ผู้เขียน หัวข้อ: [[ข่าวเปิดสอบ]] แนวข้อสอบสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา สอศ. 375 อัตรา 10-17ส.ค.58  (อ่าน 3619 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3756
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
ข่าวเปิดสอบ งานราชการวันนี้!!! แนวข้อสอบสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา สอศ. ครูผู้ช่วย(กรณีพิเศษ)  จำนวน 35 กลุ่มวิชา ใหม่ล่าสุด
โทร. 089-4220125 Line ID. 0894220125


<<<ประกาศ>>> สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา สอศ.   
เปิดรับสมัครสอบรับราชการครู   ตั้งแต่วันที่ 10-17 สิงหาคม 2558
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**

     1. ตำแหน่ง  ครูผู้ช่วย(กรณีพิเศษ)  จำนวน 35 กลุ่มวิชา 375 อัตรา เงินเดือน 10,430-21,000 บาท

  ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ ในวันที่  4 ก.ย. 2558 
>>>>ดาวน์โหลดรายละเอียด/ประกาศรับสมัครสอบ คลิกที่นี่!!<<<<


จำหน่ายเอกสาร  ใหม่ล่าสุด รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
(1)  ไฟล์  PDF   ส่งทาง E-Mail  ราคา  399 บาท
(2)  หนังสือ ภาค ก. 1 เล่ม + Mp3  พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา EMS ทางไปรษณีย์  ราคา 999 บาท
(3)  หนังสือ ภาค ข. 1 เล่ม + Mp3  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ EMS ทางไปรษณีย์  ราคา 999 บาท
(4)  ชุดติว DVD เตรียมสอบ ครูผู้ช่วย  EMS ทางไปรษณีย์  ราคา 2500 บาท


ภาค ก. ชุดละ 399 รวมแนวข้อสอบภาค ก. ครูผู้ช่วย สอศ.  ใหม่ล่าสุด  **หรือ**
หนังสือ + Mp3  พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา ส่ง EMS ทางไปรษณีย์  ราคา 999 บาท

ความรอบรู้
-  แนวข้อสอบสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และเหตุการณ์ปัจจุบัน
-  นโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน
-  แนวข้อสอบวัฒนธรรมไทย และขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติราชการ
-  แนวข้อสอบพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
-  แนวข้อสอบระเบียบบริหารกระทรวงศึกษาธิการ
-  แนวข้อสอบกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทำงการศึกษา
-  แนวข้อสอบกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
-  แนวข้อสอบกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก
-  แนวข้อสอบ พ.ร.บ.การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ
-  แนวข้อสอบ พรบ.การอาชีวศึกษา
-  แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ
ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวินัย คุณธรรมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพครู
-  แนวข้อสอบวินัยและการรักษาวินัย
-  แนวข้อสอบคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม
-   แนวข้อสอบมาตรฐานวิชาชีพ
-  แนวข้อสอบจรรยาบรรณวิชาชีพครู
-  แนวข้อสอบสมรรถนะวิชาชีพครู



ภาค ข. ชุดละ 399 รวมแนวข้อสอบครูผู้ช่วย สอศ. ใหม่ล่าสุด    **หรือ**
หนังสือ+ Mp3  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ส่ง EMS ทางไปรษณีย์  ราคา 999 บาท

ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับวิชาเอก (เลือกวิชาเอกที่จะสอบ)
ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับวิชาการศึกษา
-  แนวข้อสอบหลักสูตรและการพัฒนาหลักสูตร
-  แนวข้อสอบการจัดการเรียนรู้
-  แนวข้อสอบจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว
-  แนวข้อสอบการพัฒนาผู้เรียน
-  แนวข้อสอบการบริหารจัดการชั้นเรียน
-  แนวข้อสอบการวิจัยทางการศึกษา
-  แนวข้อสอบสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีทำงการศึกษา
-  แนวข้อสอบการวัดและประเมินผลการศึกษา


สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ :  วรรณพร
เบอร์โทรศัพท์ : 089-4220125  
WhatsApp / Line ID : 0894220125  
E-Mail : exam.st@hotmail.com 
Web Page : http://goo.gl/yb1hhr

กรุณาชำระเงินที่ : ธนาคารกสิกรไทย   สาขาถนนศรีจันทร์ ขอนแก่น
ชื่อบัญชี นางสาววรรณพร สอนคำมี บัญชีออมทรัพย์เลขที่  428-2-29359-0

******* โอนเงินแล้วแจ้งรายละเอียดทาง [E-Mail / SMS / LINE / Whats App] *******
>> สิ่งที่ต้องแจ้ง <<    ** เวลาที่โอนเงินตามสลิป (เท่านั้น) , หน่วยงาน+ตำแหน่งที่สอบ , E-Mail หรือ ชื่อที่อยู่ (กรณีหนังสือ) **

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 04, 2015, 10:29:51 AM โดย Exam.st »

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3756
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
1.    พ.ร.บ.การอาชีวศึกษา พ.ศ.2551  ให้ไว้ ณ วันที่เท่าใด
ก.     ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑            ค.  ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
ข.     ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑            ง.  ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
ตอบ    ก. ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑
2.    ใครเป็นผู้รักษาการตามพ.ร.บ.การอาชีวศึกษา พ.ศ.2551 
ก.    นายกรัฐมนตรี                ค. คณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ข.    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ        ง. ผู้ที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง
ตอบ   ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
3.    พ.ร.บ.การอาชีวศึกษา พ.ศ.2551  มีกี่หมวด กี่มาตรา กี่บทเฉพาะกาล
ก.    5  หมวด  63  มาตรา  1 บทเฉพาะกาล        ค. 6  หมวด  63  มาตรา  1 บทเฉพาะกาล
ข.    5 หมวด  65  มาตรา  1 บทเฉพาะกาล        ง. 6  หมวด  65  มาตรา  1 บทเฉพาะกาล
ตอบ   ค. 6  หมวด  63  มาตรา  1 บทเฉพาะกาล
4.    ใครเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการในพ.ร.บ.การอาชีวศึกษา พ.ศ.2551 
ก.    พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร            ค. นายสมัคร  สุนทรเวช
ข.    นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ            ง. พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
ตอบ  ง. พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
5.    ข้อใดคือเหตุผลในการประกาศใช้พ.ร.บ.การอาชีวศึกษา พ.ศ.2551 
ก.    กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติได้บัญญัติให้มีคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเพื่อควบคุมดูแลการจัดการอาชีวศึกษา
ข.    กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติได้บัญญัติให้มีการดำเนินการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษา
ค.    ให้มีการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพในทุกระดับมีคุณภาพและประสิทธิภาพเกิดผลสำเร็จแก่ประชาชนโดยเฉพาะนักเรียนและนักศึกษา เป็นการสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและแผนการศึกษาแห่งชาติ
ง.    ถูกทุกข้อ
ตอบ  ง. ถูกทุกข้อ

