที่มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ  ถือว่า  พลทหารดำ กระทำความผิดอาญาฐานลหุโทษ ในกรณีนี้เมื่อผู้บังคับบัญชาพิจารณาเห็นว่าเป็นการเล็กน้อยไม่สำคัญ ก็ให้ถือว่าเป็นความผิดวินัยทหาร และให้มีอำนาจลงทัณฑ์แก่ทหารผู้กระทำผิดวินัยได้ ตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร
ดังนั้น คำสั่งลงทัณฑ์ของ พ.ท.สุรศักดิ์ ที่สั่งลงทัณฑ์ขังพลทหารดำ 5 วัน จึงชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญาทหาร มาตรา 9 ประกอบด้วยมาตรา 7 และ 8
 
2. สิบตรีสุรศักดิ์  สังกัด กง.ทบ. กระทำความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียว พล.ต.มานพ จก.กง.ทบ. เห็นว่าเป็นการเล็กน้อยไม่สำคัญ จึงสั่งลงทัณฑ์ขัง ส.ต.สุรศักดิ์ 3 วัน ดังนี้ คำสั่งของ พล.ต.มานพ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะเหตุใด
ข้อกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญาทหาร
มาตรา 7 กำหนดว่า ให้ผู้บังคับบัญชาทหารตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหารมีอำนาจลงทัณฑ์แก่ทหารที่กระทำผิดวินัยตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร ไม่ว่าเป็นการกระทำผิดในหรือนอกราชอาณาจักร.
มาตรา 8  กำหนดว่า การกระทำบางอย่าง (21 บทมาตรา )ถ้าผู้มีอำนาจบังคับบัญชาตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร พิจารณาเห็นว่าเป็นการเล็กน้อยไม่สำคัญ ให้ถือว่าเป็นความผิดต่อวินัยทหาร และให้มีอำนาจลงทัณฑ์ตามมาตรา 7 เว้นแต่ผู้มีอำนาจแต่งตั้งตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหาร จะสั่งให้ส่งตัวผู้กระทำความผิดไปดำเนินคดีในศาลทหาร หรือจะมีการดำเนินคดีนั้นในศาลพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหารจึงให้เป็นไปตามนั้น
มาตรา 9 กำหนดว่า  ความที่บัญญัติไว้ในมาตรา 8 ให้ใช้ได้ตลอดถึงความผิดลหุโทษและความผิดที่เปรียบเทียบได้ตามกฎหมาย
ข้อพิจารณา  การกระทำความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียว เป็นความผิดที่เปรียบเทียบได้ตามกฎหมาย ซึ่งถ้าผู้บังคับบัญชาตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร พิจารณาเห็นว่าเป็นการเล็กน้อยไม่สำคัญ ให้ถือว่าเป็นความผิดวินัยทหาร และผู้มีอำนาจบังคับบัญชาทหารมีอำนาจลงทัณฑ์ได้ตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร
กรณีที่ ส.ต.สุรศักดิ์  กระทำความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียว ซึ่งเป็นความผิดที่เปรียบเทียบได้ตามกฎหมาย   พล.ต.มานพ จก.กง.ทบ. ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจบังคับบัญชาตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหารพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการเล็กน้อยไม่สำคัญ ถือว่า ส.ต.สุรศักดิ์ กระทำผิดวินัยทหาร  พล.ต.มานพ จก.กง.ทบ. จึงมีอำนาจลงทัณฑ์ ส.ต.สุรศักดิ์ได้ตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร
ดังนั้น การที่ พล.ต.มานพ จก.กง.ทบ. สั่งขัง ส.ต.สุรศักดิ์  3 วัน จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญาทหาร มาตรา 9 ประกอบด้วยมาตรา 7 และ 8

