ผู้เขียน หัวข้อ: ((new!!)) E-BOOK {{{ชุด VCD+MP3}}} เตรียมสอบ แนวข้อสอบเก่า ปลัดอำเภอ ใหม่ล่าสุด  (อ่าน 2961 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3756
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream

{{{ชุด VCD+MP3}}} เตรียมสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าปลัดอำเภอ แนวข้อสอบปลัดอำเภอ ใหม่ล่าสุด      


จำหน่ายเอกสาร  ใหม่ล่าสุด รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ

- ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกรมการปกครอง
- ความรู้พื้นฐานในการปฎิบัติราชการ
- สรุปกฎหมายทั่วไป ที่ใช้สอบ
- ความรู้ควมเข้าใจในการปกครอง
- แนวข้อสอบปลัดอำเภอ ปี 2539
- แนวข้อสอบปลัดอำเภอ ปี 2543
- แนวข้อสอบปลัดอำเภอ ปี 2548
- แนวข้อสอบปลัดอำเภอ ปี 2551
- แนวข้อสอบปลัดอำเภอ ปี 2555


แผ่น DVD ประกอบด้วย
หลักการและกระบวนการบริหารแนวใหม่
ความรู้พื้นฐานในการปฎิบัติราชการ
MP3 พรก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
MP3 พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ
MP3 พรบ. ระเบียบริหารราชการแผ่นดิน
MP3 พรบ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน
MP3 พรบ. พรบ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
MP3 พรบ.ว่าด้วยการรักษาความลับของราชการ
MP3 พรบ. ระเบียบงานสารบรรณ
MP3 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พศ.2557
กฎหมายทั่วไป
MP3 กฎหมายอาญา
MP3 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
MP3 วิธีพิจารณาความแพ่ง
MP3 กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
E-Book สรุป ข่าวเด่น สถานการปัจจุบัน ข่าวไทย และทั่วโลก
E-Book รวมแนวข้อสอบเก่าปลัดอำเภอ ปี 39,43,48,51,55

(1)  ไฟล์ PDF ราคา  399 บาท 
(2)  หนังสือ + mp3 พรบ. ราคา 999 บาท   
(3)  ชุดติว DVD เตรียมสอบปลัดอำเภอ + หน้งสือแนวข้อสอบ ราคา 2500 บาท   




สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ :  วรรณพร
เบอร์โทรศัพท์ : 089-4220125   [WhatsApp / Line]
E-Mail : exam.st@hotmail.com 
Web Page : http://goo.gl/yb1hhr

กรุณาชำระเงินที่ : ธนาคารกสิกรไทย   สาขาถนนศรีจันทร์ ขอนแก่น
ชื่อบัญชี นางสาววรรณพร สอนคำมี บัญชีออมทรัพย์เลขที่  428-2-29359-0

******* โอนเงินแล้วแจ้งรายละเอียดทาง [E-Mail / SMS / LINE / Whats App] *******
>> สิ่งที่ต้องแจ้ง <<    ** เวลาที่โอนเงินตามสลิป (เท่านั้น) , หน่วยงาน+ตำแหน่งที่สอบ , E-Mail หรือ ชื่อที่อยู่ (กรณีหนังสือ) **
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 02, 2014, 03:06:19 PM โดย Exam.st »

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3756
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
1.     นักบริหารให้ความสำคัญกับการบริหารงานบุคคลเรื่องใดเป็นอันดับแรก

        ก.  การวางแผนด้านกำลังคน                                                    ข.  การแสวงหาตัวบุคคล

        ค.  การคัดเลือกตัวบุคคล                                                             ง.  การฝึกอบรมก่อนการปฏิบัติจริง

        จ.  การประเมินผลการทำงาน

2.     Job Description คือ

        ก.  การพิจาณาความสามารถของคน                                        ข.  การหาวิธีจูงใจพฤติกรรมของคน

        ค.  การพิจารณาและสังเกตการทำงาน                                    ง.  การเขียนรายละเอียดของงาน

        จ.  การทำขั้นตอนการปฏิบัติงาน (work-flowchart)

3.     นักบริหาร หมายถึง

        ก.  ผู้เป็นเจ้าของกิจการและดำเนินกิจการเอง

        ข.  ผู้รับผิดชอบต่อการดำเนินงาน

        ค.  ผู้วินิจฉัยชี้ขาดและสั่งงาน

        ง.  ผู้กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานขององค์กร

        จ.  ถูกทุกข้อ

4.     ผู้บังคับบัญชาแบบใดที่มีลักษณะฟังความคิดเห็นของกลุ่ม ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามี          โอกาสก้าวหน้าในการทำงาน

        ก.  ผู้นำแบบเสรีนิยม                                                                   ข.  ผู้นำแบบอัตนิยม

