ผู้เขียน หัวข้อ: คู่มือเตรียมสอบ แนวข้อสอบตำรวจสัญญาบัตร สอบเลื่อนเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร  (อ่าน 11413 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
จำหน่ายแนวข้อสอบ สำนักงานตำรวจแหน่งชาติ สตช. ตำแหน่ง ข้าราชการตำรวจ ตำรวจชั้นประทวน รองสารวัตร ตำรวจชั้นสัญญาบัตร รอง สว. สายป้องกันปราบปราม สายอำนวยการและสนับสนุน [คุณสราวุฒิ โทร. 087-7744915 / LINE ID. @t0877744915 / Email. testerth@hotmail.com]




แนวข้อสอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทุกตำแหน่ง
แนวข้อสอบนายสิบตำรวจ ตำรวจชั้นประทวน ม.6 ปวช. ทุกตำแหน่ง
แนวข้อสอบตำรวจชั้นสัญญาบัตร บุคคลภายนอก ทุกตำแหน่ง
แนวข้อสอบตำรวจชั้นสัญญาบัตร รอง สว.ทำหน้าที่อาจารย์ ทุกตำแหน่ง

เปิดสอบ สรุปหนังสือ คู่มือเตรียมสอบ แนวข้อสอบตำรวจสัญญาบัตร สอบเลื่อนเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร สำนักงานตำรวจแหน่งชาติ ทุกตำแหน่ง ใหม่ล่าสุด 2558

Royal Thai Police

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดรับสมัครและคัดเลือกข้าราชการตำรวจชั้นประทวนเข้ารับการฝึกอบรม เพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร พ.ศ. 2558 ดำรงตำแหน่ง รอง สว. รวม 500 อัตรา (25 ธ.ค. 2558 - 12 ม.ค. 2559)

ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร รองสารวัตร (รอง สว.)
1. กลุ่มงานที่มีวุฒิปริญญาตรี
- กลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน  จำนวน 115 อัตรา
- กลุ่มสายงานปฏิบัติการป้องกันปราบปราม  จำนวน 250 อัตรา
2. กลุ่มผู้ที่ไม่มีคุณวุฒิปริญญาตรี (จ.ส.ต. - ด.ต.)
- กลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน  จำนวน 35 อัตรา
- กลุ่มสายงานปฏิบัติการป้องกันปราบปราม  จำนวน 100 อัตรา

กองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.)    รวม 128 อัตรา
1. สายอำนวยการและสนับสนุน (อก.4)    จำนวน 52 อัตรา
2. สายป้องกันปราบปราม (นป.5)    จำนวน 17 อัตรา
3. สายอำนวยการและสนับสนุน (นอ.6)    จำนวน 6 อัตรา
4. สายป้องกันปราบปราม (นป.7)    จำนวน 43 อัตรา
5. สายอำนวยการและสนับสนุน (นอ.8)    จำนวน 10 อัตรา

ตำรวจภูธรภาค 1 (ภ.1)    รวม 117 อัตรา
1. สายป้องกันปราบปราม (ปป.1)    จำนวน 30 อัตรา
2. สายอำนวยการและสนับสนุน (อก.2)    จำนวน 12 อัตรา
3. สายป้องกันปราบปราม (ปป.3)    จำนวน 75 อัตรา
4. สายอำนวยการและสนับสนุน (อก.4)    จำนวน 23 อัตรา

ตำรวจภูธรภาค 4 (ภ.4)    รวม 67 อัตรา
1. สายป้องกันปราบปราม (ปป.1)    จำนวน 15 อัตรา
2. สายอำนวยการและสนับสนุน (อก.2)    จำนวน 6 อัตรา
3. สายป้องกันปราบปราม (ปป.3)    จำนวน 37 อัตรา
4. สายอำนวยการและสนับสนุน (อก.4)    จำนวน 9 อัตรา

ตำรวจภูธรภาค 5 (ภ.5)    รวม 88 อัตรา
1. สายป้องกันปราบปราม (ปป.1)    จำนวน 20 อัตรา
2. สายอำนวยการและสนับสนุน (อก.2)    จำนวน 7 อัตรา
3. สายป้องกันปราบปราม (ปป.3)    จำนวน 50 อัตรา
4. สายอำนวยการและสนับสนุน (อก.4)    จำนวน 11 อัตรา

ตำรวจภูธรภาค 8 (ภ.8)    รวม 62 อัตรา
1. สายป้องกันปราบปราม (ปป.1)    จำนวน 16 อัตรา
2. สายอำนวยการและสนับสนุน (อก.2)    จำนวน 2 อัตรา
3. สายป้องกันปราบปราม (ปป.3)    จำนวน 39 อัตรา
4. สายอำนวยการและสนับสนุน (อก.4)    จำนวน 5 อัตรา

กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.)    รวม 38 อัตรา
1. สายป้องกันปราบปราม (ปป.1)    จำนวน 7 อัตรา
2. สายอำนวยการและสนับสนุน (อก.2)    จำนวน 4 อัตรา
3. สายป้องกันปราบปราม (ปป.3)    จำนวน 18 อัตรา
4. สายอำนวยการและสนับสนุน (อก.4)    จำนวน 9 อัตรา

รับสมัครสอบทางอินเทอร์เน็ต
วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2558 - 12 มกราคม พ.ศ. 2559
ประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ
วันที่ 12 กุมพาพันธ์ พ.ศ. 2559
สอบข้อเขียน
วันที่ 21 กุมพาพันธ์ พ.ศ. 2559
ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านข้อเขียน
วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2559
ทดสอบความเหมาะสมกับตำแหน่ง
วันที่ 23 - 26 มีนาคม พ.ศ. 2559
ประกาศรายชื่อผู้ได้รับคัดเลือก
วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2559
อ่านประกาศ สตช. คลิ๊กที่นี่


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบตำรวจชั้นสัญญาบัตร สายป้องกันปราบปราม ปป.
รวมทุกอย่างที่ออกสอบ
ประกอบด้วย
- แนวข้อสอบประมวลกฎหมายอาญา
- แนวข้อสอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- แนวข้อสอบกฎหมายลักษณะพยาน
- แนวข้อสอบ พรบ.ตำรวจแห่งชาติ  พ.ศ. 2547 และแก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ กฏ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2556
- แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2551 และแก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
- แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ
- แนวข้อสอบความสามารถทางด้านตัวเลข + ความสามารถด้านเหตุผล
- แนวข้อสอบตำรวจสายปราบปราม ที่ออกบ่อยๆ


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบตำรวจชั้นสัญญาบัตร สายอำนวยการและสนับสนุน อก.
รวมทุกอย่างที่ออกสอบ
ประกอบด้วย
- ความรู้เกี่ยวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- แนวข้อสอบระเบียบงานสารบรรณ พ.ศ.2526 และแก้ไขเพิ่มเติม
- สรุปประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 54  งานสารบรรณ พ.ศ.2556
- แนวข้อสอบการใช้ภาษา
- แนวข้อสอบความเข้าใจภาษา
- แนวข้อสอบทักษะงานอำนวยการ
- แนวข้อสอบ พรบ.ตำรวจแห่งชาติ  พ.ศ. 2547 และแก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ กฏ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2556
- แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2551 และแก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
- แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ
- แนวข้อสอบความสามารถทางด้านตัวเลข + ความสามารถด้านเหตุผล
- แนวข้อสอบตำรวจสายอำนวยการและสนับสนุน ที่ออกบ่อยๆ
[/size]

รายละเอียดเพิ่มเติม และ ตัวอย่างข้อสอบ


*********************************************************************
สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ :
สราวุฒิ : 087-774-4915 [ LINE ID : @t0877744915 ] Link Line : http://line.me/ti/p/%40t0877744915
E-Mail : testerth@hotmail.com
Link Facebook : www.facebook.com/testerth

ขั้นตอนการสั่งซื้อ :
โอนเงินแล้วแจ้งทาง [ E-Mail / Facebook  / LINE / SMS / Whats App ]
>> สิ่งที่ต้องแจ้งรายละเอียด <<
1. แจ้งเวลาที่โอน ( ดูที่ใบสลิปธนาคารเป็นหลัก )
2. แจ้งข้อสอบที่สั่งซื้อ
3. แจ้ง E-Mail (เอาเป็นไฟล์) / แจ้งชื่อที่อยู่ เบอร์โทร (เอาเป็นหนังสือ)

ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลพลาซ่า ขอนแก่น
ชื่อบัญชี นายสราวุฒิ สีตาแสง บัญชีออมทรัพย์ 871-2-12709-1

* เก็บสลิปไว้เป็นหลักฐาน อย่าทิ้งเด็ดขาด*
** แนะนำให้ใส่เศษสตางค์เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ เช่น 399.01, 399.25 เป็นต้น **

** ไฟล์ส่งภายในวันที่สั่งซื้อ จัดส่งตามคิว ไม่เกินเที่ยงคืน
*** หนังสือส่งทางไปรษณีย์ จัดพิมพ์ 1 วัน EMS ไม่เกิน 3 วัน


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 28, 2017, 08:05:27 PM โดย testerth »

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน

จำหน่ายเอกสารติว แนวข้อสอบนายตำรวจสัญญาบัตร สายสืบสวนสอบสวน
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ประกอบด้วย
- แนวข้อสอบกฎหมาย ป.วิอาญา ป.อาญา และ กฎหมายพยาน
- ข้อสอบ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547
- ข้อสอบตำรวจ กฏ ก.ตร.ประเมินผล และ จริยธรรม
- ข้อสอบตำรวจ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2547
- พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
- ข้อสอบจริยธรรมและกฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวล จรรยาบรรตำรวจ 2553
- พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
- เเนวข้อสอบรัฐธรรมนูญเเห่งราชอาณาจักรไทย 2550
- รวมแนวข้อสอบเก่า


จำหน่ายเอกสารติว แนวข้อสอบตำรวจสัญญาบัตร สายนิติกร นก.
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ประกอบด้วย
- แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2553
- แนวข้อสอบ กฏ ก.ตร. การสืบสวนข้อเท็จจริง
- แนวข้อสอบ ตำรวจแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2554
- แนวข้อสอบ ป.วิอาญา.M
- แนวข้อสอบ พ.ร.ก ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
- แนวข้อสอบกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
- แนวข้อสอบกฎหมายอาญา
- แนวข้อสอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
- สรุปสาระสำคัญ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติวิธีการปฏิบัติราชการปกครอง พ.ศ. 2539
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ
- แนวข้อสอบวิชาประมวลกำหมายวิธีพิจารณาความอาญา


จำหน่ายเอกสารติว แนวข้อสอบตำรวจ สายการเงิน กง.
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ประกอบด้วย
- แนวข้อสอบ  กฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง
- แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
- แนวข้อสอบ พรก.ค่าใช้จ่ายเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พรบ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
- แนวข้อสอบระเบียบการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของส่วนราชการ  พ.ศ. 2553
- แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ.2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบหลักการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณ
- แนวข้อสอบหลักการและนโยบายบัญชี สำหรับหน่วยงานภาครัฐ ฉบับที่ 2
- สรุป กฎ กตร.การประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ พ.ศ 2547
- สรุปแนวข้อสอบระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจากเดินทางไปราชการ 2550
- สรุปแนวข้อสอบระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง 2551
- สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติตำรวจแห่าติ พ.ศ. 2547
- สรุปสาระสำคัญว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ พ.ศ. 2549 และแก้ไขเพิ่มเติม


จำหน่ายเอกสารติว แนวข้อสอบตำรวจ สายสื่อสาร ทส. ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ประกอบด้วย
- สาระสำคัญของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
- แนวข้อสอบ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
- ถาม-ตอบพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
- พรบ.ว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544
- แนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544
- ระบบการสื่อสารข้อมูล
- แนวข้อสอบระบบการสื่อสารข้อมูล
- ถาม-ตอบ งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น
- สาระน่ารู้เกี่ยวกับวิทยุสื่อสาร
- แนวข้อสอบการใช้วิทยุสื่อสารเบื้องต้น
- สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติตำรวจแห่าติ พ.ศ. 2547
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547