6.    “การอาชีวศึกษา” หมายความว่าอย่างไร
ก.    กระบวนการศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนในด้านวิชาชีพระดับฝีมือ
ข.    กระบวนการศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนในด้านวิชาชีพระดับเทคนิค
ค.    กระบวนการศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนในด้านวิชาชีพระดับเทคโนโลยี
ง.    ถูกทุกข้อ
ตอบ   ง. ถูกทุกข้อ
7.    การจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ มีกี่รูปแบบ
ก.    รูปแบบเดียว                    ค. 3  รูปแบบ
ข.    2  รูปแบบ                    ง. 4 รูปแบบ
ตอบ   ค. 3  รูปแบบ  ได้แก่  1. การศึกษาในระบบ   2. การศึกษานอกระบบ  3. การศึกษาระบบทวิภาคี
8.    การจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพต้องเป็นการจัดการศึกษาในด้านวิชาชีพที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและแผนการศึกษาแห่งชาติ ได้ถูกกล่าวไว้ในมาตราใดของพ.ร.บ.การอาชีวศึกษา พ.ศ.2551 
ก.    มาตรา  6                    ค. มาตรา  12
ข.    มาตรา 10                    ง. มาตรา  7
ตอบ   ก. มาตรา  6

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3756
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
1. พฤติกรรมที่เป็นปัญหาของนักเรียนเกิดจากสาเหตุใด?
 ก.ไม่ได้เรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง ข.มีพ่อแม่คอยเคี่ยวเข็ญ
  ค.สิ่งแวดล้อมชักจูง ง.มีจริยธรรมต่ำ
 ตอบ ง. มีจริยธรรมต่ำ
2. คุณธรรมสำหรับครูคือข้อใด?
 ก. คุณงามความดีของคนที่เป็นครู ข. มีพฤติกรรมที่ดีเป็นที่ยอมรับของสังคม
  ค. มีความเสียสละมีความยุติธรรม ง. ถูกทุกข้อ
 ตอบ ง. ถูกทุกข้อ
3. จริยธรรม ตามพจนานุกรมราชบัญฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายถึงข้อใด?
 ก. ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ ข. คำสั่งสอน
 ค. หลักปฏิบัติในทางศาสนา ง. ไม่มีข้อถูก
 ตอบ ก. ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ
4. ความรู้จริยธรรม หมายถึงข้อใด?
 ก. การมีความรู้สึกต่อพฤติกรรมต่างๆ
 ข. การแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ต่อสังคม
 ค. ความรู้เกี่ยวกับสังคมสามรถบอกได้ว่า การกระทำใดดี การกระทำใดไม่ดีเหมาะสมมากน้อยเพียงใด WWW.actcorner.com
 ง. เหตุผลที่ใช้เป็นเกณฑ์ใสการเลือกหรือไม่เลือกกระทำ
 ตอบ ค. ความรู้เกี่ยวกับสังคมสามรถบอกได้ว่า การกระทำใดดี การกระทำใดไม่ดีเหมาะสม
 มากน้อย เพียงใด
5. พฤติกรรมเชิงจริยธรรม หมายถึงข้อใด?
 ก. การแสดงพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของสังคมและปฏิเสธการแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของสังคม
 ข. เบื้องหลังการกระทำของบุคคลใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกกระทำ
 ค. ความรู้สึกต่อพฤติกรรมต่างๆ ในทางที่ชอบหรือไม่ชอบ
 ง. ไม่มีข้อถูก
 ตอบ ก. การแสดงพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของสังคมและปฏิเสธการแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์
 ของสังคม
6. ความสัมพันธ์ของคุณธรรมและจริยธรรมหมายถึงข้อใด?
 ก. เป็นเรื่องเดียวกัน ข. เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน
 ค. เป็นเรื่องการกระทำของบุคคล ง. เป็นเรื่องที่อยู่ในจิตใจของบุคคล
  ตอบ ข. เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน
7. พัฒนาการทางจริยธรรม หมายถึงข้อใด?
 ก. 2 ขั้น ข. 3 ขั้น ค. 4 ขั้น ง. 5 ขั้น
 ตอบ ข. 3 ขั้น
8. ขั้นก่อนจริยธรรมของPaigaetหมายถึงข้อใด? อ.วันนรัตน์ เเอ๊คกรุ๊ป
 ก. ระดับจริยธรรมของเด็กอายุ 0-2 ปี
 ข.ระดับจริยธรรมของเด็กอายุ 2-6 ปี
 ค.ระดับจริยธรรมของเด็กอายุ 6-10 ปี
 ง.ระดับจริยธรรมของเด็กอายุ 10-15 ปี
  ตอบ ก. ระดับจริยธรรมของเด็กอายุ 0-2 ปี