3.พลทหาร สมชาย สังกัด กองพันบริการ กรมยุทธบริการทหาร ไม่พอใจนายสมหมายที่มักจะพูดจาข่มขู่รีดไถเงินพลทหาร สมชายเป็นประจำ ในวันเกิดเหตุ นายสมหมายได้มาหา พลทหาร สมชาย ที่กรมยุทธบริการทหาร และทำการข่มขู่เช่นเดิม พลทหาร สมชาย จึงได้ใช้มือชกใบหน้าของนายสมหมายจำนวน 1 ครั้ง เป็นเหตุให้นายสมหมายได้รับบาดแผลฉีกขาด ต่อมา พันเอก สมศักดิ์ ผู้บังคับกองพันบริการ กรมยุทธบริการทหาร ทราบเรื่องจึงได้ดำเนินการสอบสวนจนเสร็จสิ้น และพิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นเรื่องเล็กน้อยไม่สำคัญเนื่องจากพลทหาร สมชาย ไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุก่อนและชกเพียง  1 ครั้งเท่านั้น จึงดำเนินการเพื่อให้มีการลงทัณฑ์ทางวินัยทหารแทนการดำเนินคดีอาญาในศาล
ให้นักศึกษาวินิจฉัยว่า การดำเนินการเพื่อให้มีการลงทัณฑ์ของ พันเอก สมศักดิ์ นั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อย่างไร
ข้อกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญาทหาร
มาตรา 8  กำหนดว่า  การกระทำบางอย่าง ( ใน 21 บทมาตรา ) ถ้าผู้มีอำนาจบังคับบัญชาตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร พิจารณาเห็นว่าเป็นการเล็กน้อยไม่สำคัญ ให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัยทหาร และมีอำนาจลงทัณฑ์ตามมาตรา 7 เว้นแต่ผู้มีอำนาจแต่งตั้งตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหาร จะสั่งให้ส่งตัวผู้กระทำความผิดไปดำเนินคดีในศาลทหาร หรือจะมีการดำเนินคดีนั้นในศาลพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหารจึงให้เป็นไปตามนั้น
มาตรา 9 กำหนดว่า  ความที่บัญญัติไว้ในมาตรา 8 ให้ใช้ได้ตลอดถึงความผิดลหุโทษและความผิดที่เปรียบเทียบได้ตามกฎหมาย
ข้อพิจารณา  การกระทำความผิดเฉพาะบางฐานความผิด ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 8 ( 21 บทมาตรา ) ตามประมวลกฎหมายอาญาทหาร รวมทั้งการกระทำความผิดลหุโทษ และความผิดที่เปรียบเทียบได้ตามกฎหมาย ถ้าผู้บังคับบัญชาทหารตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร พิจารณาเห็นว่า เป็นการเล็กน้อยไม่สำคัญ ให้ถือว่าเป็นความผิดวินัยทหาร และให้ลงทัณฑ์ได้ตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร
กรณี พลทหารสมชาย ได้ใช้มือชกใบหน้าของนายสมหมายจำนวน 1 ครั้ง เป็นเหตุให้นายสมหมายได้รับบาดแผลฉีกขาด ถือว่า พลทหารสมชายได้กระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ซึ่งฐานความผิดนี้ไม่ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 8 แห่งประมวลกฎหมายอาญาทหาร อีกทั้งมิได้เป็นความผิดลหุโทษเพราะมีโทษจำคุกสูงกว่าความผิดฐานลหุโทษและไม่เป็นความผิดที่เปรียบเทียบได้ตามกฎหมาย ดังนั้น การกระทำของพลทหารสมชาย จึงไม่ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัยทหาร และผู้บังคับบัญชาไม่มีอำนาจลงทัณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยวินัยทหาร
ดังนั้น การดำเนินการเพื่อให้มีการลงทัณฑ์ของ พันเอก สมศักดิ์  จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญาทหาร มาตรา 8  ประกอบด้วยมาตรา 7 และมาตรา 9