จำหน่ายเอกสารติว แนวข้อสอบตำรวจ 50 ปี  ดาบตำรวจ ดต.
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก
ประกอบด้วย
- แนวข้อสอบเก่าสายจ่าดาบ 50 ปี
- ข้อสอบเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
- ข้อสอบความรู้ในหน้าที่ตำรวจ
- แนวข้อสอบวิชาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
- แนวข้อสอบ จริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ
- แนวข้อสอบข่าวและเหตุการณ์ปัจจุบัน การเมือง สังคม ประจำปี พ.ศ. 2556
- แนวข้อการเมืองไทยในปัจจุบัน
- โครงสร้าง หน้าที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- คุณธรรม ค่านิยมหลัก และอุดมคติของตำรวจ
- สรุปการบริหารงานในสถานีตำรวจ


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบรอง สว.ทำหน้าที่อาจารย์ ทุกตำแหน่ง
รวมทุกอย่างที่ออกสอบ
- ความรู้ความสามารถทั่วไปทางการศึกษา
- แนวข้อสอบ พรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ที่แก้ไขเพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ. 2556
- แนวข้อสอบ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ. 2551 แก้ไข้เพิ่มเติม
- แนวข้อสอบ พรก.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
- แนวข้อสอบภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)
- แนวข้อสอบด้านการคิดคำนวณและด้านเหตุผล
(เลือกตามตำแหน่งที่สอบ)
- รอง สว.ทำหน้าที่อาจารย์ (ภาควิชาบริหารงานตำรวจ)
- รอง สว.ทำหน้าที่อาจารย์ (ภาควิชากฎหมาย)
- รอง สว.ทำหน้าที่อาจารย์ (ภาควิชาทั่วไป)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 25, 2015, 06:57:20 PM โดย testerth »

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน

ตัวอย่างแนวข้อสอบเลื่อนนายตำรวจสัญญาบัตร

1.    ผบ.ตร.แต่งตั้งยศ ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
ตอบ   ร.ต.ต.ขึ้นไปแต่ไม่สูงกว่า   พ.ต.อ.

2.    ข้อใดเป็นหน้าที่ของ ก.ตร
ตอบ  รายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาปรับปรุงขั้นเงินเดือน

3.    ผู้ใดไม่มีสิทธิเลือกกรรมการข้าราชการตำราจผู้ทรงคุณวุฒิ
ตอบ   พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ

4.    ข้าราชการตำรวจถึงแก่ความตาย
ตอบ   คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ

5.    เงินเพิ่มค่าครองชีพตามภาวะเศรษฐกิจ  ตราขึ้นเป็นกฏหมายใด
ตอบ   พระราชกฤษฎีกา

6.    ข้อใดมิใช่อำนาจของก.ตร
ตอบ   กำหนดประเด็นหรือข้อสำคัญที่ต้องการทราบสั่งไปให้ผู้บังคับบัญชาสอบสวนเพิ่มเติม

7.    การขอลาออกไปสมัครรับเลือกตั้งมีผลนับตั้งแต่วันใด
ตอบ   ผู้นั้นขอลาออก

8.    การอุทธรณ์ที่ถูกต้อง  คือ
ตอบ  ผบช.สั่งให้ออกจากราชการ ให้อุทธรณ์ต่อ ก.ตร.

9.    ผู้ใดแต่งกายคล้ายเครื่องแบบตำรวจในเขตประกาศกฎอัยการศึก มีโทษอย่างไร
ตอบ   จำคุก 1-10 ปี

10.    ใครเป็นผู้อนุมัตินำเงินค่าเปรียบเทียบฯ
ตอบ    คณะรัฐมนตรี

11.    การตรวจเงินแผ่นดินจะต้องรายงานผลการตรวจสอบบัญชีของกองทุนเสนอต่อใคร
ตอบ   กระทรวงการคลัง

12.    คณะกรรมการพิจารณาการประเมินมีหน้าที่อย่างไร
ตอบ   พิจารณาคำร้องทุกข์ ผู้ที่เห็นว่าการประเมินของตนไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง

13. การปฏิบัติเช่นไร ถือว่าเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์สุจริต และยึดมั่นในศีลธรรม
ตอบ   ไม่รับของขวัญฯ

14. ข้อใดมิใช่ค่านิยมหลัก
ตอบ    อุทิศตนไม่หลีกเลี่ยงเกี่ยงงาน

15. การคัดค้านกรรมการฯจะต้องยื่นต่อใคร
ตอบ  ผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ภายใน7วันนับแต่วันรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฯ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 25, 2015, 06:56:31 PM โดย testerth »

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
ตัวอย่างแนวข้อสอบตำรวจสายการเงิน ตัวอย่างข้อสอบ เก็งข้อสอบ ติวเข้มข้อสอบตำรวจ


สรุปแนวข้อสอบระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2548

1. ระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2548นี้ให้ใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่
ตอบ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2548 เป็นต้นไป

2. “ส่วนราชการ” หมายความว่า
ตอบ ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

3. “รัฐวิสาหกิจ” หมายความว่า
ตอบ รัฐวิสาหกิจที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำ ปี หรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม

4. “การจัดสรรงบประมาณ” หมายความว่า
ตอบ การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำ ปี หรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม

5. “เป้าหมายยุทธศาสตร์ระดับชาติ” หมายความว่า
ตอบ ผลสัมฤทธิ์ที่รัฐบาลต้องการจะให้เกิดต่อประชาชนและประเทศ

6. “เป้าหมายการให้บริการกระทรวง” หมายความว่า
ตอบ เป้าหมายการให้บริการกระทรวงตามเอกสารประกอบพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำ ปี

7. “แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด” หมายความว่า
ตอบ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดตามที่จังหวัดกำหนดขึ้นโดยสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดและเป้าหมายยุทธศาสตร์ระดับชาติ

8. “แผนงบประมาณ” หมายความว่า
ตอบ แผนงบประมาณที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี

9. “แผนงบประมาณในเชิงบูรณาการ” หมายความว่า
ตอบ แผนงบประมาณในเชิงบูรณาการที่กำหนดไว้ในเอกสารประกอบพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำ ปี

10. “ผลผลิต” หมายความว่า
ตอบ ผลผลิตที่กำหนดไว้ในเอกสารประกอบพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี

11. “โครงการ” หมายความว่า
ตอบ โครงการที่กำ หนดไว้ในเอกสารประกอบพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำ ปี

12. “งบรายจ่าย” หมายความว่า
ตอบ กลุ่มวัตถุประสงค์ของรายจ่าย

13. “เงินทดรองราชการ” หมายความว่า
ตอบ เงินทดรองราชการตามระเบียบว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อรองจ่ายตามโครงการเงินกู้จากต่างประเทศ

14. “แผนการปฏิบัติงาน” หมายความว่า
ตอบ แผนการปฏิบัติงานของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจในรอบปีงบประมาณ

15. “แผนการใช้จ่ายงบประมาณ” หมายความว่า
ตอบ แผนแสดงรายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายสำ หรับส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเพื่อดำ เนินงานตามแผนการปฏิบัติงานในรอบปีงบประมาณ

16. “สำ นักเบิกส่วนกลาง” หมายความว่า
ตอบ กรมบัญชีกลาง

17. “สำ นักเบิกส่วนภูมิภาค” หมายความว่า
ตอบ สำนักงานคลังจังหวัด สำ นักงานคลังจังหวัด ณ อำเภอ และสำ นักงานคลังอำเภอด้วย

18. “การโอนงบประมาณรายจ่าย” หมายความว่า
ตอบ การโอนเงินงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณของผลผลิตหรือโครงการใดไปผลผลิตหรือโครงการอื่นภายในงบรายจ่ายเดียวกัน

19. “การเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณรายจ่าย” หมายความว่า
ตอบ การเปลี่ยนแปลงรายการและหรือจำนวนเงินของรายการที่กำหนดไว้ภายใต้งบรายจ่ายของแผนงบประมาณ

20. “การโอนจัดสรรงบประมาณรายจ่าย” หมายความว่า
ตอบ การโอนจัดสรรงบประมาณรายจ่ายจากสำ นักเบิกส่วนกลางไปยังสำ นักเบิกส่วนภูมิภาคใด



แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 และแก้ไขเพิ่มเติม


1. “งบประมาณรายจ่าย” หมายความว่าอย่างไร
ก. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ข. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ค. ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมของปีหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป และให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้นเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณนั้น
ง. ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่าย หรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง

ตอบ ก. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย

2. พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2534 ราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่ม 108 ตอนที่ 168 ลงวันที่เท่าใด
ก. วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2534
ข. วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2534
ค. วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2534
ง. วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2534

ตอบ ค. วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2534

3. พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 ใน พ.ศ. ใด
ก. พ.ศ. 2515
ข. พ.ศ. 2517
ค. พ.ศ. 2534
ง. พ.ศ. 2543

ตอบ ข. พ.ศ. 2517

4. “งบประมาณรายจ่ายข้ามปี” หมายความว่าอย่างไร
ก. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ข. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ค. ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมของปีหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป และให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้นเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณนั้น
ง. ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่าย หรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง

ตอบ ข. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย

5. “ปีงบประมาณ” หมายความว่าอย่างไร
ก. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ข. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ค. ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมของปีหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป และให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้นเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณนั้น
ง. ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่าย หรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง

ตอบ ค. ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมของปีหนึ่งถึงวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป และให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้นเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณนั้น

6. “หนี้” หมายความว่าอย่างไร
ก. ข้อผูกพันที่จะต้องจ่ายหรืออาจจะต้องจ่ายเป็นเงิน สิ่งของหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นข้อผูกพันอันเกิดจากการกู้ยืม การค้ำประกัน การซื้อ หรือการจ้างโดยใช้เครดิต หรือจากการอื่นใด
ข. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ค. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ง. ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่าย หรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง

ตอบ ก. ข้อผูกพันที่จะต้องจ่ายหรืออาจจะต้องจ่ายเป็นเงิน สิ่งของหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นข้อผูกพันอันเกิดจากการกู้ยืม การค้ำประกัน การซื้อ หรือการจ้างโดยใช้เครดิต หรือจากการอื่นใด

7. “เงินประจำงวด” หมายความว่าอย่างไร
ก. ข้อผูกพันที่จะต้องจ่ายหรืออาจจะต้องจ่ายเป็นเงิน สิ่งของหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นข้อผูกพันอันเกิดจากการกู้ยืม การค้ำประกัน การซื้อ หรือการจ้างโดยใช้เครดิต หรือจากการอื่นใด
ข. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ค. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ง. ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่าย หรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง

ตอบ ง. ส่วนหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายที่แบ่งสรรให้จ่าย หรือให้ก่อหนี้ผูกพันในระยะเวลาหนึ่ง

8. “ส่วนราชการ” หมายความว่าอย่างไร
ก. องค์การของรัฐบาลหรือหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ
ข. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการมีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
ค. กระทรวง ทบวง กรม หรือทบวงการเมืองที่มีฐานะเทียบเท่า สำนักงานหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ แต่ไม่รวมตลอดถึงรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง

ตอบ ค. กระทรวง ทบวง กรม หรือทบวงการเมืองที่มีฐานะเทียบเท่า สำนักงานหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ แต่ไม่รวมตลอดถึงรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น

9. “รัฐวิสาหกิจ” หมายความว่าอย่างไร
ก. องค์การของรัฐบาลหรือหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ
ข. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการมีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
ค. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ส่วนราชการ และ/หรือรัฐวิสาหกิจตาม (ก) และ/หรือ (ข) มีทุนรวมอยู่ด้วยเกินกว่าร้อยละห้าสิบ
ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ ง. ถูกทุกข้อ

10. พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2511 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 85 ตอนที่ 10 ลงวันที่เท่าใด
ก. วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2511
ข. วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2511
ค.  วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2511
ง. วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2511