9. ขั้นการให้เหตุผลเชิงพฤติกรรมของ Kohlberg ระดับตามเกณฑ์สังคม อายุ 10-13 ปีตรงกับข้อใด?
 ก. การหลบหลีกการลงโทษ ข. การแสวงหารางวัล
 ค. การทำตามสิ่งที่ผู้อื่นเห็นชอบ ง. การทำตามคำมั่นสัญญา
 ตอบ ค. การทำตามสิ่งที่ผู้อื่นเห็นชอบ
10. ขั้นการให้เหตุผลเชิงจริยธรรมของ Kohlbergขั้นที่ 6 หมายถึงข้อใด?
 ก. การยึดถืออุดมคติสากลหรือจริยธรรมสากล(วัยผู้ใหญ่)
 ข. การทำหน้าที่ทางสังคมหรือระบบสังคมและมโนธรรม
 ค. การทำตามคำสัญญาและสิทธิ
 ง. การแสวงหารางวัลหรือการตอบสนองตามความต้องการ
 ตอบ ก.การยึดถืออุดมคติสากลหรือจริยธรรมสากล(วัยผู้ใหญ่)
11. คุณธรรมข้อใดไม่จัดอยู่ตามแนวคิด อริสโตเติล?
  ก. ความรอบคอบ ข. การรู้จักประมาณ
 ค. การอดทน ง. ความยุติธรรม
 ตอบ ค. การอดทน
12. พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส”การรู้จักข่มใจ”หมายถึงข้อใด?
 ก. ความจริงใจต่อตนเอง ข. การรู้จักฝึกใจตนเอง
 ค. การประพฤติปฏิบัติต่อสิ่งที่เป็นประโยชน์ ง. รู้จักเสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อส่วนร่วม
  ตอบ ข. การรู้จักฝึกใจตนเอง
13. สังคหวัตถุ 4 คือ คุณธรรมในข้อใด?
 ก. เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจคน ข. เป็นเครื่องทำให้ประสบความสำเร็จ
 ค. เป็นคุณธรรมของผู้ครองเรือน ง. เป็นคุณธรรมของผู้เป็นผู้ใหญ่
 ตอบ ก. เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจคน
14. คุณธรรมที่ทำให้ประสบความสำเร็จ หมายถึง ข้อใด?
 ก. พรหมวิหาร 4 ข. สังคหวัตถุ 4
 ค. ธรรมของฆราวาส 4  ง. อิทธิบาท 4
 ตอบ ง. อิทธิบาท 4
15. การที่คนเรารู้จักแยกแยะว่าสิ่งนี้เป็นเหตุแห่งสุขสิ่งนี้เป็นแห่งเหตุตรงกับสัปปุริธรรม 7 ข้อใด?
 ก. อัตตญญุตา ข. ธัมมัญญุตา
 ค. อัตถัญญตา ง. มัตตัญญุตา
 ตอบ ข. ธัมมัญญุตา
16. ธรรมใดเป็นเครื่องคุ้มครองโลก?
 ก. ขันติ ข. โสรัจจะ
  ค. หิริโอตัปปะ ง. สัจจะ
 ตอบ ค. หิริโอปตัปปะ
17.อคติ 4 คือ คุณธรรมข้อใด?
 ก. ธรรมที่ควรรักษาไว้เป็นนิจ ข. ธรรมของผู้ครองเรือน
 ค. ธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจคน ง. ธรรมที่ไม่ควรประพฤติ
 ตอบ ง. ธรรมที่ไม่ควรประพฤติ
18. โทสาคติ หมายถึงข้อใด?
 ก. ลำเอียงเพราะรักใคร่ ข. ลำเอียงเพราะไม่ชอบกัน
  ค. ลำเอียงเพราะเขลา ง. ลำเอียงเพราะกลัว
 ตอบ ข. ลำเอียงเพราะไม่ชอบกัน
19. สิ่งใดสามารถยับยั้งความโกรธได้?
 ก. เมตตา กรุณา ข. มุทิตา อุเบกขา
 ค. สติ สัมปัญชัญญะ ง. ฉันทะ วิริยะ
 ตอบ ค. สติ สัมปัญชัญญะ
20. ผลดีของการมีสติหมายถึง ข้อใด?
 ก. รู้ว่าใครจะทำอะไร ข. รู้เหตุการณ์ล่วงหน้า
 ค. รู้ว่าตนเองกำลังทำอะไร ง. รู้อดีตชาติของตนเอง
 ตอบ ค. รู้ว่าตนเองกำลังทำอะไร
21. การที่คนเรามีใจจ่ออยู่สิ่งที่กระทำ มีความหมายตรงกับข้อใด?
 ก. มีศีล ข. มีสมาธิ ค. มีปัญญา ง. มีสติ
 ตอบ ข. มีสมาธิ
22. ศีลในข้อใดทำให้คนเรามีสติ?
 ก. ศีลข้อ 1 ข. ศีล 3 ข้อ ค. ศีล 4 ข้อ ง. ศีล 5 ข้อ
 ตอบ ง. ศีล 5 ข้อ
23. ความจริง หรือความเสื่อมของสังคม วัดได้จากอไร?
 ก. ค่านิยม ข. วัฒนธรรม
 ค. ความสามัคคี ง. กฎหมายระเบียบข้อบังคับ
 ตอบ ข. วัฒนธรรม
24. ค่านิยมในชนบท หมายถึงข้อใด? อ.สุวรรณกร เเอ๊คกรุ๊ป
 ก. เห็นแก่ตัวไม่เชื่อใจใคร ข. ชอบจัดพิธีชอบแข่งขัน
 ค. เชื่อโชคลาภรักญาติพี่น้อง  ง. รักเทิดทูนสถาบันชาติ
 ตอบ ค. เชื่อโชคลาภรักญาติพี่น้อง
25. ค่านิยมของสังคมเมืองมีลักษณะใด?
 ก. เชื่อถือโชคลาง ข. เห็นแก่ตัวไม่เชื่อใจใคร
 ค. พึ่งพาอาศัยกัน ง. เป็นส่วนตัวมากเกินไป
 ตอบ ข. เห็นแก่ตัวไม่เชื่อใจใคร
26. ค่านิยม เกิดขึ้นจากสาเหตุใด?
 ก. วัฒนธรรม ข. ประเพณี
 ค. ความคิด ง. การยอมรับ
 ตอบ ง. การยอมรับ
27. ค่านิยมทางจริยธรรม หมายถึงข้อใด?
 ก. ทำให้เกิดความรับผิดชอบชั่วดี ข. ทำให้เกิดความซาบซึ้ง
 ค. ทำให้เกิดความรักความเข้าใจ ง. ทำให้ชีวิตและร่างกายอยู่รอด
 ตอบ ก. ทำให้เกิดความรับผิดชอบชั่วดี
28. ค่านิยมทางวัตถุ หมายถึง ข้อใด?
 ก. พรหมวิหาร 4 ข. ปัจจัย 4