        ค.  ผู้นำแบบประชาธิปไตย                                                        ง.  ผู้นำแบบปล่อยปละละเลย

        ฉ.  ผิดทุกข้อ

5.     ผู้นำระดับใดที่มีลักษณะด้านมนุษยสัมพันธ์มาก

        ก.  ระดับปฏิบัติการ                                                                     ข.  ระดับกลาง

        ค.  ระดับสูง                                                                                  ง.  ระดับผู้บริหาร

        จ.  ทุกระดับ (ถูกทุกข้อ)

6.     ปัจจัยที่ทำให้การมอบหมายงานสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์

        ก.                    การสร้างบรรยากาศในองค์การ                                        ข.  อำนาจตามหน้าที่

        ค.  ความสามารถพิเศษของผู้ร่วมงาน                                      ง.  ความสนใจงาน

        จ.  ความสัมพันธ์นอกแบบ (Informal Relations)



7.     การบริหาร คือ

        ก.  การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในการทำงานของราชการ

        ข.  การสร้างความพึงพอใจให้กับประชาชน

        ค.  การทำงานให้สำเร็จลุล่วงโดยคนต่างๆ เป็นผู้นำ

        ง.  การคานอำนาจระหว่างคนทำงานในระดับต่างๆ

        จ.  การแบ่งอำนาจให้เหมาะสมอย่างมีเหตุและผล...เเอ๊คกรุ๊ป

8.     การบริหารแบบมีหลักเกณฑ์ (SCIENTIFIC MANAGEMENT) คือ

        ก.  การทำงานที่มีหลักเกณฑ์กำหนดไว้

        ข.  การทำงานโดยได้ทั้งงานและได้ความสำเร็จ

        ค.  การทำงานที่ถือระเบียบแบบแผนมากกว่าจะทำงานไปโดยคำนึงถึงสถานการณ์

        ง.  การทำงานที่เน้นหนัก วิธีที่ดีที่สุด

        จ.  การทำงานที่เน้นหนักวิธีที่ดีและมีผลพึงพอใจแก่ผู้บริหารรวมทั้งประชาชนมาก

9.     หลักของการพิจารณาขนาดของการควบคุมในองค์การที่สำคัญที่สุด คือ

        ก.  งบประมาณกับขนาดขององค์กร                                        ข.  การตัดสินใจกับขนาดขององค์กร

        ค.  ความรับผิดชอบกับการตัดสินใจ                                        ง.  ประเภทคนงานกับกิจกรรม

        จ.  ประเภทคนงานกับความรู้ความสามารถ

10.  ปัจจัยที่อำนาจหน้าที่เป็นที่ยอมรับของบุคคลในองค์การ คือ

        ก.  การเงิน การประสานงาน และการศึกษา

        ข.  การกำหนดอำนาจหน้าที่ของกรมบังคับบัญชา ความเป็นผู้นำและการใช้ประโยชน์ทางการเงินและทรัพยากร

        ค.  อำนาจหน้าที่ ความสารถในการประสานงาน วัฒนธรรมของสังคมและความรู้ในงานที่รับผิดชอบ

        ง.  ความสามารถบังคับบัญชา ความเป็นผู้นำ ความรับผิดชอบต่อประชาชนและคุณธรรมในการใช้อำนาจ

        จ.  วัฒนธรรม ความรับผิดชอบของการปฏิบัติตามคำสั่ง คุณธรรมและความรับผิดชอบของผู้นำ

11.  เหตุผลที่ไม่ถูกต้องในการใช้คณะกรรมการในการทำงานขององค์การต่างๆ คือ

        ก.  เพื่อประสานงาน                                                                   ข.  เพื่อการปฏิบัติเข้ากันได้ดี

        ค.  เพื่อการฝึกอบรมตัวบุคคล                                                    ง.  เพื่อลดค่าใช้จ่ายของผู้บริหาร

        จ.  ถูกทุกข้อ

12.  การบริหารบุคคลจะรวมถึงงานต่างๆ ดังต่อไปนี้

        ก.  การวางแผนงานและเสาะหา                                              ข.  การเสาะหาและการวางแผนใช้งบประมาณ

        ค.  การคัดเลือกและการพัฒนาองค์การ                                   ง.  การคัดเลือกและการพัฒนาอบรม

        จ.  ถูกทุกข้อ

13.  การควบคุมที่ไม่ดีจะมีวัตถุประสงค์ที่ไม่ถูกต้อง คือ

        ก.  เพื่อผลงานที่เข้ามาตรฐาน                                                   ข.  เพื่อปกป้องผู้บังคับบัญชา

        ค.  เพื่อบริการที่ดี                                                                         ง.  เพื่อผู้บริหารจัดระเบียบงาน