4. ศาลประจำหน่วยทหารกับศาลทหารชั้นต้นอื่นๆ มีความแตกต่างกันอย่างไร จงอธิบาย?
ศาลทหารในเวลาปกติแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ( มาตรา 6 ) คือ
(1.) ศาลทหารชั้นต้น
(2) ศาลทหารกลาง
(3) ศาลทหารสูงสุด
เฉพาะศาลทหารชั้นต้น ยังแยกออกเป็น
(1) ศาลจังหวัดทหาร
(2) ศาลมณฑลทหาร
(3) ศาลทหารกรุงเทพ และ
(4) ศาลทหารประจำหน่วยทหาร ( มาตรา 7 )
ศาลประจำหน่วยทหารเป็นศาลทหารชั้นต้นที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาได้อย่างถาวร เพราะจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อได้มีการจัดตั้งขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่ว่า
(1) มีหน่วยทหารปฏิบัติหน้าที่อยู่นอกราชอาณาจักร หรือกำลังเดินทางเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่นอกราชอาณาจักร
(2) หน่วยทหารนั้น มีกำลังทหารไม่น้อยกว่าหนึ่งกองพัน
(3) ได้มีการอนุมัติให้ตั้งศาลประจำหน่วยทหารขึ้นมาตามกฎหมาย
ศาลประจำหน่วยทหารจึงมีความแตกต่างไปจากศาลทหารชั้นต้นอื่นตรงที่ว่า
(1) ศาลประจำหน่วยทหารเป็นศาลทหารที่ไม่ได้ก่อตั้งขึ้นมาในลักษณะเป็นการถาวร แต่เป็นศาลทหารที่จะต้องเคลื่อนที่ไปตามหน่วยทหารนั้นๆ ส่วนศาลทหารชั้นต้นอื่น ( ศาลจังหวัดทหาร ศาลมณฑลทหาร ศาลทหารกรุงเทพ) เป็นก่อตั้งขึ้นมาในลักษณะเป็นการถาวร
(2) ศาลประจำหน่วยทหารเป็นศาลทหารที่มีกำหนดเขตอำนาจโดยไม่อาศัยพื้นที่เช่นเดียวกับศาลทหารกรุงเทพ ซึ่งแตกต่างไปจากศาลจังหวัดทหารและศาลมณฑลทหารที่กำหนดเขตอำนาจโดยอาศัยพื้นที่ แต่ทว่าศาลประจำหน่วยทหารกับศาลทหารกรุงเทพแตกต่างกันในเรื่องบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาล กล่าวคือ ศาลประจำหน่วยทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเฉพาะบุคคลที่สังกัดหน่วยทหารนั้นๆ ตกเป็นจำเลย ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 7(3) ส่วนศาลทหารกรุงเทพ บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารที่จะตกเป็นจำเลยจะเป็นบุคคลที่สังกัดหน่วยทหารใดๆ ก็ได้
(3) ศาลประจำหน่วยทหารเป็นศาลทหารชั้นต้นที่กฎหมายบัญญัติให้มีอำนาจพิจารณาคดีนอกราชอาณาจักรได้ ส่วนศาลทหารชั้นต้นอื่นไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษานอกราชอาณาจักร
(4) แตกต่างกันในเรื่องผู้รับมอบพระราชอำนาจในการแต่งตั้ง และถอดถอนตุลาการศาลทหาร ดังนี้
                (4.1) ผู้รับมอบพระราชอำนาจในการแต่งตั้ง และถอดถอนตุลาการศาลจังหวัดทหาร ได้แก่ ผู้มีอำนาจบังคับบัญชาจังหวัดทหาร ( ผบ.จทบ. )
                (4.2) ผู้รับมอบพระราชอำนาจในการแต่งตั้ง และถอดถอนตุลาการศาลมณฑลทหาร ได้แก่ ผู้มีอำนาจบังคับบัญชามณฑลทหาร ( ผบ.มทบ. )
          (4.3) ผู้รับมอบพระราชอำนาจในการแต่งตั้ง และถอดถอนตุลาการศาลทหารกรุงเทพ ได้แก่ รมว.กห.
                (4.4) ผู้รับมอบพระราชอำนาจในการแต่งตั้ง และถอดถอนตุลาการศาลประจำหน่วยทหาร ได้แก่ ผู้มีอำนาจบังคับบัญชาหน่วยทหารนั้นๆ
 