  ค. อิทธิบาท 4 ง. อริยสัจ 4
 ตอบ ข. ปัจจัย 4
29. ค่านิยมที่เกี่ยวข้องกับความสมบรูณ์ของชีวิตและความศรัทธา?
 ก. ค่านิยมทางจริยธรรม ข. ค่านิยมทางสังคม
 ค. ค่านิยมทางศาสนา ง. ค่านิยมทางวัตถุ
 ตอบ ค. ค่านิยมทางศาสนา
30. ค่านิยมที่นักวิทยาศาสตร์พยายามค้นหากฎหมายแห่งธรรมชาติ?
 ก. ค่านิยมทางสังคม  ข. ค่านิยมทางศาสนา
 ค. ค่านิยมทางสุนทรียภาพ ง. ค่านิยมทางความจริง
 ตอบ ง. ค่านิยมทางความจริง
31. Moral values หมายถึงข้อใด?
 ก. ค่านิยมทางศาสนา  ข. ค่านิยมทางวัตถุ
 ค. ค่านิยมทางสุนทรียภาพ ง. ค่านิยมทางความจริง
 ตอบ ค. ค่านิยมทางจริยธรรม
32. สาโรธ บังศรี จำแนกค่านิยม ออกเป็น 2 ประเภท คือข้อใด?
 ก. ค่านิยมพื้นฐาน,ค่านิยมทางศาสนา ข. ค่านิยมพื้นฐาน,ค่านิยมทางความจริง
 ค. ค่านิยมทางพื้นฐาน, ค่านิยมทางสังคม ง. ค่านิยมพื้นฐาน,ค่านิยมวิชาชีพ
 ตอบ ง. ค่านิยมพื้นฐาน,ค่านิยมวิชาชีพ
33. ค่านิยมใดมีผลกระทบต่อพฤติกรรมของคนในสังคมมากที่สุด?
 ก. ค่านิยมทางวัตถุ ข. ค่านิยมทางความจริง
 ค. ค่านิยมทางสังคม ง. ค่านิยมทางจริยธรรม
 ตอบ ก. ค่านิยมทางวัตถุ
34. ค่านิยมเป็นตัวกำหนดสิ่งใด ของคนในสังคม?
 ก. การตอบสนอง ข. พฤติกรรม
 ค. การยอมรับ ง. ถูกทุกข้อ
 ตอบ ง. การตอบสนอง พฤติกรรม การยอมรับ
35. “สังคมใดที่มีค่านิยมถกต้องเหมาะสม สังคมนั้นย่อมมีความเจริญก้าวหน้า” คำกล่าวนี้ หมายถึงข้อใด?
 ก. ค่านิยมไม่มีผลกระทบต่อความเจริญ
 ข. ค่านิยมมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
 ค. ค่านิยมมีผลกระทบต่อความเจริญและความเสื่อมของสังคม ตลอดจนความมั่นคงของชาติ
 ง. ค่านิยมมีผลกระทบต่อความเจริญและเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อย
 ตอบ ค. ค่านิยมมีผลกระทบต่อความเจริญและความเสื่อมของสังคม ตลอดจนความมั่นคงของชาติ
36. “ค่านิยมวิชาชีพ” หมายถึงข้อใด?
 ก. มีวินัยและอุดมการณ์ในวิชาชีพของตน
 ข. มีเอกลักษณะในวิชาชีพของตน
 ค. มีบทบาทในวิชาชีพของตน
 ง. ไม่มีข้อถูก
 ตอบ ก. มีวินัยและอุดมการณ์ในวิชาชีพของตน
37. ค่านิยมของความเป็นเจ้าขุนมูลนาย มียศถาบรรดาศักดิ์ เป็นค่านิยมแบบใด?
  ก. ค่านิยมในการยอมรับนับถือ ข. ค่านิยมแบบศักดินา
 ค. ค่านิยมทางวัฒนธรรม ง. ค่านิยมตามกระแสและสภาวะสังคม
 ตอบ ข. ค่านิยมแบบศักดินา
38. ค่านิยม ยอมรับเรื่องบุญวาสนา กรรมเก่า เชื่อถือโชคลาภ เป็นค่านิยมสังคมไทยในข้อใด?
 ก. สังคมชั้นกลาง ข.สังคมชั้นสูง
 ค. สังคมชนบท ง. สังคมเมือง
  ตอบ ค. สังคมชนบท
39. พิธีรดน้ำในการสมรส การทำขวัญนาค เป็นค่านิยมของศาสนาใด?
 ก. ศาสนาพราหมณ์ ข. ศาสนาพุทธ
 ค. ศาสนาฮินดู ง. ศาสนาอิสลาม
 ตอบ ก. ศาสนาพราหมณ์
43. อารยธรรมใดมีผลต่อค่านิยมสังคมไทยมากที่สุด?
 ก. เอเชียตะวันออก ข. เอเชียกลาง
 ค. ยุโรปตะวันตก  ง. ไม่มีข้อถูก
 ตอบ ค. ยุโรปตะวันตก
44.การซื้อของใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หมายถึงข้อใด?
 ก. ความนิยมทางความจริง ข. ค่านิยมทางวัตถุ
 ค. ค่านิยมทางสังคม  ง. ค่านิยมทางพื้นฐาน
 ตอบ ข. ค่านิยมทางวัตถุ
45. ค่านิยมใด สมควรแก้ไขในสังคมไทย?
 ก. การเคารพผู้อาวุโส ข. การให้ความสำคัญกับเงินมากเกินไป
 ค. การพึ่งพาอาศัยร่วมมือกัน  ง. การพึ่งพาศักดิ์สิทธิ์ โชคลาภ
 ตอบ ข. การให้ความสำคัญกับเงินมากเกินไป
46.ความแตกต่างระหว่างสังคมชนบทและสังคมเมือง เห็นได้ชัดที่สุดคือข้อใด?
 ก. ความซื่อสัตย์สุจริต  ข. ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
 ค. ความสามัคคี ง. ความกตัญญูกตเวที
 ตอบ ข. ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
47. เมื่อสภาพสังคมเปลี่ยนค่านิยมจะเป็นเช่นไร?
 ก. เปลี่ยนแปลงไปตามสังคม  ข. คงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
 ค. เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ง. เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
 ตอบ ก. เปลี่ยนแปลงไปตามสังคม
 