        จ.  เพื่อควบคุมและจัดงานต่างๆ

14.  ข้อใดเป็น "การบริหารเพื่อการพัฒนา"  (Administrative of Development)

        ก.  การพัฒนาโครงสร้าง                                                            ข.  การพัฒนากระบวนการและเทคโนโลยี

        ค.  การพัฒนาพฤติกรรม                                                            ง.  การบริหารโครงการพัฒนา

        จ.  ถูกทุกข้อ

15.  การวางแผนมหาดไทยแม่บท หากใช้ระยะเวลาเป็นหลักในการจัดประเภท ถือเป็นการวางแผนประเภทใด

        ก.  การวางแผนระยะยาว                                                           ข.  การวางแผนระยะปานกลาง

        ค.  การวางแผนหมุนเวียน                                                         ง.  การวางแผนประจำปี

        จ.  การวางแผนปฏิบัติการ

16.  หลักการวางแผนมีลักษณะสอดคล้องกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา คือ

        ก.  อิทธิบาท 4                                                                               ข.  พรหมวิหาร 4

        ค.  อริยสัจ 4                                                                                  ง.  สังคหวัตถุ 4

        จ.  สัปปุริสะรรม

17.  แนวทางการบริหารที่จำเป็นที่สุดในองค์การแบบ z (zytype).....เเอ๊คกรุ๊ป

        ก.  การฝึกอบรม                                                                           ข.  การควบคุมบังคับบัญชา

        ค.  การติดต่อสื่อสาร                                                                    ง.  การสร้างทีมงาน

        จ.  การประเมินผลงาน

18.  ประสิทธิภาพในการบริหารงาน หมายถึง

        ก.  ความสามารถในการบรรลุวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายของนโยบาย

        ข.  ความสามารถในการผลิต หรือให้บริการโดยมีต้นทุนต่อหน่วยต่ำที่สุด

        ค.  ความสามารถของการดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ของนโยบาย ภายใต้เงื่อนไขภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่

        ง.  ความสามารถในการดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ภายใต้ความพึงพอใจของผู้รับบริการ

        จ.  ผิดทุกข้อ

19.  ใน "หลักการบริหารเพื่อความเป็นเลิศ" ที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวถึงอยู่เสมอ ตัวชี้วัดความสำเร็จของ          โครงการ หรืองานบริการประชาชนที่สำคัญที่สุด คือ

        ก.  ผลงานที่ได้รับ ภายใต้ทรัพยากรที่จำกัดอย่างมีประสิทธิผล

        ข.  ความเป็นธรรมที่ประชาชนได้รับ

        ค.  ผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะผลสำเร็จที่ตรงกับความต้องการของประชาชน

        ง.  ผลงานที่บรรลุวัตถุประสงค์ของนโยบาย

        จ.  ข้อ ก. และข้อ ง.

20.  การบริหารัฐกิจในความหมายใหม่ (New Public Administration) มีลักษณะที่สำคัญ คือ

        ก.  เน้นการบริหารที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อการแก้ปัญหาสังคม เน้นความยุติธรรมในสังคม

        ข.  นักบริหารต้องมีความกระตือรือร้น คิดล่วงหน้า ทำงานในแนวทางสร้างสรรค์..เเอ๊คกรุ๊ป

        ค.  นักบริหารต้องไม่เป็นผู้เสนอว่าสิ่งควรทำ หรือไม่ควรทำ เพื่อป้องกันการผูกขาดอำนาจ

        ง.  ข้อ ก. และข้อ ข.

        จ.  ข้อ ก. และข้อ ค.

21.  การบริการประชาชนในหน้าที่ของกรมการปกครองได้หมายถึงข้อความในข้อใด

        ก.  การจัดเวรบริการประชาชน ณ ที่ว่าการอำเภอและกิ่งอำเภอ

        ข.  การจัดหน่วยบริการอำเภอเคลื่อนที่

        ค.  ปลัดอำเภอผู้รับผิดชอบประจำตำบล

        ง.  การต้านทานการซื้อสิทธิขายเสียงในการเลือกตั้ง

        จ.  การให้บริการประชาชน ณ ที่ว่าการตำบล

22.  ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ปลัดอำเภอมีอำนาจและหน้าที่อย่างไร

        ก.  เป็นหัวหน้าส่วนกรมการปกครองที่ไปประจำที่อำเภอ

        ข.  เป็นหัวหน้าที่ทำการปกครองอำเภอ

        ค.  เป็นผู้ช่วยเหลือนายอำเภอ

        ง.  เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาคที่สังกัดกรมการปกครองซึ่งประจำอำเภอนั้น

        จ.  เป็นผู้ช่วยเหลือนายอำเภอและมีอำนาจบังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาค ที่สังกัดกรมการ                                   ปกครองในอำเภอนั้น

23.  การปฏิบัติที่ชัดเจนเป็นโครงการนำร่องสนองนโยบายปรับปรุงอำเภอให้เป็นหน่วยงานหลัก สามารถบำบัด       ทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง คือ..เเอ๊คกรุ๊ป

        ก.  การจัดให้มีปลัดอำเภอให้บริการที่ตำบล

        ข.  การปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาชนบท พ.ศ. 2534

        ค.  โครงการจัดที่ดินทำกินให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้ (คจก.)