ตอบ ค. วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2511

11. “เงินทดรองราชการ” หมายความว่าอย่างไร
ก. เงินที่กระทรวงการคลังจ่ายและอนุญาตให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อทดรองเป็นค่าใช้จ่ายตามระเบียบหรือข้อบังคับของกระทรวงการคลัง
ข. งบประมาณรายจ่ายที่ใช้ได้เกินปีงบประมาณ ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ค. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
ง. จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือให้ก่อหนี้ผูกพันได้ ตามวัตถุประสงค์และภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย

ตอบ ก. เงินที่กระทรวงการคลังจ่ายและอนุญาตให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อทดรองเป็นค่าใช้จ่ายตามระเบียบหรือข้อบังคับของกระทรวงการคลัง

12. ข้อใดต่อไปนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการ
ก. เรียกให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเสนอประมาณการรายรับและรายจ่ายตามแบบและหลักเกณฑ์ พร้อมด้วยรายละเอียดตามที่ผู้อำนวยการกำหนด
ข. วิเคราะห์งบประมาณและการจ่ายเงินของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ
ค. กำหนด เพิ่ม หรือลดเงินประจำงวดตามความจำเป็นของการปฏิบัติงาน และตามกำลังเงินของแผ่นดิน
ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ ง. ถูกทุกข้อ

13. ข้อใดคือลักษณะของงบประมาณ

ก. คำแถลงประกอบงบประมาณแสดงฐานะและนโยบายการคลังและการเงิน สาระสำคัญของงบประมาณ และความสัมพันธ์ระหว่างรายรับและงบประมาณรายจ่ายที่ขอตั้ง
ข. รายรับรายจ่ายเปรียบเทียบระหว่างปีที่ล่วงมาแล้ว ปีปัจจุบันและปีที่ขอตั้งงบประมาณรายจ่าย
ค. คำอธิบายเกี่ยวกับประมาณการรายรับ
ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ ง. ถูกทุกข้อ

14. การกู้เงินตาม มาตรา 9 ในปีหนึ่งๆ จะสามารถกู้เงินได้เท่าใด
ก. ร้อยละยี่สิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกู้
ข. ร้อยละสี่สิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกู้
ค. ร้อยละหกสิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกู้
ง. ร้อยละแปดสิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกู้

ตอบ ง. ร้อยละแปดสิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับชำระคืนต้นเงินกู้

15. ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 203 ราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่ม 89 ตอนที่ 134 ลงวันที่เท่าใด
ก. วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2515
ข. วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2515
ค. วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2515
ง. วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2515

ตอบ ง. วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2515

ระเบียบกระทรวงการคลัง
ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ  พ.ศ. ๒๕๔๙
๑.    ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมการจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๙  อาศัย
- อำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๒) แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒

๒.    ผู้รักษาการระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมการจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๙
- ปลัดกระทรวงการคลัง

๓.    โครงการหรือหลักสูตรการฝึกอบรมที่ส่วนราชการเป็นผู้จัด หรือจัดร่วมกับหน่วยงานอื่นต้องได้รับอนุมัติจาก
-  หัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณ  เพื่อเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้

๔.    การฝึกอบรมบุคคลภายนอกให้จัดได้เฉพาะ
- การฝึกอบรมในประเทศเท่านั้น

๕.    ค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่งให้ส่วนราชการผู้จัดการฝึกอบรมเป็นผู้เบิกจ่าย แต่ถ้าจะเบิกจ่ายจากส่วนราชการต้นสังกัด ให้ทำได้เมื่อ
- ส่วนราชการผู้จัดการฝึกอบรมร้องขอและส่วนราชการต้นสังกัดตกลงยินยอม

๖.    บุคคลที่เคยเป็นบุคลากรของรัฐมาแล้ว ให้เทียบตาม
- ระดับตำแหน่งหรือชั้นยศครั้งสุดท้าย  ก่อนออกจากราชการหรือออกจากงาน แล้วแต่กรณี

๗.    การเบิกจ่ายค่าพาหนะเดินทางไปกลับระหว่างสถานที่อยู่ ที่พัก หรือที่ปฏิบัติราชการไปยังสถานที่จัดฝึกอบรมให้อยู่ในดุลพินิจของ
- หัวหน้าส่วนราชการผู้จัดการฝึกอบรมหรือต้นสังกัด

๘.    ชั่วโมงการฝึกอบรมที่มีลักษณะเป็นการบรรยาย ให้จ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรได้ไม่เกิน
- ๑ คน

๙.    ชั่วโมงการฝึกอบรมที่มีลักษณะเป็นการอภิปรายหรือสัมมนาเป็นคณะ ให้จ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรได้ไม่เกิน
-  ๕ คน

๑๐.    การฝึกอบรมต้องมีกำหนดเวลาการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า
- ห้าสิบนาที

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
ตัวอย่างแนวข้อสอบตำรวจ สายสื่อสาร ทส.

1. Data Communications  หมายถึงข้อใด
ก. การขนส่งข้อมูล
ข. การสื่อสารข้อมูล
ค. การแปลงข้อมูล
ง. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ       ข.  การสื่อสารข้อมูล

                การสื่อสารข้อมูล (Data Communications)  หมายถึง  กระบวนการถ่ายโอนหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างผู้ส่งและผู้รับโดยผ่านช่องทางสื่อสาร  เช่น  อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์เป็นตัวกลางในการรับส่งข้อมูล  เพื่อให้ผู้ส่งและผู้รับเกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน

2. “เป็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติมักจะลดทอนหรือรบกวนระบบ  อุปสรรค์ที่เกิดขึ้นระหว่างการรับส่งข้อมูล”  คือข้อใด
ก. Noise
ข. Voice
ค. Sink
ง. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ       ก.  Noise

                สัญญาณรบกวน (Noise)  เป็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติมักจะลดทอนหรือรบกวนระบบ  อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งทางด้านผู้ส่งข่าวสาร  ผู้รับข่าวสาร  และช่องสัญญาณ  แต่ในการศึกษาขั้นพื้นฐานมักจะสมมุติให้ทางด้านผู้ส่งข่าวสารและผู้รับข่าวสารไม่มีความผิดพลาดตำแหน่งที่ใช้วิเคราะห์  มักจะเป็นที่ตัวกลางหรือช่องสัญญาณ  เมื่อไรที่รวมสัญญาณรบกวนด้านผู้ส่งข่าวสารและด้านผู้รับข่าวสารในทางปฏิบัติมักจะใช้วงจรกรอง (Filter)  กรองสัญญาณแต่ต้นทางเพื่อให้การสื่อสารมีคุณภาพดียิ่งขึ้นแล้วค่อยดำเนินการ  เช่น  การเข้ารหัสแหล่งข้อมูล  เป็นต้น

3. ปัจจัยใดที่ทำให้สัญญาณไมโครเวฟมีสัญญาณอ่อนลงหรือหักเห
ก. ในที่มีอากาศร้อนจัด
ข. ในเขตชุมชนที่มีสิ่งปลูกสร้างหนาแน่น
ค. ในสถานที่ที่มีพายุหรือฝน
ง. ถูกทั้ง ข้อ ก. ข. และ ค.

ตอบ       ง.  ถูกทั้ง ข้อ ก. ข. และ ค.

                เพื่อป้องกันการแทรกหรือรบกวนจากสัญญาณอื่นๆ  แต่สัญญาณอาจจะอ่อนลงหรือหักเหได้ในที่มีอากาศร้อนจัด  พายุหรือฝน  ดังนั้นการติดตั้งจานส่ง-รับสัญญาณจึงต้องให้หันหน้าของจานตรงกัน  และหอยิ่งสูงยิ่งส่งสัญญาณได้ไกล

4. ข่ายการสื่อสารข้อมูลเป็นการรับส่งข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง  โดยอาศัยระบบการส่งข้อมูลทางใด
ก. คลื่นไฟฟ้า
ข. แสง
ค. น้ำ
ง. ถูกทั้ง ข้อ ก. และ ข.

ตอบ       ง.  ถูกทั้ง ข้อ ก. และ ข.

                ข่ายการสื่อสารข้อมูล  หมายถึง  การรับส่งข้อมูลหรือสารสนเทศจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยอาศัยระบบการส่งข้อมูลทางคลื่นไฟฟ้าหรือแสง  อุปกรณ์ที่ประกอบเป็นระบบการสื่อสารข้อมูลโดยทั่วไปเรียกว่า  ข่ายการสื่อสารข้อมูล (Data Communications Network)

5. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบพื้นฐานของข่ายการสื่อสารข้อมูล
ก. Transmisstion Channel
ข. Translate Channel
ค. Receiving Unit
ง. Sending Unit

ตอบ       ข.  Translate Channel

                องค์ประกอบการพื้นฐานของข่ายการสื่อสารข้อมูล (Data Communications Network)

1. หน่วยรับข้อมูล (Receiving Unit)
2. หน่วยส่งข้อมูล (Sending Unit)
3. ช่องทางการส่งข้อมูล (Transmisstion Channel)

6. การสื่อสารข้อมูล (Data Transmission)  มีกี่รูปแบบ  อะไรบ้าง
ก. 2  รูปแบบ  คือ  การสื่อสารแบบอนุกรม  และการสื่อสารแบบขนาน
ข. 2  รูปแบบ  คือ  การสื่อสารแบบไปกลับ  และการสื่อสารแบบแจ้งรับ
ค. 3  รูปแบบ  คือ  การสื่อสารแบบอนุกรม  การสื่อสารแบบขนาน  และการสื่อสารแบบทางเดียว
ง. 3  รูปแบบ  คือ  การสื่อสารแบบไปกลับ  การสื่อสารแบบทางเดียว  และการสื่อสารแบบขนาน

ตอบ       ก.  2  รูปแบบ  คือ  การสื่อสารแบบอนุกรม  และการสื่อสารแบบขนาน

วิธีการสื่อสารข้อมูล (Data Transmisstion)
                ลักษณะของการสื่อสารข้อมูลมี 2 รูปแบบคือ  การสื่อสารแบบอนุกรม (Serial Data Transmission)  และการสื่อสารแบบขนาน (Parallel Data Transmission)

7. สถานีไมโครเวฟลอยฟ้า  เป็นคำเปรียบเสมือนจากข้อใด
ก. ดาวเทียม
ข. พระอาทิตย์
ค. จานดาวเทียม
ง. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ       ก.  ดาวเทียม

การสื่อสารด้วยดาวเทียม (Satellite Transmission)

1.   Q-CODE จะใช้ในลักษณะใด
     ก.   เป็นคําตอบอย่างเดียว                                        ข.   เป็นคําถามอย่างเดียว
     ค.   เป็นคําย่อทั่วไป                                                  ง.   เป็นได้ทั้งข้อ ก. และข้อ ข.