48. ค่านิยมเป็นตัวชี้วัดความเปลี่ยนแปลงให้แก่สังคมในด้านใดมากที่สุด
 ก. เศรษฐกิจ ข. วัฒนธรรม
 ค. ความก้าวหน้า ง. การศึกษา
 ตอบ ข.วัฒนธรรม
49. ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ เป็นความหมายของข้อใด?
 ก. คุณธรรม ข. จริยธรรม
 ค. วัฒนธรรม ง. ศีลธรรม
 ตอบ ข. จริยธรรม
50. สภาพคุณงามความดีในจิตใจ เป็นความหมายของข้อใด?
 ก. คุณธรรม ข. จริยธรรม
 ค. วัฒนธรรม ง. ศีลธรรม
 ตอบ ก. คุณธรรม

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3756
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
1. ประธานกรรมการการอาชีวศึกษาคนปัจจุบัน คือใคร
ก. ดร.ศศิธารา    พิชัยชาญณรงค์                                   ค. ดร.ชินภัทร    ภูมิรัตน
ข. ศาสตราจารย์ ดร.ธีรวุฒิ   บุณยโสภณ                      ง. นายอเนก      เพิ่มวงศ์เสนีย์
2. ข้อใด ไม่ใช่ กรรมการโดยตำแน่งในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ                                         
ข. เลขาธิการสภาการศึกษา
ค. เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
3. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นกรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการการอาชีวศึกษา คือข้อใด
ก. เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ข. เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ค. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. เลขาธิการสภาการศึกษา
4. เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา คนปัจจุบันคือใคร
ก. นายเฉลียว     อยู่สีมารักษ์                                           ค.นางสาวศศิธารา    พิชัยชาญณรงค์
ข. ศาสตราจารย์ ดร.ธีรวุฒิ    บุณยโสภณ                     ง. ดร.ชัยพฤกษ์     เสรีรักษ์
5. นโยบายกรมอาชีวศึกษาตามแนวการปฏิรูปการศึกษา มีกี่นโยบาย
ก. 3  นโยบาย                                                    ค. 5 นโยบาย
ข. 4 นโยบาย                                                     ง. 6 นโยบาย
6. ข้อใดคือหลักการและวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษาด้านการอาชีวศึกษา
ก. การมุ่งพัฒนาคนให้เต็มตามศักยภาพที่มีอยู่โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อม
ข. การมุ่งเตรียมกำลังคนระดับต้นและระดับกลางด้านเทคนิคในสาขาต่างๆ ให้ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการและตลาดแรงงาน
ค. การให้การศึกษาตลอดชีวิต มีคุณวุฒิวิชาชีพ โดยจัดการเรียนรู้แบบเปิดและยืดหยุ่น
ง. ถูกทุกข้อ
7. อุดมการณ์ที่สำคัญในการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษากำหนดคือข้อใด
ก. มีเกณฑ์มาตรฐานและตัวชี้วัดต่างๆ ในการจัดการเพื่อคุณภาพ
ข. มีการเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาที่หลากหลายเข้ากับการทำงานจริงโดยการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ
ค. การพัฒนากำลังคนระดับกึ่งฝีมือ ระดับฝีมือ ระดับเทคนิค และระดับเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดคุณภาพตามสมรรถนะอาชีพที่กำหนดไว้
ง. มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาและผู้ปฏิบัติงานสายวิชาชีพเทียบได้กับสาขาวิชาชีพอื่น
8. ความเชื่อพื้นฐานของการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาอาชีวศึกษาคือข้อใด
ก. ความสำเร็จของการดำเนินงาน                                ค. ความพยายามและการปฏิบัติงาน
ข. ความตระหนักในการทำงาน                                    ง. ความพร้อมของการดำเนินงาน
9. รูปแบบและวิธีการประเมินคุณภาพภายนอกด้านการอาชีวศึกษามีหลักการที่สำคัญกี่หลักการ
ก. 4   ประการ                                                    ค. 6  ประการ
ข. 5   ประการ                                                    ง.  7  ประการ
10. วัตถุประสงค์ของการประเมินคุณภาพสถานศึกษาอาชีวศึกษา  คือข้อใด
ก. เพื่อรับรองมาตรฐานคุณภาพสถานศึกษาอาชีวศึกษา
ข. เพื่อให้ทราบระดับคุณภาพของสถานศึกษาในการดำเนินภารกิจด้านต่างๆ
ค. กระตุ้นเตือนให้สถานศึกษาพัฒนาคุณภาพการศึกษาและประสิทธิภาพการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง
ง. ถูกทุกข้อ
11. ข้อใดคือผลที่คาดว่าจะได้รับจากการประเมินคุณภาพภายนอกด้านการอาชีวศึกษา
ก. การบริหารจัดการสถานศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิผล
ข. เกิดการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ระดับมาตรฐานสากล
ค. การใช้ทรัพยากรในการบริหารจัดการสถานศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ง. ถูกทุกข้อ
12. ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาว่าด้วยการบริหารสถานศึกษา พ.ศ.2552 ให้ใช้บังคับกับสถานศึกษาใด
ก. สถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ข. สถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา
ค. สถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา
ง. สถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
 
13. สถานศึกษา  ตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาว่าด้วยการบริหารสถานศึกษา พ.ศ.2552 หมายความว่าอย่างไร
ก. ศูนย์                                                               
ข. วิทยาลัย
ค. หน่วยงานที่มีฐานะเทียบเท่าวิทยาลัยสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ
14. ใครเป็นผู้รักษาการตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาว่าด้วยการบริหารสถานศึกษา พ.ศ.2552
ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข. เลขาธิการสภาการศึกษา
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ง. เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
15. ผู้รักษาการตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาว่าด้วยการบริหารสถานศึกษา พ.ศ.2552  คือใคร
ก. นายเฉลียว     อยู่สีมารักษ์                                           ค.นางสาวศศิธารา    พิชัยชาญณรงค์
ข. ศาสตราจารย์ ดร.ธีรวุฒิ    บุณยโสภณ                     ง. ดร.ชัยพฤกษ์     เสรีรักษ์
16. ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาว่าด้วยการบริหารสถานศึกษา พ.ศ.2552 มีกี่หมวด
ก. 5  หมวด                                                                         ค. 10  หมวด
ข. 4  หมวด                                                                         ง.  8  หมวด
 
17. ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาว่าด้วยการบริหารสถานศึกษา พ.ศ.2552 ประกาศใช้เมื่อใด
ก. 20  เมษายน  พ.ศ.2552                               ค. 25  เมษายน  พ.ศ.2552
ข. 23  เมษายน พ.ศ.2552                                ง. 23  มีนาคม   พ.ศ.2552
18. ข้อใดคือหน้าที่ของสถานศึกษา
ก. จัดการศึกษาให้มีความทันสมัย ยืดหยุ่น สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน
ข. จัดการศึกษาโดยการประสานความร่วมมือกับสถานศึกษาและหน่วยงานอื่นทั้งในด้านการจัดการวิชาการ การใช้บุคลากรและทรัพยากรร่วมกัน
ค. จัดการศึกษาให้ผู้เรียนเป็นผู้มีสมรรถนะทางวิชาชีพ สามารถประกอบอาชีพเป็นพลเมืองดีของสังคม
ง. ถูกทุกข้อ
19. สถานศึกษาแบ่งการบริหารงานออกเป็นฝ่าย  ข้อใดไม่ใช่
ก. ฝ่ายวิชาการ                                                   ค. ฝ่ายแผนงานและความร่วมมือ
ข. ฝ่ายบริหารทรัพยากร                                  ง. ฝ่ายพัสดุ
20. ข้อใด ไม่ใช่ งานในฝ่ายวิชาการ
ก. งานแนะแนวอาชีพและการจัดหางาน
ข. งานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน
ค. งานวัดผลและประเมินผล
ง. งานอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3756
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
1. พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมื่อใด
ก. 3 กรกฎาคม 2546 ข. 4 กรกฎาคม 2546
ค. 6 กรกฎาคม 2546 ง. 7 กรกฎาคม 2546
2. กฎหมายฉบับใดเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับกับกระทรวงศึกษาธิการ นอกเหนือจาก พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546
ก. พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน  ข. กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
ค. พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ง. ถูกเฉพาะข้อ ก และ ข้อ ข
3. ข้อใดไม่ใช่การจัดระเบียบราชการของกระทรวงศึกษาธิการ
ก. ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค
ข. ระเบียบบริหารราชหารใส่กลาง
ค. ระเบียบบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา
ง. ระเบียบราชการในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาที่เป็นนิติบุคคล
4. ใครเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ง. เลขาธิการสภาแห่งชาติ
5. ข้อใดเป็นส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ก. สำนักงานรัฐมนตรี
ข. สำนักงานปลัดกระทรวง
ค. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
ง. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
6. ข้อใดเป็นส่วนราชการที่มีหัวหน้าเป็นกรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
ก. สำนักงานรัฐมนตรี ข. สำนักงานปลัดกระทรวง
ค. สำนักงานเป็นพระราชกำหนด ง. ตราเป็นพระราชบัญญัติ
7. การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานรัฐมนตรี ต้องดำเนินการตามข้อใด
ก. ออกเป็นกฎกระทวง ข. ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
ค. ตราเป็นพระราชกำหนด ง. ตราเป็นพระราชบัญญัติ
8. ผู้บังคับบัญชาที่มีกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ของงานในกระทรวงศึกษาธิการ คือใคร
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค. เลขาธิการสภาการศึกษา ง. รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
9. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของสภาการศึกษา
ก. พิจารณาเสนอแผนการศึกษาแห่งชาติที่บูรณาการ ศาสนา ศิลป วัฒนธรรม และการศึกษากับการศึกษาทุกระดับ
ข. พิจารณาเสนอนโยบาย แผน และมาตรฐานการศึกษาเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผน
ค. พิจารณาเสนอนโยบายและแผนในการสนับสนุนทรัพยากรเพื่อการศึกษา
ง. จัดทำงานงบประมาณและแผนปฏิบัติราชการของกระทรวง
10. การเสนอนโยบาย แผนการศึกษาแห่งชาติ และมาตรฐานการศึกษาของสภาการศึกษาต้องเสนอต่อใคร
ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ค. คณะรัฐมนตรี ง. เลขาธิการสภาการศึกษา
11. บุคคลในข้อใดเป็นผู้ดำรงตำแหน่งประธานในคณะกรรมการสภาการศึกษา
ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ง. เลขาธิการสภาการศึกษา
12. หน่วยงานใดมีหน้าที่รับผิดชอบงานเลขานุการของสภาการศึกษา
ก. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ข. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค. สำนักงานรัฐมนตรี ง. สำนักอำนวยการสภาการศึกษา
13. หน่วยงานใดมีหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนามาตรฐาน และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. สำนักงานรัฐมนตรี
ข. สำนักงานปลัดกระทรวง
ค. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
ง. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
14. หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานเลขานุการของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. สำนักงานรัฐมนตรี
ข. สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
ง. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
15. หน่วยงานที่มีอำนาจเสนอแนะและให้ความเห็นในการจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปให้แก่สถานศึกษาระดับปริญญาทั้งที่เป็นสถานศึกษาในสังกัดและสถานศึกษาในกำกับแก่คณะรัฐมนตรี คือ หน่วยงานใด
ก. สำนักงานเลขาธิการศึกษา ข. สำนักงานคณะกรรมาการการอุดมศึกษา
ค. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ง. สำนักงานรัฐมนตรี
16. บุคคลในข้อใดทำหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการอุดมศึกษา
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ค. เลขาธิการคณะกรรมการกระทรวงศึกษาธิการ
ง. ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
17. บุคคลในข้อใดเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการในสำนักงานรัฐมนตรี
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ค. เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ง. เลขาธิการสำนักรัฐมนตรี
18. ข้อใดคืองานในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานรัฐมนตรี
ก. งานเกี่ยวกับราชการทางการเมือง
ข. งานเกี่ยวกับราชการประจำในกระทรวง
ค. งานเกี่ยวกับการดำเนินการด้านแผนและงบประมาณของกระทรวง
ง. งานด้านการบริหารและจัดการศึกษา
19. ข้อใดไม่ใช่งานในหน้าที่รับผิดชอบของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
ก. บริหารราชการภายในของกระทรวงศึกษาธิการ
ข. ตรวจราชการเพื่อนิเทศให้คำปรึกษาและแนะนำเพื่อการกรับปรุงพัฒนา
ค. ติดตามและประเมินผลนโยบายภารกิจเพื่อปรับปรุงพัฒนา
ง. ทุกข้อเป็นงานในภารกิจของผู้ตรวจราชการ
20. บุคคลในข้อใดเป็นผู้รับผิดชอบกิจการของสถานศึกษาของรัฐระดับอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญา ซึ่งไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลและมิได้มีกฎหมายอื่นกำหนดหลักเกณฑ์การบริหารงานไว้โดยเฉพาะ
ก. คณะกรรมการสถานศึกษา ข. ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ค. เลขาธิการสภาการศึกษา ง. ถูกเฉพาะข้อ ก และข้อ ข
21. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ก.  รับผิดชอบควบคุมราชการประจำในกระทรวง
ข. รับผิดชอบราชการทางการเมืองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวง
ค. กำกับการทำงานของส่วนราชการในกระทรวง
ง. รับผิดชอบการปฏิบัติราชการของสำนักงานปลัดกระทรวง
22. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวง
ก. ดำเนินการเกี่ยวกับราชการประจำทั่วไปของกระทรวง
ข. ดำเนินการเกี่ยวกับราชการที่คณะรัฐมนตรีมิได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานใดสำนักงานหนึ่งในสังกัดกระทรวงโดยเฉพาะ
ค. ดำเนินการเกี่ยวกับราชการทางการเมืองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวง
ง. จัดทำงบประมาณและแผนปฏิบัติราชการของกระทรวง
23. หน่วยงานใดมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปของสำนักงานปลัดกระทรวง
ก. สำนักงานรัฐมนตรี ข. สำนักงานเลขาธิการปลัดกระทรวง
ค. สำนักอำนวยการ ง. สำนักบริหารงาน
24. คณะกรรมการส่งเสริมสนับสนุนและประสานความร่วมมือการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเป็นหน่วยงานในสังกัดส่วนราชการใด
ก. สำนักงานรัฐมนตรี
ข. สำนักงานปลัดกระทรวง
ค. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
ง. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน


25. ตำแหน่งเลขาธิการที่เป็นหัวหน้าส่วนราชการที่ขึ้นตรวจต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นตำแหน่งเทียบเท่าข้าราชการในตำแหน่งตามข้อใด
ก.  ปลัดกระทรวง                                                                  ข.  รองปลัดกระทรวง
ค.  อธิบดี                                                                                 ง.  เลขนุการรัฐมนตรี

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3756
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
1.    ข้อใดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการสอนโดยทั่วไป ?
ก. กิจกรรม                ข. การทดสอบความรู้เบื้องต้น
ค. การวัดผล                ง. การนำความรู้ไปใช้
ตอบข้อ ค. การวัดผล   
2.    การประเมินผลเพื่อปรับปรุงการเรียนการสอนเป็นหน้าที่ของใคร ?
ก. ครูใหญ่                ข. ครูวิชาการ
ค. ครูผู้สอน                ง. ครูประจำชั้น
ตอบข้อ ค. ครูผู้สอน
3.    ข้อใดไม่ใช่ การประเมินผลเพื่อปรับปรุงการเรียน ?
ก. ประเมินผลก่อนการเรียน        ข. ประเมินผลระหว่างเรียน
ค. ประเมินผลย่อยก่อนสอบปลายภาค    ง. ประเมินผลเพื่อตัดสินผลการเรียน
ตอบข้อ ง. ประเมินผลเพื่อตัดสินผลการเรียน
4.    ข้อใดกล่าวถูกต้อง ?
ก. การประเมินผล คือการทดสอบ           
ข. การทดสอบยึดจุดประสงค์การเรียนเป็นหลัก
ค. การสอบ คือ การทบทวนบทเรียน           
ง. การวัดผล คือ การประเมินผล
ตอบข้อ ข. การทดสอบยึดจุดประสงค์การเรียนเป็นหลัก
5.    การประเมินผลก่อนเรียนใช้ประโยชน์ในเรื่องใดมากที่สุด ?
ก. เพื่อให้การช่วยเหลือที่ถูกต้อง           
ข. เพื่อฟื้นฟูความรู้ของนักเรียน
ค. เพื่อรู้พื้นฐานความรู้ของนักเรียน           
ง. เพื่อรู้จุดเริ่มต้นในการให้ความรู้ใหม่
ตอบข้อ ค. เพื่อรู้พื้นฐานความรู้ของนักเรียน