        ง.  โครงการรณรงค์ไม่ให้มีการซื้อสิทธ์ขายเสียง (ผปม.)

        จ.  ไม่มีข้อใดถูก

24.  ถ้าจะติดต่อเกี่ยวกับเรื่องการประชาสัมพันธ์ของกรมการปกครองต้องติดต่อที่

        ก.  กองอัตรากำลังและส่งเสริมสมรรถภาพ                                           ข.  สำนักงานสารนิเทศ

        ค.  กองวิชาการและแผนงาน                                                                    ง.  กองคลัง

        จ.  สำนักงานเลขานุการกรม

25.  ข้อใดไม่ใช่นโยบายเน้นหนักกรมการปกครอง ปี 2535

        ก.  ขยายฐานะประชาธิปไตยสู่ปวงชนชาวไทยโดยกระจายอำนาจสู่หน่วยงานการปกครองท้องถิ่นให้มากยิ่งขึ้น

        ข.  ปรับปรุงอำเภอให้เป็นหน่วยงานหลักสามารถบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง

        ค.  พัฒนาอาชีพและแหล่งน้ำเพื่อความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งในเขตเมืองและชนบท

        ง.  การพัฒนาชนบทและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

[ แก้ไขล่าสุด อ.หวง เมื่อ 30-6-2008 22:59 ]
UID24 โพสแล้ว282 Digest0 Credits277 จิตพิศัย277  Money999999036  ระดับ150 เพศผู้ชาย ออนไลน์102 ชัวโมง สมัครสมาชิกเมื่อ30-8-2006 เข้าระบบล่าสุด8-7-2008 ข้อมูลส่วนตัว
อ้างอิง ตอบกลับโพสนี้ TOP


อ.หวง
อ.หวง



แอ๊คแก๊ง



UID24 โพสแล้ว282 Digest0 Credits277 จิตพิศัย277  Money999999036  ระดับ150 เพศผู้ชาย ออนไลน์102 ชัวโมง สมัครสมาชิกเมื่อ30-8-2006 เข้าระบบล่าสุด8-7-2008       

Personal Space ส่ง ข่าวสารส่วนตัว เพื่อนสนิท ออฟไลน์  2# ก ก ก โพสเมื่อ 18-5-2008 11:27  แสดงเฉพาะหัวข้อนี้
26.  ข้อใดไม่ถูกต้องffice src="./images/smilies/default/shocked.gif" border=0 smilieid="6">ffice" />

        ก.  ที่ทำการปกครองจังหวัดมีปลัดจังหวัดเป็นหัวหน้ารับผิดชอบ

        ข.  ที่ทำการปกครองอำเภอมีนายอำเภอเป็นหัวหน้ารับผิดชอบ

27.  ผู้ที่ไม่สามารถรักษาราชการแทนนายอำเภอได้ คือ

        ก.  ปลัดอำเภอ                                                                              ข.  ผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอ

        ค.  สารวัตรใหญ่                                                                          ง.  สาธารณสุขอำเภอ

        จ.  สหกรณ์อำเภอ

28.  ข้อใดไม่ใช่ตัวชี้วัดการปรับปรุงอำเภอให้เป็นหน่วยงานหลักสามารถบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนได้อย่าง   แท้จริง

        ก.  การบริการประชาชนรวดเร็ว อำเภอเป็นศูนย์กลางของทุกหน่วยงานอย่างแท้จริง

        ข.  บุคลากรในพื้นที่เพียงพอกับปริมาณและสามารถบริการประชาชนได้อย่างทั่วถึง

        ค.  การแก้ปัญหาของพื้นที่เป็นไปอย่างรวดเร็วตามความต้องการของประชาชน

        ง.  ประชาชนเชื่อถือ รักใคร่ ศรัทธา เจ้าหน้าที่ของรัฐ

        จ.  ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเอง ชุมชน ท้องถิ่น และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

29.  กองใดไม่ใช่กองที่จัดอยู่ในกลุ่มงานสนับสนุนและช่วยผู้อำนวยการ

        ก.  กองวิชาการและแผนงาน                                                    ข.  กองคลัง