2.  ประมวลสัญญาณ Q-CODE ได้ถูกจัดพิมพ์ไว้ใน
     ก.   THE FCC RULE BOOK                                   ข.   THE AMERICAN RADIO RELAY LEAGUE
     ค.   RADIOCOMMUNICATION BUREAU S25    ง.   RADIO REGULATION APPENDIX 14

3.  รหัส Q ในรูปของคําถามที่ หมายถึง “ท่านจะไปที่ ไหน? และมาจากไหน?” คือ
      ก.QRA                                  ข.QRB                               ค.QRD                                        ง.QRE

4. รหัส Q ในรูปของคําถามที่ หมายถึง “ท่านรับฟังข้อความของข้าพเจ้าได้ชัดเจนเพียงใด” คือ
       ก.QRI                                        ข.QRK                                 ค.QRM                                 ง.QRN

5.  รหัส Q ในรูปของคําถามที่ หมายถึง “ลดกําลังส่งลง” คือ
     ก.QRO                                          ข.QRP                                                  ค.QRQ                                 ง.QRS

6.  รหัส Q ในรูปของคําถามที่ หมายถึง “ท่านพร้อมหรือยัง?” คือ
     ก.QRS                                           ข.QRT                                ค.QRU                                 ง.QRV

7.  รหัส Q ในรูปของคําถามที่ หมายถึง “ใครกําลังเรียกข้าพเจ้า?” คือ
     ก.QRV                                           ข.QRW                              ค.QRX                                  ง.QRZ

8.  รหัส Q ในรู ปของคําถามที่ หมายถึง “ท่านรับข้อความได้หรือไม่ ?” คือ
     ก.QSA                                         ข.QSB                                  ค.QSK                                  ง.QSL

9.  รหัส Q ในรูปของคําถามที่ หมายถึง “ต่ำแหน่งสถานี ของท่านอยู่ที่ใด?” คือ
     ก.QTA                                         ข.QTH                                 ค.QTR                                  ง.QRT

10. รหัส Q ในรูปของคําถามที่ หมายถึง “ขณะนี้เวลาเท่าใด?” คือ
     ก. QTA                                         ข.QTH                                 ค.QTR                                                  ง.QRT

11. รหัส Q-CODE “QRX” ในรูปของคําถามหมายถึงข้อใด
     ก.   ท่านพร้อมหรือยัง?                                                             ข.   เมื่อใดท่านจะเรียกข้าพเจ้าอีก?
     ค.   ใครเรียกข้าพเจ้า?                                                                ง.   เมื่อใดจะถึงรอบ (คิว) ข้าพเจ้า?

12.  รหัส Q-CODE “QRE” ในรูปของคําถามหมายถึงข้อใด
     ก.   ท่านพร้อมที่จะทํางานอัตโนมัติแล้วหรือ?                     ข.   ท่านพร้อมแล้วหรือ?
     ค.   ท่านกําลังเดินทางกลับไปที่  HOME แล้วหรือ?            ง.   ท่านคาดว่าจะถึง HOME เวลาเท่าใด?

13.  รหัส Q-CODE “QRR” ในรูปของคําถามหมายถึงข้อใด

     ก. ท่านพร้อมที่จะทํางานอัตโนมัติ แล้วหรือ?                       ข. ท่านพร้อมแล้วหรือ?
     ค. ท่านกําลังเดินทางกลับไปที่  HOME แล้วหรือ?              ง. ท่านคาดว่าจะถึง HOME เวลาเท่าใด?

14.  รหัส Q-CODE “QSX” หมายถึง
     ก. ขอเปลี่ยนไปCONTACTที่ความถี่อื่น                                ข. ขอให้ไปรับสัญญาณที่ความถี่ที่กําหนดให้
     ค. ขอให้ไปส่งสัญญาณที่ความถี่ที่กําหนดให้                       ง. ขอให้ติดต่อผ่านสถานีอื่น

15.  รหัส Q-CODE “QSW” ในความหมายของคําถามหมายถึง
     ก.   คุณจะส่งได้ที่ความถี่เท่าใด?                                              ข.   คุณจะรับที่ความถี่ ...ได้หรือไม่ ?
     ค.   ระดับเสียงของฉันขาดหายหรือไม่ ?                               ง.   จะให้ฉันส่งข้อความทีละคําใช่หรือไม่ ?

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
เฉลยแนวข้อสอบตำรวจ  2556‏

*************

1. ลำดับศักดิ์ของกฎหมายชั้นที่  3  คือกฎหมายใด
ก. พระราชกฤษฎีกา                                                                ค. พระราชกำหนด
ข. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ                             ง. พระราชบัญญัติ

ตอบ   ง. พระราชบัญญัติ

2. ข้อใดคือยาเสพติดประเภทที่  1
ก. มอร์ฟีน                                                                                 ค. เฮโรอีน
ข. กระท่อม                                                                               ง. โคเคน

ตอบ   ค. เฮโรอีน

3. โทษอาญาที่ใช้ลงแก่ผู้กระทำผิดมีกี่ประการ
ก. 4  ประการ                                                                            ค. 6  ประการ
ข. 3  ประการ                                                                            ง. 5  ประการ

ตอบ   ง. 5  ประการ   ได้แก่   1. ประหารชีวิต   2. จำคุก   3. กักขัง   4. ปรับ     5. ริบทรัพย์สิน

4. ใครเป็นผู้ออกหมายปล่อย
ก. ตำรวจ                                                                                    ค. ทนาย
ข. ศาล                                                                                         ง.  เจ้าพนักงาน

ตอบ   ข. ศาล

5. ผู้ที่ทำพินัยกรรมได้ต้องมีอายุกี่ปี
ก. 15  ปีบริบูรณ์                                                                       ค.  19  ปีบริบูรณ์
ข. 18  ปีบริบูรณ์                                                                       ง.  20  ปีบริบูรณ์

ตอบ   ก. 15  ปีบริบูรณ์

6. ข้อใดไม่ได้สัญชาติไทย
ก. มารดาสัญชาติไทย แล้วคลอดลูกนอกราชอาณาจักรไทย
ข. หญิงซึ่งเป็นคนต่างด้าวและได้สมรสกับผู้มีสัญชาติไทย
ค. ต่างด้าวที่มาท่องเที่ยวแล้วคลอดลูก
ง. ต่างด้าวซึ่งเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนทางทูตหรือเจ้าหน้าที่ในคณะผู้แทนทางทูต

ตอบ   ค. ต่างด้าวที่มาท่องเที่ยวแล้วคลอดลูก

7. อาญาที่ผู้ฟ้องต้องการยอมความต้องยอมความภายในกี่เดือน
ก. 1  เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด
ข. 2  เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด
ค. 3  เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด
ง. 4  เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด

ตอบ   ค. 3  เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด

8. ถ้าคลอดลูกในรถแท็กซี่แล้วตำรวจจราจรทำคลอด ใครเป็นผู้แจ้งเกิด
ก. คนขับแท็กซี่                                                                         ค. บิดา  มารดา
ข. ตำรวจ                                                                                    ง. ใครก็ได้

ตอบ   บิดา  มารดา

9. โมฆียกรรมคืออะไร
ก. ผลผูกพันที่ไม่สมบูรณ์มาแต่ต้น                                      ค. ผลผูกพันจนกว่าจะบอกล้าง
ข. ผลผูกพันจนกว่าจะบอกล้าง ง. ผลผูกพันที่ไม่สามารถให้สัตยาบันได้

ตอบ    ข. ผลผูกพันจนกว่าจะบอกล้าง

10. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการบรรลุนิติภาวะ
ก. สมรสแล้วหย่ากลับมาเป็นผู้เยาว์
ข. ผู้เยาว์สามารถบรรลุนิติภาวะได้โดยการสมรส
ค. ศาลอนุญาตให้สมรสกันได้เพราะมีเหตุควรสมรส แม้คู่สมรสจะมีอายุยังไม่ถึงสิบเจ็ดปีบริบูรณ์ก็ตาม
ง. ศาลจะไม่อนุญาตให้มีการสมรสกับผู้มีอายุต่ำกว่าสิบห้าปี

ตอบ    ก.  สมรสแล้วหย่ากลับมาเป็นผู้เยาว์

11. ข้อใดสำคัญที่สุดในระบบคอมพิวเตอร์
ก. บุคลากร                                                                 ค.  ซอฟต์แวร์
ข. ฮาร์ดแวร์                                                                               ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ   ก. บุคลากร

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
ข้อสอบกฎหมาย 10 ข้อ (ครบแล้ว)

1.ลำดับศักดิ์ของกฎหมาย
ตอบ พระราชบัญญัติ

2.ข้อใด ยาเสพติดประเภทที่1เฮโรอีน นำไปบำบัด
ตอบ เสพยาเสพติด

3.โทษทางอาญา
ตอบ ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ ริบทรัพย์สิน

4.ผู้ออกหมายปล่อย
ตอบ ศาล

5.ทำพินัยกรรม
ตอบ 15ปีบริบูรณ์

6.ไม่ได้สัญชาติไทย
ตอบ ต่างด้าวที่มาท่องเที่ยวแล้วคลอดลูก

7.อาญาที่ผู้ฟ้องต้องการยอมความต้องยอมความภายใน
ตอบ 3เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด


8.คลอดลูกในแท๊กซี่ตำรวจจราจรทำคลอด ใครแจ้งเกิด?
ตอบ บิดามารดา

9.โมฆียกรรมคือ
ตอบ ผลผูกพันจนกว่าจะบอกล้าง

10.ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการบรรลุนิติภาวะ
ตอบ สมรสแล้วหย่ากลับมาเป็นผู้เยาว์


ข้อสอบเทคโนโลยีสารสนเทศ 20ข้อ

1.สำคัญสุดในระบบคอมพิวเตอร์
ตอบ บุคคลากร

2.องค์ประกอบระบบคอมพิวเตอร์
ตอบ ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software) บุคลากร (Peopleware) ข้อมูล (Data) กระบวนการทำงาน (Procedure)

3.เก็บข้อมูลการท่องเว็บไซต์
ตอบ History

4.การเข้าถึงเว็บไซต์ที่ถูกลบไปแล้วในกูเกิ้ล
ตอบ แคช (cache)

5.การส่งภาพระยะ10เมตร
ตอบ บลูทูธ

6.www.จำไม่ได้.com ข้อใดแสดงประเภทเว็บไซต์
ตอบ .com

7. 180.168.1.113 ส่วนใดแสดงหมายเลขเครื่อง
ตอบ 113

8. Wi-fi คือ ....
ตอบ คลื่นวิทยุ

9.ระบบที่หาข้อบกพร่องได้ง่ายที่สุด
ตอบ Star

10.สารสนเทศคือ?
ตอบ ข้อมูลที่ประมวลผมแล้ว มาใช้ในการตัดสินใจ

11. flash mamory
ตอบ ลบ-บันทึก ได้

12.กล้องวิดีทัศน์และฮาร์ดิสใช้ พอร์ตใด
ตอบ USB

13.กุญแจอัจฉริยะ กับ e-passport
ตอบ RIFD หรือ DCI ไม่แน่ใจจำไม่ได้

14.ข้อใดไม่ใช่การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
ตอบ LAN

15.ประมาณ wi-fi อีกข้อ เหมือนจะซ้ำๆ
ตอบ วิทยุ

16. วิธีคำนวณผลทางคอมพิวเตอร์
ตอบ * / % + -

17.การค้นข้อมูลในกูเกิ้ลข้อใดได้ผลแตกต่าง
ตอบ Cat or Dog

18.การค้นข้อมูลกูเกิ้ลโดยใส่วงเล็บ ให้ผลอย่างไร
ตอบ มีทุกคำในวงเล็บ (จำไม่ได้ช๊อยไหน)

19.ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของหน่วยความจำหลัก
ตอบ ประจุไฟฟ้าอะไรเนี่ยแหละจำไม่ค่อยได้

20.ข้อใดแตกต่างจากพวก
ตอบ Linux Winzip

ข้อสอบสังคมและจริยธรรม 10 ข้อ

ประเทศไทยถูกเพ่งเล็งจาก...ปัญหาสิทธิมนุษยชนเรื่องใด(ประมาณนี้55)
ตอบ การค้ามนุษย์

อาชีพเสรีในอาเซียน
ตอบ เภสัช(ไม่ใช่)

คติธรรมคือ
ตอบ ความเชื่อ

บ้านปลูกริมลำน้ำ
ตอบ ค่านิยม ไม่ก็ วัฒนธรรม

หัวหน้าลำเอียงไม่ชอบหน้าลูกน้อง
ตอบ โทสคติ

สังคมขัดแย้งใช่หลักธรรมใด
ตอบ

พิธีกรรมทางการเกษตรคือข้อใด
ตอบ

ข้อสอบกฎหมาย 10 ข้อ

โทษทางอาญา
ตอบ ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ ริบทรัพย์สิน

ผู้ออกหมายปล่อย
ตอบ ศาล

ทำพินัยกรรม
ตอบ 15ปีบริบูรณ์

ไม่ได้สัญชาติไทย
ตอบ ต่างด้าวที่มาท่องเที่ยวแล้วคลอดลูก

อาญาที่ผู้ฟ้องต้องการยอมความต้องยอมความภายใน
ตอบ 3เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด

คลอดลูกในแท๊กซี่ตำรวจจราจรทำคลอด ใครแจ้งเกิด?
ตอบ บิดามารดา

โมฆียกรรมคือ
ตอบ ผลผูกพันจนกว่าจะบอกล้าง

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการบรรลุนิติภาวะ
ตอบ สมรสแล้วหย่ากลับมาเป็นผู้เยาว์

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
เก็งข้อสอบตำรวจสัญญาบัตร ปี 2557 สายอำนวยการ อก.2 อก.4
   
1. การแบ่งส่วนราชการในการจัดตั้งกองบัญชาการตราขึ้นเป็น
ก. พระราชกฤษฎีกา  ค. พระราชบัญญัติ
ข. กฏกระทรวง ง. ประกาศของกระทรวง

2. ก.ต.ช. ย่อมาจาก
ก. คณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ   
ข. คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ
ค. คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ
ง. คณะกรรมการขาราชการตำรวจแห่งชาติ

3. ใครคือผู้กำหนดวันเวลาทำงานและวันหยุด ของข้าราชการตำรวจในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่
ก. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ค. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ข. คณะรัฐมนตรี ง. ก.ต.ช.