6.    การวัดผลควรคำนึงถึงข้อใด ?
ก. จัดให้ตรงกับเนื้อหา            ข. จัดให้ตรงกับจุดประสงค์
ค. จัดให้ตรงกับแผนการสอน        ง. จัดให้ตรงกับกิจกรรมการเรียนการสอน
ตอบข้อ ข. จัดให้ตรงกับจุดประสงค์
7.    การวัดและประเมินผลช่วยนักเรียนโดยตรงในเรื่องใด ?
ก. สนับสนุนให้นักเรียนมีนิสัยการเรียนที่ดี               
ข. ช่วยเพิ่มความสนใจการเรียนของนักเรียน
ค. ชี้ข้อบกพร่องในการเรียนของนักเรียน               
ง. ช่วยให้นักเรียนเข้าใจจุดประสงค์ในการสอนของนักเรียน
ตอบข้อ ค. ชี้ข้อบกพร่องในการเรียนของนักเรียน
8.    องค์ประกอบของข้อใดที่เป็นสิ่งกำหนดการประเมินผล ?
ก. หลักสูตร                ข. เนื้อหาวิชา
ค. ความคิดรวบยอด            ง. จุดประสงค์การเรียนรู้
ตอบข้อ ง. จุดประสงค์การเรียนรู้
9.    ขั้นตอนแรกของกระบวนการวัดผล คือข้อใด ?
ก. เลือกใช้วิธีวัดผล            ข. สร้างเครื่องมือวัดผล
ค. กำหนดจุดประสงค์ของการวัดผล    ง. จัดทำตารางวิเคราะห์จุดประสงค์ เนื้อหา
ตอบข้อ ค. กำหนดจุดประสงค์ของการวัดผล   
10.    การสร้างข้อทดสอบนักเรียนระดับ ป.1 ควรเน้นในเรื่องใด ?
ก. ตัวเลือก 4 ตัว                ข. ความรู้ความจำ
ค. ให้อักษรตัวโต            ง. ใช้รูปภาพแทนข้อความให้มาก
ตอบข้อ ข. ความรู้ความจำ
11.    ข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์มุ่งวัดอะไร ?
ก. พฤติกรรม                ข. ตัดสินการเลื่อนชั้น
ค. ความก้าวหน้าของการเรียนรู้        ง. การแข่งขันว่าใครเรียนเก่ง
ตอบข้อ ค. ความก้าวหน้าของการเรียนรู้

12.    การวัดผล การประเมินผล ให้ประโยชน์แก่ใครมากที่สุด ?
ก. ครู                    ข. ผู้ปกครอง
ค. นักเรียน                ง. หัวหน้าการ
ตอบข้อ ก. ครู   
13.    ก่อนออกข้อสอบควรนึกถึงอะไรก่อน ?
ก. ชนิดข้อสอบ                ข. ลักษณะคำถามที่ดี
ค. ตรวจวิเคราะห์หลักสูตร        ง. เนื้อหาวิชาที่ทำการสอน
ตอบข้อ ค. ตรวจวิเคราะห์หลักสูตร
14.    ข้อสอบทำหน้าที่เหมือนเครื่องมือข้อใดมากที่สุด ?
ก. ตาชั่ง                    ข. แว่นขยาย
ค. ปรอทคนไข้                ง. บารอมิเตอร์วัดอากาศ
ตอบข้อ ก. ตาชั่ง
15.    เรานำผลการสอบมาใช้ประโยชน์ในด้านใด ?
ก. แนะแนว                ข. ซ่อมเสริม
ค. ตัดสินการเรียน            ง. ปรับปรุงการเรียนการสอน
ตอบข้อ ง. ปรับปรุงการเรียนการสอน
16.    ข้อสอบมาตรฐาน “ มาตรฐาน ” ในเรื่องใด ?
ก. การใช้                ข. การออก
ค. การดำเนินการสอบ            ง. การเก็บบำรุงรักษา
ตอบข้อ ข. การออก
17.    การวัดผลของคุณลักษณะต่างๆที่เป็นนามธรรมครูควรใช้วิธีใดจึงจะเหมาะสมที่สุด ?
ก. การทดสอบ                ข. การจัดอันดับ
ค. การสังเกต                ง. การเก็บบำรุงรักษา
ตอบข้อ ง. การเก็บบำรุงรักษา
18.    เด็กชายสมชายทำข้อสอบได้คะแนน 60 คะแนน ให้เต็ม 100 คะแนนแต่สอบไม่ผ่านจุดประสงค์ ข้อใดเป็นการประเมินผล ?
ก.  60                    ข. 100
ค. 60/100                ง. ไม่ผ่าน
ตอบข้อ ง. ไม่ผ่าน
19.    จุดประสงค์ของการประเมินผลข้อใดสำคัญที่สุด ?
ก. เพื่อปรับปรุงการบริหาร        ข. เพื่อปรับปรุงการเรียนการสอน
ค. เพื่อปรับปรุงการสอนและการสอบ    ง. เพื่อให้เป็นไปตามหลักสูตรที่กำหนด
ตอบข้อ ข. เพื่อปรับปรุงการเรียนการสอน
20.    การประเมินผลการเรียนควรใช้วิธีใด ?
ก. ประเมินผลก่อนเรียน           
ข. ประเมินผลระหว่างเรียน
ค. ประเมินผลหลังเรียน           
ง. ประเมินผลก่อนเรียน ระหว่างเรียนและหลังเรียน
ตอบข้อ ง. ประเมินผลก่อนเรียน ระหว่างเรียนและหลังเรียน
21.    ข้อใดไม่ใช่การประเมินผลเพื่อปรับปรุงการเรียนการสอน ?
ก. การวัดผลก่อนเรียน            ข. การวัดผลปลายภาค
ค. การวัดผลปลายปี            ง. การวัดผลระหว่างเรียน
ตอบข้อ ค. การวัดผลปลายปี   
22.    ข้อใดเป็นจุดมุ่งหมายเชิงพฤติกรรม ?
ก. ให้มีความคิดสร้างสรรค์       
ข. ให้รู้โทษของยาเสพติด
ค. ให้บอกวิธีป้องกันโรคติดต่อได้ 3 ข้อ
ง. ให้มีความซาบซึ้งในวรรณคดีไทย
ตอบข้อ ค. ให้บอกวิธีป้องกันโรคติดต่อได้ 3 ข้อ
23.    เมื่อต้องการทราบความสามารถของแต่ละบุคคลโดยไม่ต้องเปรียบเทียบกับบุคคลอื่นจะใช้การประเมินผลแบบใด ?
ก. อิงกลุ่ม                ข. อิงเกณฑ์
ค. อิงตน                ง. อิงผู้สอน
ตอบข้อ ข. อิงเกณฑ์