        ค.  กองตรวจสอบระบบบัญชี                                                    ง.  กองการทะเบียน

        จ.  กองการสอบสวนและนิติการ

30.  การแบ่งสายงานและความรับผิดชอบของรองอธิบดีกรมการปกครอง แบ่งออกเป็น 4 สายงานดังต่อไปนี้

        ก.  ฝ่ายราชการบริหารส่วนท้องถิ่น ฝ่ายบริหารราชการทั่วไป ฝ่ายกิจการพิเศษ และฝ่ายราชการบริหารส่วนภูมิภาค

        ข.  ฝ่ายราชการบริหารส่วนท้องถิ่น ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายบริหารราชการทั่วไป และฝ่ายบริหารราชการส่วนภูมิภาค

        ค.  ฝ่ายบริหารราชการทั่วไป ฝ่ายกิจการพิเศษ ฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายราชการบริหารส่วนภูมิภาค

        ง.  ฝ่ายราชการบริหารส่วนท้องถิ่น ฝ่ายบริหารราชการทั่วไป ฝ่ายกิจการพิเศษ และฝ่ายความมั่นคง

        จ.  ฝ่ายบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ฝ่ายกิจการพิเศษ ฝ่ายราชการบริหารส่วนภูมิภาค และฝ่ายความมั่นคง 

31.  ตามโครงสร้างการแบ่งานเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายใดในที่ทำการปกครองจังหวัด..เเอ๊คกรุ๊ป

        ก.  ฝ่ายปกครอง                                                                            ข.  ฝ่ายท้องถิ่น

        ค.  ฝ่ายกิจการพิเศษ                                                                     ง.  ฝ่ายการเงินและบัญชี

        จ.  ฝ่ายป้องกันจังหวัด

32.  จังหวัดแบ่งส่วนราชการเป็น

        ก.  สำนักเลขานุการจังหวัด และส่วนราชการประจำจังหวัด

        ข.  สำนักเลขานุการจังหวัด ส่วนราชการประจำจังหวัด และอำเภอ

        ค.  สำนักงานจังหวัด และส่วนราชการประจำจังหวัด

        ง.  สำนักงานจังหวัด ส่วนราชการประจำจังหวัด และอำเภอ

        จ.  สำนักงานจังหวัด สำนักงานเลขานุการจังหวัด และส่วนราชการประจำจังหวัด

33.  สำนักงานอำเภอ มีหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปของอำเภอ ใครเป็นผู้ปกครองบังคับบัญชา

        ก.  ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายปกครองและพัฒนา                     ข.  ปลัดอำเภองานสำนักงานอำเภอ

        ค.  ปลัดอาวุโส                                                                              ง.  นายอำเภอ

        จ.  ถูกทั้ง ก. และ ค.

34.  ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอ ใครเป็นผู้แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนนายอำเภอ

        ก.  ผู้ว่าราชการจังหวัด                                                                ข.  ที่ประชุมคณะกรรมการจังหวัด

        ค.  ปลัดจังหวัด                                                                             ง.  นายอำเภอ

        จ.  ผิดทุกข้อ

35.  การปรับปรุงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ให้มีประสิทธิภาพสามารถบริการประชาชนได้อย่าง        รวดเร็ว ถูกต้อง ทันสมัยและรัดกุมเป็น

        ก.  นโยบายกรมการปกครอง การบริหารและการเมือง

        ข.  นโยบายรักษาความสงบเรียบร้อยและเสริมสร้างความมั่นคงภายใน

        ค.  นโยบายการพัฒนาชนบทและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

        ง.  นโยบายการพัฒนาสังคม

        จ.  นโยบายการพัฒนาเมือง

36. ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย

        ก.  จังหวัด อำเภอ                                                                         ข.  จังหวัด สภาตำบล

        ค.  องค์การบริหารส่วนจังหวัด อำเภอ                                    ง.  อำเภอ สภาตำบล

        จ.  องค์การบริหารส่วนจังหวัด สภาตำบล

37.  คณะกรรมการพัฒนาอำเภอ (กพอ.) ประกอบด้วย..เเอ๊คกรุ๊ป

        ก.  นายอำเภอ เป็นประธาน และพัฒนาการอำเภอเป็นเลขานุการ

        ข.  นายอำเภอ เป็นประธาน และปลัดอำเภอเป็นเลขานุการ

        ค.  นายอำเภอ เป็นประธาน และเกษตรกรอำเภอเป็นเลขานุการ

        ง.  นายอำเภอ เป็นประธาน และปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายปกครองและพัฒนาเป็นเลขานุการ

        จ.  นายอำเภอ เป็นประธาน และปลัดอำเภองานพัฒนาท้องที่เป็นเลขานุการ

38.  กองใดที่ไม่ได้มีบทบาทอำนาจหน้าที่หลักในการส่งเสริมหน่วยงานราชการส่วนภูมิภาคของกรมการปกครอง

        ก.  กองปกครองท้องที่               

>(เป็นคำตอบ ณ ปีนั้น)



1.  ก.                           2.  ง.                               3.   จ.                           4.  ค.                       5.  ข.