4. ข้อใด ไม่ใช่ หน้าที่ของ ก.ตร.
ก. กําหนดนโยบายและมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตํารวจและจัดระบบราชการตํารวจ
ข. พิจารณาดำเนินการคัดเลือกข้าราชการตำรวจเพื่อดำเนินการแต่งตั้ง ผบ.ตร.
ค. พิจารณาอนุมัติแก้ไขทะเบียนประวัติเกี่ยวกับวันเดือนปีเกิด และการควบคุมเกษียณอายุของข้าราชการตำรวจ
ง. รายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาปรับปรุงเงินเดือน เงินประจําตําแหน่ง เงินเพิ่มค่าครองชีพ สวัสดิการ หรือประโยชน์เกื้อกูลสำหรับข้าราชการตำรวจให้เหมาะสม

5. ชั้นข้าราชการตำรวจมีกี่ชั้น
ก. 7 ชั้น  ค. 5 ชั้น
ข. 3 ชั้น ง. 6 ชั้น

6. ข้อใดคือชั้นของข้าราชการตำรวจ
ก. สัญญาบัตร   ค. พลตำรวจ
ข. ประทวน   ง. ถูกทุกข้อ

7. การถอดหรือออกจากยศสัญญาบัตรทำโดยวิธีใด
ก. ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ค. ระเบียบของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ข. ประกาศพระบรมราชโองการ ง.  ถูกทั้ง ก และ ข

8. ข้อใด ไม่ใช่ กรรมการโดยตำแหน่งของ ก.ตร.
ก. ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ค. ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ
ข. รองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ง. จเรตํารวจแห่งชาติ

9. การกำหนดนโยบายการบริหารงานบุคคล คือหน้าที่ของใคร
ก. ก.ตร.  ค. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ข. ก.ต.ช.  ง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

10. ใครเป็นผู้ประกาศรายชื่อกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิในราชกิจจานุเบกษา
ก. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ค. นายกรัฐมนตรี 
ข. คณะรัฐมนตรี ง. รัฐมนตรีที่ได้รับการแต่งตั้ง

11. ใครคือประธานใน ก.ต.ช. และ ก.ตร.
ก. นายกรัฐมนตรี ค. คณะรัฐมนตรี
ข. ผบ.ตร. ง. ถูกทั้ง ก และ ข

12. กรรมการข้าราชการตำรวจเป็นกรรมการใน ก.ต.ช. ขณะเดียวกันไม่ได้เว้นแต่
ก. ผู้ช่วย ผบ.ตร. ค. รอง ผบ.ตร.
ข. ผบ.ตร.  ง. ถูกทั้ง ก แล ข

13. กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งกี่ปี และกี่วาระ
ก.  4 ปี วาระเดียว  ค. 2 ปี วาระเดียว
ข. 4 ปี 2 วาระติดต่อกัน ง. 2 ปี 2 วาระติดต่อกัน

14. การลงโทษโดยให้ทำงานโยธาการ ให้อยู่เวรยาม นอกจากหน้าที่ประจำต้องไม่เกินกี่ชั่วโมงต่อหนึ่งวัน
ก. 3 ชั่วโมง   ค. 5 ชั่วโมง
ข. 6 ชั่วโมง ง. 7 ชั่วโมง

15. การลงโทษโดยการกักตัวไว้ในบริเวณใดบริเวณหนึ่งที่สมควรตามที่กำหนด คือ
ก. กักขัง  ค. ภาคทัณฑ์
ข. กักยาม ง. ทัณตกรรม

16. การลงโทษปลดออกต้องอุทธรณ์ต่อใคร
ก. ก.ตร.
ข. ก.ต.ช.
ค. ผู้บังคับบัญชาของผู้บังคับบัญชาที่สั่งลงโทษ
ง. ไม่มีข้อถูก

17. การขอลาออกเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ก. 30 วัน ค. 90 วัน
ข. 60 วัน ง. นับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก

18. ข้าราชการตํารวจผู้ใดเห็นว่าผู้บังคับบัญชาใช้อํานาจหน้าที่ปฏิบัติต่อตนโดยไม่ถูกต้องจะร้องทุกข์ต่อใคร
ก. ก.ตร. ค. ก.ต.ช.
ข. ผู้บังคับบัญชา ง. ผู้บังคับบัญชาหรือ ก.ตร.แล้วแต่ กรณี

19. เพื่อให้การปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีประสิทธิภาพ ประชาชนมีความศรัทธาและเชื่อมั่น จึงจำเป็นต้อง
ก. กำหนดจรรณยาบรรณของตำตรวจ
ข. กำหนดวินัยของตำรวจ
ค. กำหนดหน้าที่และวินัย
ง. กำหนดประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ

20. สิ่งที่เป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งให้ข้าราชการตำรวจอยู่ในกรอบของศีลธรรม ขณะเดียวกันก็เป็นแนวทางชี้นำให้ข้าราชการตำรวจบรรลุถึงปณิธานของการเป็นผู้ พิทักษ์สันติราษฎร์ คือ
ก. จรรยาบรรณ  ค. มาตรฐานคุณธรรมและอุดมคติ
ข. อิทธิบาท 4 ง. จริยธรรม

21. การทารุณหรือทารุณกรรม หมายความว่า
ก. การปฏิบัติหรือกระทำใดๆต่อร่างกายหรือจิตใจในลักษณะที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม
ข. การปฏิบัติหรือกระทำใดๆต่อร่างกายหรือจิตใจที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
ค. การปฏิบัติหรือกระทำใดๆต่อร่างกายหรือจิตใจโดยการดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ง. ถูกทุกข้อ

22. หน่วยงานที่ทำหน้าที่นำมาประมวลฯ มากำหนดเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ คือ
ก. โรงเรียนตำรวจ
ข. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ค. สถาบันฝึกอบรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ง. ถูกทั้ง ก และ ค

23. ข้อใดแสดงถึงการมีจิตสำนึกของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เพื่อให้ประชาชน ศรัทธาและเชื่อมั่น
ก. มีท่าทีเป็นมิตร ค. มีความสุภาพความอ่อนโยน
ข. มีมนุษย์สัมพันธ์อันดี ง. ถูกทุกข้อ

24. ธรรมที่นำไปสู่ความสำเร็จคือ
ก. พรมวิหาร 4 ค. สติสัมปชัญญะ
ข. อิทธิบาท 4 ง. สัปปุริสธรรม 4

25. ธรรมที่ช่วยให้ไม่ผิดพลาดในการทำงาน
ก. สติ ค. อุเบกขา
ค. มุฑิตา  ง. สัปปุริสธรรม 4

26. หนังสือที่ได้รับมาแล้วปฏิบัติเสร็จแล้ว และมีคู่สำเนาเก็บไว้ ให้จัดการทำลายได้เมื่อใด
ก. 1 ปี ค. 5 ปี
ข. 3 ปี ง. 10 ปี

27. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คือ
ก. ตร. ค. ก.ต.ช.
ข. ตช. ง. ก.ตร.

28. คณะรัฐมนตรีต้องแถลงนโยบายแก่รัฐสภาภายในกี่วัน
ก. 20 วัน ค. 90 วัน
ข. 60 วัน ง. 30 วัน

29. เมื่อประชาชนหรือจากส่วนราชการอื่นมาติดต่อสอบถามเป็นหนังสือจะต้องแจ้งกลับภายในกี่วัน
ก. 7 วัน ค. 45 วัน
ข. 30 วัน ง. 15 วัน

30. ใครคือผู้จัดทำแผนนิติบัญญัติ
ก. คณะกรรมการกฤษฎีกา ค. นายกรัฐมนตรี
ข. สำนักเลขานายกรัฐมนตรี ง. ถูกทั้ง ก และ ข

31. การแบ่งส่วนราชการในการจัดตั้งกองบัญชาการตราขึ้นเป็น
ก. พระราชกฤษฎีกา  ข. พระราชบัญญัติ
ง. กฏกระทรวง ง. ประกาศของกระทรวง

32. ใครคือผู้กำหนดวันเวลาทำงานและวันหยุด ของข้าราชการตำรวจในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่
ก. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ข. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ง. คณะรัฐมนตรี ง. ก.ต.ช.

33. ข้อใด ไม่ใช่ หน้าที่ของ ก.ตร.
ก. กําหนดนโยบายและมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตํารวจและจัดระบบราชการตํารวจ
ข. พิจารณาดำเนินการคัดเลือกข้าราชการตำรวจเพื่อดำเนินการแต่งตั้ง ผบ.ตร.
ค. พิจารณาอนุมัติแก้ไขทะเบียนประวัติเกี่ยวกับวันเดือนปีเกิด และการควบคุมเกษียณอายุของข้าราชการตำรวจ
ง. รายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาปรับปรุงเงินเดือน เงินประจําตําแหน่ง เงินเพิ่มค่าครองชีพ สวัสดิการ หรือประโยชน์เกื้อกูลสำหรับข้าราชการตำรวจให้เหมาะสม

34. ข้อใดคือชั้นของข้าราชการตำรวจ
ก. สัญญาบัตร   ข. พลตำรวจ
ค. ประทวน   ง. ถูกทุกข้อ

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
1. ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.2544 ประกาศใช้เมื่อใด
ก. 5 ก.พ.2544
ข. 15 ก.พ. 2544
ค. 25 ก.พ.2544
ง. 5 มี.ค.2544

ตอบ  ก. 5 ก.พ.2544

2. คณะรัฐมนตรีมีมติให้วางระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544โดยอาศัยกฎหมายข้อใด
ก. ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 ข้อ 28
ข.  พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 16 และมาตรา 26
ค. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 58 และมาตรา 29
ง.  ข้อ ข และ ค ถูก

    ตอบ   ข.  พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 16 และมาตรา 26

3. ผู้รักษาการตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 คือ
ก.  ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี
ข. ปลัดกระทรวงกลาโหม
ค. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ง. นายกรัฐมนตรี

    ตอบ  ง. นายกรัฐมนตรี

4. ข้อมูลข่าวสารลับหมายความว่า
ก. ข้อมูลข่าวสารที่มีคำสั่งไม่ให้เปิดเผย
ข. ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองและควบคุมดูแลของรัฐ
ค. ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับเอกชนแต่อยู่ในความครอบครองของรัฐ
ง. ข้อ ก และข้อ ข ถูกต้อง

ตอบ  ข. ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองและควบคุมดูแลของรัฐ

5. หัวหน้าหน่วยงานของรัฐข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ข. ปลัดจังหวัด
ค. นายกเทศมนตรี
ง. ผู้ว่าการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย

ตอบ  ก. ปลัดกระทรวงมหาดไทย

6. ชั้นความลับของข้อมูลข่าวสารลับแบ่งประเภทชั้นคือ
ก. แบ่ง 4 ชั้น คือ ลับที่สุด ลับมาก ลับ ปกปิด
ข. แบ่ง 3 ชั้น คือ ลับที่สุด ลับมาก ลับ
ค. แบ่ง 3 ชั้น คือ ลับสุดยอด ลับมาก ลับ
ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง

ตอบ   ข. แบ่ง 3 ชั้น คือ ลับที่สุด ลับมาก ลับ

7. ข้อมูลข่าวสารลับซึ่งหากเปิดเผยทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนจะทาให้เกิดความเสียหายแก่
ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรงคือ
ก. ชั้นความลับที่สุด
ข. ชั้นความลับมาก
ค. ชั้นความลับ
ง. ชั้นความลับเฉพาะ

ตอบ  ข. ชั้นความลับมาก

8. ใครเป็นผู้มีอำนาจกำหนดชั้นความลับ
ก. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ข. นายทเบียนข้อมูลข่าวสาร
ค. นายตำรวจยศร้อยตรีขึ้นไป
ง.  ประธานสภาตำบล

ตอบ   ง.  ประธานสภาตำบล

9. หากท่านได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการแสดงชั้นความลับ จะดำเนินการอย่างไร
ก.  แสดงชั้นความลับลงเอกสารกลางหน้ากระดาษบนและล่างทุกหน้ากระดาษด้วยหมึกสีแดง
ข. แสดงชั้นความลับลงแผนที่หรือภาพเขียนกลางหน้ากระดาษด้านบนและด้านล่างทุกหน้าด้วยหมึกสีน้ำเงิน
ค. แสดงชั้นความลับลงที่ต้นและปลายม้วนฟิล์มหรือจานบันทึกด้วยหมึกสีแดง
ง.   ถูกทุกข้อ

ตอบ  ง.   ถูกทุกข้อ

10. ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
ก. การปรับชั้นความลับต้องให้ผู้มีอานาจกำหนดชั้นความลับของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
ข. การแก้ไขชั้นความลับให้ขีดฆ่าเครื่องหมายแสดงชั้นความลับเดิมหรือลบออกแล้วแสดงเครื่องหมายชั้นความลับที่กำหนดใหม่ใกล้ชั้นความลับเดิม
ค. ข้อมูลข่าวสารที่มีคาวินิจฉัยให้เปิดเผยโดยให้มีเงื่อนไขหรือข้อจากัดใดให้ถือว่ายกเลิกชั้นความลับนั้นแล้ว
ง.   ข้อ ก และ ค ถูก

    ตอบ   ง.   ข้อ ก และ ค ถูก

11. ผู้ที่มีหน้าที่ควบคุมและรับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารลับ
ก. หัวหน้าส่วนราชการ
ข. ผู้ที่ได้รับมอบหมายหน้าที่กำหนดชั้นความลับ
ค. นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ
ง. พลนาสาร

ตอบ   ค. นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับ

12. ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
ก. การส่งข้อมูลข่าวสารลับภายในบริเวณหน่วยงานเดียวกันทุกชั้นความลับ ต้องบรรจุซองทึบแสงมั่นคงข้อข้อมูลข่าวสารลับนั้น
ข. การส่งข้อมูลข่าวสารลับออกนอกบริเวณหน่วยงาน ต้องบรรจุซองทึบแสงสองชั้นอย่างมั่นคงระบุชั้นความลับให้ชัดเจนทั้งด้านหน้าและด้านล่าง
ค.  การส่งข้อมูลข่าวสารลับทั้งภายในและส่งออกนอกประเทศจะส่งทางโทรคมนาคมก็ได้ถ้าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐอนุญาต
ง. ถูกหมดทุกข้อ

    ตอบ  ค.  การส่งข้อมูลข่าวสารลับทั้งภายในและส่งออกนอกประเทศจะส่งทางโทรคมนาคมก็ได้ถ้าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐอนุญาต

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
เก็งข้อสอบตำรวจสัญญาบัตร ปี 57 สายป้องกันปราบปราม 

๑. ดาบตำรวจแดงได้ไปหลอกนางสายและสามีว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อในบัญชีดำเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ หากให้เงินจำนวน ๓๐๕.๐๐๐ บาท แก่ดาบตำรวจแดง จะไม่มีชื่อในบัญชีดำและไม่ถูกดำเนินคดี นางสายจึงได้มอบเงินจำนานดังกล่าวให้ดาบตำรวจแดง นางสายมีอำนาจฟ้องคดีอาญาดาบตำรวจแดงหรือไม่
 ก. ฟ้องได้ เพราะนางสายเป็นผู้เสียหาย
 ข. ฟ้องไม่ได้ เพราะนางสายมิใช่ผู้เสียหาย
 ค. ฟ้องได้ เพราะเป็นความผิดต่อแผ่นดิน
 ง. ฟ้องไม่ได้ เพราะเป็นความผิดต่อส่วนตัว ต้องร้องทุกข์ก่อน

๒. ความผิดใดที่ราษฎรอาจเป็นผู้เสียหาย
 ก. ความผิดตามประมวลรัษฎากร
 ข. ความผิดฐานขัดขืนหมายหรือคำสั่งศาลให้มาให้ถ้อยคำ
 ค. ความผิดตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาหาร
 ง. ความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

๓. บุตรของนายขาวถูกนายเสียขับรถชนตาย นายขาวจึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายเสือ ร.ต.ต.ดำ ได้จดบันทึกคำให้การของพยานที่เห็นเหตุการณ์ไม่ตรงกับความเป็นจริง เจตนาช่วยให้นายเสือซึ่งเป็นญาติของตนได้รับโทษน้อยลง นายขาวจึงได้ยื่นฟ้อง ร.ต.ต.ดำ ตาม ป.อ.มาตรา ๑๕๗,๒๐๐ นายขาวมีอำนาจฟ้องหรือไม่
 ก. ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะผุ้เสียหายที่แท้จริงตายเสียก่อนร้องทุกข์
 ข. ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะมิใช่ความผิดที่เกี่ยวข้องกับการทำให้บุตรของนายขาวตาย
 ค. มีอำนาจฟ้อง เพราะนายขาวเป็นผู้เสียหายโดยตรง
 ง. มีอำนาจฟ้อง เพราะนายขาวเป็นผู้มีอำนาจจัดการแทนบุตร

๔. นาย ก. ได้กระทำผิดฐานฆ่าผุ้อื่น เหตุเกิดที่จังหวัดนนทบุรี จากนั้น นาย ก. ได้หลบหนีไปอยู่จังหวัดปทุมธานี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมนาย ก. ได้ที่จังหวัดปทุมธานี ปรากฏว่านาย ข. เพื่อนของนาย ก. ได้มาขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจมิให้จับกุมนาย ก. การกระทำของนาย ข. จึงเป็นความผิดฐานขัดขวางเจ้าพนักงาน ดังนี้ พนักงานอัยการจะยื่นฟ้องนาย ก. ฐานฆ่าผู้อื่น และยื่นฟ้องนาย ข. ฐานขัดขวางเจ้าพนักงาน ต่อศาลใดจะสะดวก
 ก. ยื่นฟ้องนาย ก. และนาย ข. ต่อศาลจังหวัดปทุมธานี
 ข. ยื่นฟ้องนาย ก. ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี และยื่นฟ้องนาย ข. ต่อศาลจังหวัดปทุมธานี จากนั้น ขอให้ศาลจังหวัดปทุมธานีโอนคดีมาพิจารณารวมกันที่ศาลจังหวัดนนทบุรี
 ค. ยื่นฟ้องนาย ก. และนาย ข. ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี
 ง. ยื่นฟ้องนาย ก. ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี และยื่นฟ้องนาย ข. ต่อศาลจังหวัดปทุมธานี

๕. ความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทำลงนอกราชอาณาจักรไทย พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคือ
 ก. พนักงานสอบสวนกองปราบปราน
 ข. พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ
 ค. อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทน
 ง. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

๖. ใครเป็นผู้มีอำนาจออกหมายเรียก
 ก. พนักงานสืบสวนและพนักงานสอบสวน
 ข. พนักงานสืบสวนและตำรวจชั้นผู้ใหญ่
 ค. พนักงานฝ่ายปกครองชั้นผู้ใหญ่และพนักงานสอบสวน
 ง. พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ และศาล

๗. พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนนายแดงที่บ้านของนายแดงเอง จะเรียกนายแดงมาสอบปากคำไว้เป็นพยานโดยไม่ต้องออกหมายเรียกได้หรือไม่
 ก. ได้ เพราะพนักงานสอบสวนเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่
 ข. ได้ เพระพนักงานสอบสวนไปสอบสวนทำการสอบสวนด้วยตนเอง
 ค. ไม่ได้ เพราะต้องออกหมายเรียกเสมอ
 ง. ไม่ได้ เพราะพนักงานสอบสวนมิใช่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่

๘. หมายอาญาได้แก่หมายดังต่อไปนี้
 ก. จับ ขัง ควบคุม ค้น จำคุก
 ข. จับ เรียก ค้น จำคุก และปล่อยตัวชั่วคราว
 ค. จับ ควบคุม ค้น ขัง และปล่อย
 ง. จับ ขัง จำคำ และค้น

๙. ใครเป็นผู้มีอำนาจค้นตาม ป.วิ อาญา
 ก. พนักงานอัยการและศาล
 ข. พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ
 ค. พนักงานฝ่ายปกครองและพนักงานอัยการ
 ง. พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจและพนักงานสอบสวน

๑๐. ในกรณีที่ศาลมีอำนาจสั่งขังได้หลายครั้งแต่ละครั้งสามารถสั่งขังได้ครั้งละกี่วัน
 ก. ๒๔ วัน ข. ๘๔ วัน
 ค. ๔๘ วัน ง. ไม่เกิน ๑๒ วัน

๑๑. ผู้มีสิทธิได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวได้แก่ใคร
 ก. ผู้เข้ามามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนเพราะมีข่าวทางหนังสือพิมพ์ว่าถูกดำเนินคดี
 ข. ผู้ต้องหาที่ปรากฏตัวต่อพนักงานสอบสวน
 ค. ผู้ต้องหาที่ถูกจับแล้วหรือจำเลย
 ง. ผู้ต้องหาแม้ยังไม่ถูกจับก็ขอให้ปล่อยชั่วคราวได้

๑๒. สาระสำคัญประการหนึ่งของคำร้องทุกข์คืออะไร
 ก. บุคคลอื่นได้กล่าวหาว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้นซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ตน
 ข. ผู้เสียหายได้กล่าวหาว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้นซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ตน
 ค. ผู้เสียหายหรือบุคคลอื่นได้กล่าวหาว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้น ซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ตน
 ง. บุคคลอื่นกล่าวหาโดยมีเจตนาให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ

๑๓. เจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งจะเป็นผู้รับคำร้องทุกข์กฎหมายกำหนดไว้คือบุคคลใด
 ก. พนักงานสอบสวนเท่านั้น
 ข. พนักงานสืบสวนสอบสวนและตำรวจ
 ค. พนักงานสอบสวนและตำรวจ
 ง. พนักงานสอบสวน พนักงานฝ่ายปกครองและตำรวจ

๑๔. ในการสอบสวนคดี ถ้าการใดในการสอบสวนอยู่นอกเขตอำนาจ พนักงานสอบสวนจะกระทำได้หรือไม่
 ก. ไม่ได้ เพราะกฎหมายบังคับไว้เด็ดขาด
 ข. ไม่ได้ เพราะจะทำให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน
 ค. ได้ โดยส่งประเด็นไปให้พนักงานสอบสวนซึ่งมีอำนาจทำการนั้นจัดการให้
 ง. ได้ โดยเฉพาะไปสอบสวนประเด็นใดซึ่งเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยในการสอบสวน

๑๕. ในการดำเนินการสอบสวน กฎหมายกำหนดให้ดำเนินการสอบสวนไว้อย่างไร
 ก. โดยมิชักช้า ข. โดยทันที
 ค. โดยพลัน ง. ตามที่เห็นสมควร