5. คดีใดบ้างที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร จงอธิบาย?
ศาลทหารซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 สังกัดกระทรวงกลาโหม แบ่งออกเป็น 2  ประเภท คือ
1. ศาลทหารในเวลาปกติศาลทหาร และ
2. ศาลทหารในเวลาไม่ปกติ ( มาตรา 5 )
ศาลทหารในเวลาปกติ มีอำนาจ
1. พิจารณาพิพากษาวางบทลงโทษผู้กระทำผิดต่อกฎหมายทหารหรือกฎหมายอื่นในทางอาญา ในคดีซึ่งผู้กระทำผิดเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารขณะกระทำผิด
2. สั่งลงโทษบุคคลใดๆ ที่กระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (มาตรา 13 )
สำหรับศาลทหารในเวลาไม่ปกติ  ถ้าผู้มีอำนาจประกาศกฎอัยการศึก ได้ประกาศตามอำนาจในกฎหมายว่าด้วยกฎหมายอัยการศึกให้ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาอย่างใดอีก ก็ให้ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาตามประกาศนั้นด้วย
 
6. คดีใดบ้างที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร จงอธิบาย ?
คดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ได้กำหนดไว้ใน มาตรา 14 แห่ง พระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร ดังนี้
(1) คดีที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกับบุคคลที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำผิดด้วยกัน เช่น ทหารกับพลเรือนร่วมกันลักทรัพย์  หรือทหารกับพลเรือนต่างขับรถด้วยความประมาทเฉี่ยวชนกันเป็นเหตุให้ผู้โดยสารที่นั่งมาในรถถึงแก่ความตาย ดังนี้ ถือเป็นการกระทำผิดด้วยกัน คดีจึงไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ต้องดำเนินคดีในศาลพลเรือน ตามมาตรา 15
(2) คดีที่เกี่ยวพันกับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลพลเรือน เช่น พลทหาร ก. มีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งเป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ แล้ว พลทหาร ก. ได้ใช้อาวุธปืนนั้นไปร่วมกับพวกซึ่งเป็นพลเรือนกระทำการปล้นทรัพย์ ดังนี้ คดีที่พลทหาร ก. มีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร เพราะไม่ได้ร่วมกระทำผิดกับพลเรือน ส่วนคดีที่พลทหาร ก. ไปร่วมกับพวกที่เป็นพลเรือนกระทำการปล้นทรัพย์ เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลพลเรือน กรณีคดีมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นคดีที่เกี่ยวพันกับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลพลเรือน จึงไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ต้องดำเนินคดีในศาลพลเรือน
(3) คดีที่ต้องดำเนินในศาลคดีเด็กและเยาชน ( ปัจจุบันคือศาลเยาวชนและครอบครัว) คดีดังกล่าวได้แก่ กรณีที่นักเรียนทหารกระทำความผิด ถ้าอายุในวันที่กระทำผิดยังไม่ครบสิบแปดปีบริบูรณ์ คดีไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารต้องดำเนินคดีในศาลคดีเด็กและเยาวชน ( ศาลเยาวชนและครอบครัว)
(4) คดีที่ศาลทหารเห็นว่าไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร  หมายความว่า คดีนั้นศาลทหารได้พิจารณาแล้ว และได้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารจะเนื่องจากกรณีใดก็ตาม กรณีดังกล่าวต้องดำเนินคดีในศาลพลเรือน
คดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารนี้ ให้ดำเนินคดีในศาลพลเรือน และเมื่อศาลพลเรือนได้ประทับรับฟ้องไว้แล้ว แม้ปรากฏตามทางพิจารณาภายหลังว่า เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ศาลพลเรือนก็มีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไปได้ ( มาตรา 15)

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3773
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
กองทัพอากาศรับสมัครสอบ จำนวน จำนวน 523 อัตรา ประจำปี 2559

 

ข้อสอบไทย แหล่งรวมข้อสอบราชการทุกหน่วยงาน ข่าวการเปิดสอบราชการ จากทีมงาน ชีทไทย.คอม