6.  ก.                           7.  ค.                               8.   ง.                           9.  ง.                       10.  จ.

11.  ง.                         12.  ง.                             13.  ข.                         14.  จ.                     15.  ข.

16.  ค.                        17.  ก.                             18.  ข.                        19.  ค.                     20.  ง.

21.  จ.                         22.  จ.                           23.  ก.                          24.  จ.                     25.  จ.

26.  ง.                         27.  ข.                             28.  จ.                         29.  ง.                     30.  ก.

31.  ก.                       32.  ค.                             33.  ง.                         34.  ก.                    35.  ข.

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3756
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
แนวข้อสอบปลัดอำเภอ ปี51
ชุดที่1
1) การออกหนังสือรับรอง ต้องติดรูปถ่ายหรือไม่ตามระเบียบฯ
1. ต้องติดทุกครั้งตามเรียบ 2. ไม่จำเป็น
3. ในกรณีเป็นเรื่องสำคัญที่ออกให้บุคคลให้ติดรูปถ่ายด้วย 4. ให้อยู่ในดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
5. แล้วแต่ความต้องการของผู้ช่วย
2) คำว่า " งบประมาณเกินดุล " หมายความว่าอย่างไร
1.ปริมาณเงินไหลเข้าประเทศมากกว่าไหลออก 2.มูลค่าสินค้าส่งออกมากกว่ามูลค่าสินค้าสินค้านำเข้า
3.รัฐบาลมีรายได้มากกว่ารายจ่าย 4.ประเทศมีรายได้มากกว่ารายจ่าย
5.รายรับของรัฐบาลมากกว่ารายจ่ายของรัฐบาล
3) คำว่า " งบประมาณสมดุล " หมายความว่าอย่างไร
1.ปริมาณเงินไหลเข้าประเทศมากกว่าไหลออก 2.มูลค่าสินค้าส่งออกมากกว่ามูลค่าสินค้าสินค้านำเข้า
3.รัฐบาลมีรายได้มากกว่ารายจ่าย 4.ประเทศมีรายได้มากกว่ารายจ่าย
5.รายรับของรัฐบาลมากกว่ารายจ่ายของรัฐบาล
4) ประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่มักขาดดุลการค้าเป็นเพราะสาเหตุใด
1.มีการผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรมาก 2.มีความต้องการนำเข้าสินค้าทุนมาก
3.มีความต้องการสินค้าที่ผลิตภายในประเทศมาก 4.มีความต้องการบริโภคสินค้าและบริการมาก
5.ประชาชนส่วนใหญ่ดำรงชีพอย่างไม่ประหยัด
5) ปัจจัยสำคัญที่สุดในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาได้แก่
1.การเพิ่มขึ้นของกำลังแรงงานทำให้อัตราค่าแรงในประเทศต่ำ
2.การนำกรรมวิธีในการผลิตใหม่ๆมาใช้ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง
3.การที่ประชาชนจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อซื้อสินค้าและบริการทำให้อุปสงค์รวมเพิ่มขึ้น
4.การนำเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามามากทำให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศลดลง 5.ไม่มีข้อใดถูก
6) ข้อใดกล่าวถึงความหมายในการพัฒนา เศรษฐกิจได้ดีที่สุด
1.รายได้ประชาชาติที่แท้จริงเพิ่มขึ้นพร้อมๆกับประชากรเพิ่มขึ้น
2.รายได้ประชาชาติต่อหัวสูงขึ้นพร้อมกับภาวะเงินเฟ้อมีอัตราสูง
3.รายได้ประชาชาติต่อหัวเพิ่มขึ้นพร้อมๆกับการแบ่งปันรายได้เท่าเทียมกันมากขึ้น
4.รายได้ประชาชาติเพิ่มขึ้นพร้อมกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในอัตราสูง
5.มีการส่งออกสินค้าการเกษตรเพิ่มมากขึ้น
7) ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญที่สุดของการปกครองระบอบประชาธิปไตย
1.การยอมให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจประชาธิปไตย
2.การยอมให้ประชาชนมีสิทธิ์และเสรีภาพเต็มที่
3.การยอมให้ประชาชนได้เลือกตั้งผู้แทนราษฎรโดยตรง
4.การถือว่าผู้แทนราษฎรเป็นผู้แทนของปวงชน
5.การถือว่าอำนาจอธิปไตยมาจากพรรคที่มีเสียงข้างมาก
8) ในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภากรณีใดที่ทำให้คณะรัฐมนตรีต้องพ้นตำแหน่ง