๑๖. ก่อนแจ้งข้อหาให้ผู้ต้องหาทราบ กฎหมายกำหนดให้พนักงานสอบสวนต้องแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบถึงเรื่องอะไรก่อน
 ก. ฐานความผิดตามที่มีผู้กล่าวหา
 ข. การกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าผู้ต้องหากระทำผิด
 ค. ตัวบุคคลที่ได้รับความเสียหาย
 ง. รายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลและสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

๑๗. สำนวนการสอบสวนที่พนักงานสอบสวนเห็นว่าสอบสวนเสร็จแล้ว แต่ไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด จะต้องทำความเห็นในสำนวนอย่างไร
 ก. สั่งไม่ฟ้อง
 ข. สั่งยุติ
 ค. งดการสอบสวนหรือให้งดการสอบสวน
 ง. สั่งสอบสวนเพิ่มเติม

๑๘. หลังจากได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหาฐานฆ่าคนโดยเจตนาแล้ว นายคงประจักษ์พยานเข้าพบพนักงานสอบสวนแจ้งว่าตนถูกพวกผู้ต้องหาจับตัวไปคุมขังไว้ในเซฟเฮาส์แห่งหนึ่งเพิ่งปล่อยตัวมา เมื่อมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาแล้ว เช่นนี้ จะทำการสอบสวนผู้ต้องหาใหม่ได้หรือไม่
 ก. ไม่ได้ เพราะมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องงแล้ว
 ข. ไม่ได้ เพราะคำให้การของนายคงมิใช่พยานหลักฐานใหม่
 ค. ไม่ได้ เพราะกรณียังเป็นที่น่าสงสัยว่านายคงจะเป็นพยานหลักฐานใหม่หรือไม่
 ง. ได้ เพราะนายคงเป็นประจักษ์พยาน และเป้นพยานหลักฐานใหม่อันสำคัญแก่คดี  ซึ่งน่าจะทำ ให้ศาลลงโทษผู้ต้องหาได้

๑๙. ตอนเช้ามืดมีผู้พบศพชายคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่บนลานดินกลางหมู่บ้าน ไม่มีใครรู้จักชายคนนี้และไม่ปรากฏร่องรอยบาดแผลตามร่างกาย การตายแบบนี้ต้องทำการชันสูตรพลิกศพหรือไม่
 ก. ไม่ต้อง เพราะไม่เป็นการตายผิดธรรมชาติ
 ข. ไม่ต้อง เพราะไม่ได้เกิดจากการกระทำผิดอาญา
 ค. ต้อง เพราะถือว่าเป็นการตายโดยมิปรากฏเหตุ
 ง. ต้อง เพราะผู้ตายอาจมีประกันชีวิตไว้

๒๐. นักโทษชายดำเป็นโรคกระเพาะอักเสบก่อนติดคุก อาการกำเริบต้องเข้านอนโรงพยานบาลของเรือนจำ ในที่สุดก็ตายที่โรงพยาบาล การตายนี้ต้องทำการชันสูตรพลิกศพหรือไม่
 ก. ไม่ต้อง เพราะไม่เป็นการตายผิดธรรมชาติ
 ข. ไม่ต้อง เพราะไม่มีใครทำร้ายตาย
 ค. ต้อง เพราะเป็นการตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน
 ง. ต้อง เพราะต้องรายงานให้ศาลทราบ

๒๑. ศาลที่จะรับฟ้องคดีอาญานั้นโดยหลักการ หมายถึงศาลใด
 ก. ศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีโดยเฉพาะเท่านั้น
 ข. ศาลชั้นต้นแห่งท้องที่ที่จำเลยถูกสอบสวน
 ค. ศาลชั้นต้นที่มีเขตท้องที่และมีอำนาจเหนือคดีอาญาเรื่องนั้น
 ง. ศาลชั้นต้นแห่งท้องที่ที่จำเลยถูกจับ

๒๒. หลักสำคัญของคำฟ้องคดีอาญา คืออะไร
 ก. คำฟ้องคดีอาญาจะต้องทำเป็นหนังสือแต่ไม่ต้องทำตามแบบเพราะกฎหมายมิได้กำหนดแบบไว้
 ข. ฟ้องคดีอาญาจะต้องทำเป็นหนังสือและต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไว้ด้วย
 ค. คำฟ้องคดีอาญาจะทำเป็นหนังสือหรือฟ้องด้วยวาจาก็ได้
 ง. คำฟ้องคดีอาญาจะต้องใช้แบบพิมพ์คำฟ้องของศาลเท่านั้น

๒๓. ข้อใดคือหลักเกณฑ์ในการที่พนักงานอัยการจะขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับผู้เสียหาย
 ก. ต้องเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว
 ข. ต้องเป็นคดีความผิดต่อแผนดิน
 ค. ต้องยื่นก่อนคดีเสร็จเด็ดขาด
 ง. ต้องเป้นคดีความผิดต่อแผ่นดินและต้องยื่นก่อนคดีเสร็จเด็ดขาด

๒๔. คดีอาญาเลิกกัน อาจเกิดขึ้นในกรณีใด
 ก. เมื่อผู้กระทำผิดถึงแก่ความตาย
 ข. กรณีที่เป็นพฤติการณ์ที่ทำให้สิทธิการฟ้องคดีอาญาระงับ
 ค. เมื่อมีการชำระค่าปรับขึ้นสูงหรือตามจำนวนที่เปรียบเทียบปรับ
  ง. คดีขาดอายุความ

๒๕. ความผิดอาญาเรื่องหนึ่งเป็นกรณีไม่แน่ว่าพนักงานสอบสวนคนใดในระหว่างหลายจังหวัด จะเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ หากมีปัญหาเช่นนี้ต้องให้ผู้ใดเป็นผู้ชี้ขาด
 ก. ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
 ข. รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
 ค. ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้อง
 ง. อัยการสูงสุดหรือผู้ทำการแทน

๒๖. ข้อใดไม่ใช่ที่สาธารณสถาน
 ก. ห้องโถงในสถานการค้าประเวณีผิดกฎหมาย เวลารับแขกมาเที่ยว
 ข. รถยนต์โดยสารสาธารณะขณะที่รับส่งคนโดยสาร
 ค. สถานที่ราชการในเวลาเปิดทำการ
 ง. ห้องพักในโรงแรม

( เฉลย ง )

๒๗. คดีเรื่องหนึ่ง พนักงานสอบสวนเห็นว่าพยานกลัวอันตราย จึงได้นัดพยานไปทำการสอบสวนอยู่ในโรงแรม พนักงานสอบสวนมีอำนาจทำได้หรือไม่
 ก. ทำไม่ได้ เพราะไม่ใช่สถานที่ราชการ
 ข. ทำไม่ได้ เพราะต้องสอบสวนโดยเปิดเผยต่อหน้าผู้ต้องหา
 ค. ทำได้ เพราะพนักงานสอบสวนจะทำหารสอบสวนที่ใดก็ได้
 ง. ทำได้ หากโรงแรมนั้นอยู่ในเขตอำนาจตน

๒๘. นางสาวเหมียวอายุ ๑๖ ปี ถูกนายจอมภพข่มขืนกระทำชำเรา (ยอมความได้) จึงได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้นางอารีย์ มารดาตนฟัง นางอารีย์จึงได้ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายจอมภพ ต่อมานายจอมภพทราบว่านางอารีย์ติดการพนันมีหนี้สินมาก จึงได้เสนอเงินให้นางอารีย์จำนวนสงแสนบาท เพื่อให้นางอารีย์ไปถอนคำร้องทุกข์ นางอารีย์ถามนางสาวเหมียวแล้ว นางสาวเหมียวไม่ยอมเพราะต้องการให้นายจอมภพได้รับโทษ แต่นางอารีย์กลับไปถอนคำร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนได้ให้ถอนคำร้องทุกข์ไป การถอนคำร้องทุกข์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
 ก. ชอบ เพรานางอารีย์เป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของนางสาวเหมียวซึ่งเป็นผู้เยาว์ ย่อมมีอำนาจ จัดการแทนผู้เสียหาย
 ข. ชอบ เพราะนางอารีย์เป็นผู้ร้องทุกข์
 ค. ไม่ชอบ เพราะขัดการความประสงค์ของนางสาวเหมียว
 ง. ชอบ เพราะเป้นความผิดต่อส่วนตัว

๒๙. กรณีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดแล้ว ข้อใดต่อไปนี้ถูก
 ก. ผู้เสียหายไม่อาจนำคดีนั้นไปฟ้องต่อศาลได้
 ข. ห้ามมิให้สอบสวนเกี่ยวกับผู้ต้องหาในเรื่องเดียวกันนั้นอีก
 ค. ผู้เสียหายอาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่ออัยการสูงสุดได้
 ง. พนักงานสอบสวนฟ้องคดีนั้นเองในฐานะผู้เสียหายก็ได้

๓๐. ในวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์หลงลืม ตัวโจทก์เองและทนายโจทก์ไม่ได้ไปศาล หากท่านเป็นศาลจะดำเนินกระบวนการพิจารณาอย่างไร
 ก. จำหน่ายคดี
 ข. ต้องเลื่อนคดีอย่างเดียว
 ค. ยกฟ้อง
 ง. ไม่มีข้อถูก

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
สรุป กฎ ก.ตร  ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ พ.ศ 2547

1.    กฎ ก.ตร  ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ พ.ศ 2547  มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่เท่าใด
ตอบ       17 กรกฏาคม  2547                           
               
2.    กฎ ก.ตร นี้มีหลักการที่จะประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานในเรื่องอะไรเป็นหลัก
ตอบ    ผลสำเร็จและผลสัมฤทธิ์ของงาน   

3.    วัตถุประสงค์ของการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจ
ตอบ    เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาใช้เป็นเครื่องมือในการปรับปรุงประสิทธิ์ภาพผลการปฏิบัติราชการ     เพื่อให้ผู้บังคับบัญชานำผลการประเมินไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาตั้งแต่งและเลื่อนเงินเดือน

4.      การประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจให้ประเมินจาก
ตอบ   ผลงานและคุณลักษณะผู้ปฎิบัติราชการ

5.    การประเมินผลงานในการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจให้พิจารณาจากองค์ประกอบ
ตอบ ผลลัพธ์  ประโยชน์ในการนำไปใช้และประสิทธิ์ผลงาน    ปริมาณของผลงาน   คุณภาพของผลงาน         
   
6.     การประเมินคุณลักษณะผู้ปฏิบัติราชการให้พิจารณาองค์ประกอบ
ตอบ  ความริเริ่ม การสร้างสรรค์  และงานเชิง

7.    การประเมินผลการปฏิบัติราชการการตำรวจต้องทำปีละกี่ครั้ง
ตอบ      2 ครั้ง           

8.    การประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจครั้ง ที่1  ต้องทำในช่วงเวลา
ตอบ ระหว่างวันที่1ตุลาคม ถึง31มีนาคม ของปีถัดไป

9.    การประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการตำรวจครั้งที่2 ต้องทำในช่วงเวลา
ตอบ   ระหว่างที่1  เมษายน  ถึง30  กันยายน ของปีเดียวกัน

10.      การประเมินผลการปฏิบัติราชการต้องมีสัดส่วนคะแนนการประเมินจากลงานไม่น้อยกว่าร้อยละ
ตอบ  ร้อย70             

11.     การประเมินผลการปฏิบัติราชการต้องแบ่งกลุ่มผลการประเมินไม่น้อยกว่ากี่กลุ่ม
ตอบ   3

12.     การแบ่งกลุ่มผลการประเมินผลการปฏิบัติราชการ
ตอบ   กลุ่มสูงกว่ามาตรฐานกลาง    กลุ่มอยู่ในมาตรฐานกลาง    กลุ่มต่ำกว่ามาตรฐานกลาง

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
1.    พยานบุคคลที่พนักงานสอบสวนมิได้ทำการสสอบสวน อัยการโจทก์จะ
ก. อ้างพยานบุคคลนั้นเป็นพยานมิได้ เพราะยังมิได้มีการสอบสวนจากพนักงานสอบสวน
ข. อ้างพยานบุคคลนั้นเป็นพยานบุคคลได้ จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากศาล
ค. อ้างเป็นพยานบุคคลได้ แม้พนักงานสอบสวนมิได้สอบสวนเพราะไม่มีกฎหมายห้าม
ง. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ (ค.)