24.    ข้อใดมีความสัมพันธ์กับข้ออื่นๆน้อยที่สุด ?
ก. การวัดผล                ข. การเรียนการสอน
ค. การสอนซ่อมเสริม            ง. การทำทะเบียนประวิติ
ตอบข้อ ง. การทำทะเบียนประวิติ
25.    สิ่งจำเป็นที่สุดในการสร้างข้อสอบเพื่อวัดว่าผู้เรียนจะผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้หรือไม่คืออะไร ?
ก. อำนาจจำแนก                ข. ความยากง่าย
ค. ความเชื่อมั่น                ง. ตรงจุดประสงค์
ตอบข้อ ง. ตรงจุดประสงค์
26.    การดำเนินการสอบข้อใดไม่ถูกต้อง ?
ก. มีการเตือนก่อนที่จะหมดเวลาสอบ       
ข. เดินไป – มาในห้องสอบเพื่อป้องกันการทุจริต
ค. แจกข้อสอบก่อนเวลาและเก็บข้อสอบตรงเวลา           
ง. ไม่อธิบายสิ่งใดๆ นอกเหนือจากที่ได้กำหนดไว้
ตอบข้อ ข. เดินไป – มาในห้องสอบเพื่อป้องกันการทุจริต
27.    ข้อคำถามที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร ?
ก. ผู้เข้าสอบส่วนมากตอบผิด           
ข. ผู้เข้าสอบส่วนมากตอบถูก
ค. คนเก่งตอบถูก คนอ่อนตอบผิด           
ง. คนเก่งตอบถูก คนอ่อนตอบถูกครึ่งหนึ่ง
ตอบข้อ ค. คนเก่งตอบถูก คนอ่อนตอบผิด   
28.    การวัดผลวิชาใดที่ใช้การสังเกตมากที่สุด ?
ก. ดนตรี                ข. พลศึกษา
ค. นาฏศิลป์                ง. จริยธรรม
ตอบข้อ ข. พลศึกษา
29.    กรณีใดควรใช้ข้อสอบแบบปรนัย ?
ก. เมื่อต้องการถามให้ครอบคลุมเนื้อหา    ข. เมื่อต้องการถามให้ครอบคลุมเนื้อหา
ค. เมื่อผู้สอบเขียนหนังสือไม่เป็น        ง. เมื่อครูมีเวลาออกข้อสอบน้อย
ตอบข้อ ข. เมื่อต้องการถามให้ครอบคลุมเนื้อหา
30.    ถึงแม้สมทรงจะทำข้อสอบนี้สักกี่ครั้งก็จะได้คะแนนเท่าเดิม แสดงว่าข้อสอบฉบับนี้เป็นอย่างไร ?
ก. มีความเชื่อมั่น                ข. มีความเที่ยงตรง
ค. มีอำนาจจำแนก            ง. มีความเป็นปรนัย
ตอบข้อ ก. มีความเชื่อมั่น   
31.    การวัดบุคลิกภาพด้วยวิธีใดดีที่สุด ?
ก. การสังเกต                ข. การสัมภาษณ์
ค. การใช้แบบทดสอบ            ง.  การใช้แบบสอบถาม
ตอบข้อ ก. การสังเกต   
32.    แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ มุ่งวัดอะไร ?
ก. ใครสอบได้ – ตก            ข. ใครรู้มาแล้วเท่าไร
ค. ใครรู้มากหรือน้อย            ง. ใครจะเรียนสำเร็จหรือไม่
ตอบข้อ ค. ใครรู้มากหรือน้อย
33.    แบบทดสอบวัดความถนัดมุ่งวัดอะไร ?
ก. ใครสอบได้ – ตก            ข. ใครรู้มาแล้วเท่าไร
ค. ใครรู้มากหรือน้อย            ง. ใครจะเรียนสำเร็จหรือไม่
ตอบข้อ ง. ใครจะเรียนสำเร็จหรือไม่
34.    บุคคลที่เขียนข้อสอบได้ดรในวิชาหนึ่งๆควรจะเป็นใคร ?
ก. นักวัดผล                ข. นักจิตวิทยา
ค. ฝ่ายวิชาการของโรงเรียน        ง. ครูที่สอนวิชานั้น
ตอบข้อ ง. ครูที่สอนวิชานั้น
35.    เราใช้สอบแบบอัตนัยเมื่อเราต้องการทราบอะไร ?
ก. ใครฉลาดกว่ากัน            ข. ใครคล่องกว่ากัน
ค. ใครมีความคิดริเริ่มดี            ง.  ใครมีความรู้ความจำดี
ตอบข้อ ค. ใครมีความคิดริเริ่มดี   
36.    องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของจุดประสงค์การเรียนรู้คืออะไร ?
ก. เกณฑ์                ข. สถานการณ์
ค. พฤติกรรมที่คาดหวัง            ง. ความคิดรวบยอดและหลักการ
ตอบข้อ ค. พฤติกรรมที่คาดหวัง   
37.    คำใดที่ใช้เขียนจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ?
ก. รู้                    ข. อ่าน
ค. สนใจ                ง. เข้าใจ
ตอบข้อ ข. อ่าน
38.    ข้อใดจะเป็นปรนัยหรือไม่ดูที่สิ่งใดเป็นสำคัญ ?
ก. การให้คะแนน            ข. ตัวคำถาม
ค. เนื้อหาวิชาที่ถาม            ง. สมรรถภาพที่จะวัด
ตอบข้อ ก. การให้คะแนน
39.    การออกข้อสอบวัดสมรรถภาพใดที่ออกได้ง่ายที่สุด ?
ก. ความเข้าใจ                ข. การนำไปใช้
ค. การสังเคราะห์            ง. ความรู้ ความจำ
ตอบข้อ ง. ความรู้ ความจำ
40.    ออกข้อสอบให้นักเรียนแก้ปัญหาโจทย์คณิตศาสตร์ที่ยังไม่เคยทำมาก่อนเป็นการวัดสมรรถภาพใด?
ก. ความเข้าใจ                ข. การนำไปใช้
ค. การวิเคราะห์                ง. การสังเคราะห์
ตอบข้อ ข. การนำไปใช้

 

ข้อสอบไทย แหล่งรวมข้อสอบราชการทุกหน่วยงาน ข่าวการเปิดสอบราชการ จากทีมงาน ชีทไทย.คอม