1.เมื่อมีการยุบสภา 2.เมื่อรัฐมนตรีจำนวนมากกว่ากึ่งหนึ่งลาออก
3.เมื่อรัฐสภามีมติไม่ไว้วางใจ 4.เมื่อรัฐสภาไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ที่รัฐบาลเสมอ
5.เมื่อรัฐมนตรีในคณะมีมลทินมัวหมอง
9) การยุบสภาเป็นวิธีการหนึ่งที่รัฐบาลทำได้ในกรณีมีความขัดแย้งกับสภาผู้แทนราษฎร จุดมุ่งหมายในการยุบสภา คืออะไร
1.เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือกตั้งใหม่ 2.เพื่อให้รัฐบาลปรับปรุงคณะรัฐมนตรี
3.เพื่อให้ ส.ส. สำนึกในบทบาทที่ดี 4.เพื่อยกเลิกการปกครองแบบรัฐสภา
5.เพื่อปรับปรุงบทบาทของรัฐสภาในการปกครองประเทศ
10) คำว่า " คณะรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อรัฐสภา " หมายความว่าอย่างไร
1.คณะรัฐมนตรีต้องบริหารบ้านเมืองภายใต้การควบคุมของรัฐสภา
2.คณะรัฐมนตรีอาจถูกรัฐสภาอภิปรายและลงมติไม่ไว้วางใจ
3.คณะรัฐมนตรีอาจอยู่ในตำแหน่งได้ถ้ารัฐสภาไม่ไว้วางใจ
4.คณะรัฐมนตรีต้องรายงานการปฏิบัติงานต่อรัฐสภา
5.รัฐสภามีอำนาจตรวจสอบและกำหนดภารกิจให้ปฏิบัติ
11) หลักการจัดระเบียบบริหารราชการข้อใด ที่จะทำให้ประชาชนมีโอกาสปกครองตนเองตามวิถีทางประชาธิปไตย
ได้ดีที่สุด
1.หลักการรวมอำนาจปกครองไว้ที่ส่วนกลาง
2.หลักการรวมอำนาจปกครองปกครองไว้ที่บุคคลคนเดียว
3.หลักการกระจายอำนาจปกครองให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น
4.หลักการรวมอำนาจไว้ที่พรรค ๆ เดียว
5.หลักการให้ฝ่ายการเมืองมีอำนาจเหนือราชการประจำ
12) เพราะเหตุใดมนุษย์จึงต้องอยู่รวมกันเป็นสังคม
1.ต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่น ไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ 2.ต้องช่วยเหลือแบ่งงานกันทำ
3.ต้องการความอยู่รอด 4.ต้องร่วมมือกันสร้างวัฒนธรรม
5.ต้องอยู่รวมกันโดยธรรมชาติ
13) สถาบันสังคม จะมั่นคงอยู่ได้ขึ้นอยู่กับข้อใด
1.การจัดระเบียบกฎเกณฑ์ทางสังคม 2.แนวทางและแบบแผนการปฏิบัติของคนในสังคม
2.การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม 4.บุคคลเข้าใจจุดประสงค์ของสถาบัน
5.บุคคลต้องช่วยเหลือเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน
14) รายได้ประชาชาติ (National income) วัดอะไร
1.การกระจายรายได้ของประชากรในประเทศ
2.อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ
3.อัตราความก้าวหน้าของเทคโนโลยีของประเทศ
4.มาตรฐานการครองชีพของประชาชนในประเทศ
5.ความสามารถในการสร้างรายได้ของประชากร
15) ข้อใดแสดงว่า ประเทศ ก. พัฒนามากกว่า ประเทศ ข.
1.ประเทศ ก. เป็นประเทศอุตสาหกรรม ประเทศ ข. เป็นประเทศเกษตรกรรม
2.จำนวนประชากรประเทศ ก. มากกว่าประเทศ ข.
3.รายได้ประชาชาติเฉลี่ยต่อหัวประเทศ กง มากกว่าประเทศ ข.
4..ประชาชนในประเทศ ก. มีคุณภาพมากกว่าประเทศ ข.
5.ประชาชนในประเทศ ก. มี สุขภาพดีกว่าประเทศ ข.
16) ข้อใดมิใช่อำนาจหน้าที่กรมการปกครอง
1.บำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชน 2.อำนวยการเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพัฒนาประชาธิปไตย
3.ดำเนินการสื่อสารระหว่างจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน
4.กำกับดูแลการจัดการศึกษาท้องถิ่น 5.ไม่มีข้อใดถูก
17) กรมการปกครองแบ่งส่วนราชการดังนี้
1.ราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค
2.ราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
3.จังหวัด อำเภอ กิ่งอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน
4.กรมการปกครอง จังหวัด อำเภอ
5.ถูกทุกข้อ
18) งานพัฒนาระบบ รูปแบบ และวิธีการบริหารการปกครอง เป็นงานของหน่วยใด
1.สำนักบริหารงานปกครองท้องที่ 2.วิทยาลัยการปกครอง
3.กองการเจ้าหน้าที่ 4.กองวิชาการและแผนงาน
5.สำนักงานเลขานุกรม
19) ข้อใดมิใช่อำนาจหน้าที่ของที่ทำการปกครองอำเภอ
1.ดำเนินงานเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของกรมในเขตพื้นที่อำเภอ