2.    ในคดีอาญา
ก. จำเลยจะต้องให้การว่ารับหรือปฏิเสธ เพื่อพิสูจน์ว่าตนเองบริสุทธิ์เสมอ
ข. จำเลยจะต้องนำพยานหลักฐานเข้าสืบ เพื่อพิสูจน์ว่าตนเองบริสุทธิ์ก่อน
ค. จำเลยให้การหรือไม่ให้การก็ได้ โจทก์มีหน้าที่จะต้องนำสืบ เพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลย  ก่อน
ง. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ (ค.)

3.     คำให้การของพยานที่ให้การต่อพนักงานสอบสวนแล้ว ต่อมาพยานได้ตายลงไม่สามารถมาให้การในชั้นศาลได้ คำให้การของเขา
ก. เป็นพยานโดยตรง                 ข. เป็นพยานบอกเล่า
ค. เป็นพยานชั้นหนึ่ง                 ง. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ (ข.)

4.    สิ่งใดต่อไปนี้ที่ศาลรับรู้เอง
ก. ถ้อยคำภาษาไทย                 ข. ธรรมเนียม ประเพณี ที่รู้กันอยู่ทั่วไป
ค. สิ่งธรรมดาธรรมชาติ                 ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ (ง.)

5.    คำของผู้ตายที่ยบอกเล่าแก่ผู้อื่นในนข้อใดที่ศาลรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้
ก. สอนป่วยหนักรู้ตัวว่าจะตาย บอกสีว่าได้เห็นจำเลยเป็นคนฆ่านายดำ ต่อมาสอนถึงแก่ความตาย
ข. นางมาลีถูกรถชน พูดกับนายชุมสามีที่โรงพยาบาลว่า “ฉันตายแน่ ๆ ฉันผิดเอง คนขับแท็กซี่เขาไม่ ผิดหรอก” ต่อมานางมาลีก็ตาย
ค. นายแก่นถูกคนร้ายยิงด้วยอาวุธปืนไปให้การต่อพนักงานสอบสวนว่านายเข้มเป็นคนร้ายแล้วนายแก่นถึงแก่ความตาย
ง. คดีแดงฆ่าดำ ขาวซึ่งนอนป่วยหนักใกล้จะสิ้นใจ กล่าวว่า “ข้าพเจ้านายขาวเองเป็นผู้ฆ่านายดำมิใช่แดง” แล้วขาวก็สิ้นใจตาย

ตอบ  ข.
            ข้อสังเกต หลักการรับฟังพยาน กรณีนี้มีคือ 1. ต้องเป็นคดีอาญาเกี่ยวกับการทำให้ผู้กล่าวตาย 2 ผู้ตายต้องเป็นบุคคลที่สามารถเป็นพยานได้หากรอดชีวิต 3. ผู้ตายจะต้องกล่าวในขณะรู้สึกหมดหวัง
           
6.    ข้อใดเป็นสิทธิของพยานที่จะไม่ยอมเบิกวามเนื่องจากคำถามองคู่ความ
ก. เป็นคำถามที่หมิ่นประมาทพยาน ข. เป็นคำถามที่เกี่ยวกับประเด็น
ค. เป็นคำถามที่จะทำให้ผู้พิพากษาตุลาการต้องเบิกความถึงการพิจารณาพิพากษาคดี
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ค.

ตอบ (ก.) ข้อสังเกต ตามมาตรา 118 วิแพ่ง

7.    พยานข้อใดมีสิทธิไม่ต้องสาบานหรือปฏิญาณตนก่อนเบิกความ
ก. พราหมณ์                   ข. พระไทย                ค. บุคคลอายุ 14 ปี               ง. ถูกเฉพาะข้อ ข, ค

ตอบ (ข.)

8.    ในแง่กระบวนวิธีพิจารณา จำเป็นที่จะต้องมีประเด็นเกิดขึ้นเพื่อวินิจฉัย เมื่อเกิดประเด็น จึงมีปัญหาว่าจำเลยจะยอมรับหรือปฏิเสธในประเด็นนั้น ในคดีอาญา ถ้าจำเลยปฏิเสธหรือเฉย จะถือว่า
ก. จำเลยไม่ยอมรับ โจทก์ต้องนำสืบ
ข. จำเลยไม่ยอมรับ แต่ไม่จำเป็นต้องนำสืบอีก
ค. ถือว่าเป็นการยอมรับแล้ว เพราะมีหลักฐานถูกมัดไม่จำเป็นต้องนำสืบอีก
ง. ศาลต้องส่งสำนวนให้พนักงานสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ได้พยานหลักฐานเพิ่มขึ้นจนพอใจ

ตอบ (ก.)

9.    คดีที่ศาลจะต้องพิเคราะห์ทุกคดีเพื่อวินิจฉัยพิพากษานั้น สิ่งที่จะต้องพิเคราะห์คือ
ก. ข้อเท็จจริง                     ข. ข้อกฎหมาย
ค. ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย             ง. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ (ค.)

10.    หลักที่ว่ากฎหมายเป็นสิ่งที่ศาลต้องรับรู้เองนั้น หมายความเฉพาะกฎหมายไทยเท่านั้น คือ
ก. พระราชบัญญัติ                 ข. พระราชกำหนด
ค. พระบรมราชโองการ                 ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ (ง.)
ข้อสังเกต พระบรมราชโองการ ถือเป็นกฎหมายด้วย ในระบบสมบูรณาญาสิทธิราช

11.    บุคคลชนิดใด ที่เป็นพยานศาลไม่ได้
ก. บุคคลซึ่งต้องตกเป็นจำเลยในคดีอาญา
ข. บุคคลที่ไม่สามารถเข้าใจคำถามทั้งไม่สมควรจะให้การตามข้อถามได้
ค. เด็กอายุ 3 ขวบ คนชราอายุ 90 ปี
ง. ข้อ ก. และ ข. ถูก

ตอบ (ข.)
          ข้อสังเกต มาตรา 95 วิแพ่ง ที่ไม่เลือกข้อ ก. เพราะ จำเลยอาจอ้างตนเองพยานได้
         
12.    พนักงานสอบสวนเมื่อรับคำร้องทุกข์หรือคำแจ้งความกล่าวโทษไว้แล้ว ก็จะดำเนินการสอบสวนตามวิธีการที่บัญญัติไว้ เพื่อ
ก. ให้รู้ว่ามีความผิดอาญาเกิดขึ้นจริงหรือไม่
ข. ให้รู้ว่าใครเป็นผู้กระทำผิด
ค. ดำเนินการให้ได้ตัวผู้กระทำผิดมาสอบสวนแล้วทำสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการ เพื่อฟ้องผู้กระทำผิดนั้นต่อศาล
ง. ถูกทุกข้อ

ตอบ (ง.)

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
ตัวอย่างแนวข้อสอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ชุด 1
*******************

1.    รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550  มีสาระสำคัญที่มุ่งจะแก้ไขปัญหาโดยมีแนวทางอย่างไร
    ก.    การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่
    ข.    การส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่
    ค.    การขยายสิทธิ สิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่
    ง.    ถูกทุกข้อ

    คำตอบ  ง.  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มีสาระสำคัญคือ มุ่งที่จะแก้ไขปัญหาโดยมีแนวทางที่สำคัญคือ การคุ้มครอง ส่งเสริม และขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่การลดการผูกขาดอำนาจรัฐและขจัดการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม การทำให้การเมืองมีความโปร่งใสมีคุณธรรมและจริยธรรม ทำให้ระบบการตรวจสอบมีความเข้มแข็งและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.    รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีสมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งกี่คน
    ก.    75  คน                         
ข.  76  คน   
ค.    80  คน   
ง.    85  คน

    คำตอบ  ข.  วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนรวม 150 คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งจังหวัดละ 1 คน (76 คน)  และมาจากการสรรหาเท่ากับจำนวนรวมข้างต้น (150 คน)  หักด้วยจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง

3.    รัฐธรรมนูญกำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) มีจำนวนเท่าใด
    ก.    400 คน   
ข.    450 คน
    ค.    480 คน   
ง.    500 คน

    คำตอบ  ง.  สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก จำนวน 500 คน โดยมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต  375 คน และแบบสัดส่วน 125 คน

4.    ประชาชนจำนวนกี่คนมีสิทธิเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
    ก.    10,000 คน   
ข.    20,000 คน
    ค.    30,000 คน   
ง.    50,000 คน

    คำตอบ  ข.  ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 20,000 คน มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานวุฒิสภาเพื่อให้วุฒิสภามีมติถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกจากตำแหน่งได้

5.    บุคคลที่ไม่มีรายได้ แต่มีสิทธิได้รับสวัสดิการจากรัฐ บุคคลนั้นต้องมีอายุตามข้อใด
    ก.    เกิน 50  ปี   
ข.    เกิน  55 ปี
    ค.    เกิน 60  ปี   
ง.    เกิน  70 ปี

    คำตอบ  ค.  บุคคลซึ่งมีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ และไม่มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพมีสิทธิได้รับสวัสดิการสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะอย่างสมศักดิ์ศรี และความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ

6.    รัฐธรรมนูญจำกัดการผูกขาดและการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมของรัฐบาล โดยมให้นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งอยู่ได้ไม่เกินกี่ปี
    ก.    4  ปี       
ข.    8  ปี
    ค.    12  ปี   
ง.    16ปี

    คำตอบ  ข.  พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ให้มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน และนายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 8 ปี ไม่ได้

7.    สมาชิกวุฒิสภามีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละกี่ปี
    ก.    4  ปี       
ข.    5  ปี
    ค.    6  ปี       
ง.    7  ปี

    คำตอบ  ค.  สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภามีกำหนดคราวละ 6 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง หรือวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลสรรหา แล้วแต่กรณี โดยสมาชิกวุฒิสภาจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 1 วาระไม่ได้

8.    ประชาชนมีเสรีภาพในการชุมนุมอย่างไร
    ก.    ชุมนุมเป็นจำนวนมาก   
ข.    ชุมนุมร่วมกันในหลายอาชีพ
    ค.    ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล   
ง.    ชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ

    คำตอบ  ง.  บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ

9.    รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550  มีผลบังคับใช้เมื่อใด
    ก.    24  สิงหาคม 2550   
ข.    24  กันยายน  2550
    ค.    25  สิงหาคม 2550   
ง.    25  กันยายน  2550

    คำตอบ  ก.  รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลบังคับใช้ในวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือวันที่ 24สิงหาคม 2550

10.    รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550  มีบทบัญญัติทั้งสิ้นกี่มาตรา
    ก.    309  มาตรา   
ข.    310  มาตรา
    ค.    311  มาตรา   
ง.    312  มาตรา

    คำตอบ  ก.  บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550  มีทั้งสิ้น 15 หมวด 309 มาตรา

11.    บุคคลใดเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
    ก.    นายซ้ง อายุ 25 ปี ได้สัญชาติไทยมาแล้ว 3 ปี   
    ข.    นายดำ อายุ 17 ปีบริบูรณ์ สัญชาติไทย
    ค.    นายเด่น มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งเป็นเวลา 1 ปี
    ง.    ไม่มีข้อใดถูก

    คำตอบ  ค.  บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
(1)    มีสัญชาติไทย แต่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า  5 ปี
(2)    มีอายุไม่ต่ำกว่า 18  ปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคมของปีที่มีการเลือกตั้ง และ
(3)    มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง

 

ข้อสอบไทย แหล่งรวมข้อสอบราชการทุกหน่วยงาน ข่าวการเปิดสอบราชการ จากทีมงาน ชีทไทย.คอม