2.ดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานอำเภอ 3.รณรงค์ให้เห็นปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ
4.ข้อ 1. และ 2. 5.ไม่มีข้อใดถูก
20) ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายสนับสนุนการบริหารและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
1.สนับสนุนให้มีการใช้ระบบแผนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
2.ให้ความรู้เจ้าหน้าที่และประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
3.รณรงค์ให้เห็นปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ
4.ข้อ 1. และ 2. 5.ไม่มีข้อใดถูก
21) ข้อใดเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนให้เกิดความสะดวกรวดเร็วถูกต้อง
1.ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงาน บริการอำเภอเคลื่อนที่
2.สนับสนุนให้อำเภอเป็นศูนย์บริหารงาน บริการอำเภอเคลื่อนที่
3.สนับสนุนเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ การสื่อสารที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ
4.ถูกทุกข้อ
5.ไม่มีข้อใดถูก
22) การปรับปรุงระบบการป้องกันฝ่ายพลเรือน ให้สามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
1.ศึกษาวิเคราะห์ความเสี่ยงในพื้นที่เพื่อเป็นพื้นฐานในการวางแผน
2.ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในระบบงานป้องกัน
3.ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเฉพาะหน้าให้ทั่วถึงและบำรุงขวัญพร้อม
4.ข้อ 1. และ 3. 5.ถูกทุกข้อ
23) การวางแผนพัฒนาอำเภอต้องใช้ข้อมูล
1.จปฐ. 2.กชช.2ค. 3.จปฐ.และ กชช.2ค.
4.จปฐ.และกชช.2ค.ประกอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ 5.ถูกทุกข้อ
24) กลุ่มปัญหาหลักในการจัดทำแผนพัฒนาอำเภอ
1.ด้านคุณภาพชีวิต 2.ด้านทรัพยากรมนุษย์
3.ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
4.ด้านโครงสร้างพื้นฐาน 5.ถูกทุกข้อ
25) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติปัจจุบันเป็นแผนฉบับที่เท่าใด
1.ฉบับที่ 7 2.ฉบับที่ 10 3.ฉบับที่ 8 4.ฉบับที่ 9 5.ฉบับที่ 12
26) จปฐ. ได้มีการประกาศแก้ไขและใช้เป็น 9 หมวด 37 ตัวชี้วัดในปีใด
1.2533 2. 2534 3. 2535 4.2536 5.2537
27) ตามหนังสือสั่งการของกรมการปกครองโครงการอำเภอเคลื่อนที่ เป็นหน้าที่รับผิดชอบของหน่วยงานใด
1.ฝ่ายทะเบียนและบัตร 2.ฝ่ายปกครองและพัฒนา
3.สำนักงานอำเภอ 4.งานส่งเสริมการปกครอง 5.งานปกครอง
28) กรุงเทพฯเป็นการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ มีฐานะทางการบริหารคล้ายกลุ่มใด
1.ผู้ว่าราชการจังหวัด 2.นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
3.ประธานกรรมการสุขาภิบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
4.นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ 5.ข้อ 2,3 และ 4
29) ข้อใดมิใช่คณะกรรมการนโยบายกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคท้องถิ่น (กนภ.)
1.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 2.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
3.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 4.เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
5.ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
30) ผู้ใดเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาจังหวัด (กพจ.)
1.ประธานหอการค้าจังหวัด 2.ประธานสภาจังหวัด
3.ประธานชมรมธนาคารจังหวัด 4.สมาชิกสภาจังหวัด
5.สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านในจังหวัด
31) กพจ. มีอำนาจอย่างไร
1.กำหนดนโยบายและแนวทางในการพัฒนา 2.ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาอำเภอ
3.จัดทำแผนปฏิบัติงาน 4.ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผน
5.อนุมัติให้เปลี่ยนแปลงพื้นที่ดำเนินการ
32) คุณธรรมสำหรับผู้บริหารที่พึงปฏิบัติประจำ
1.อิทธิบาท 4 2.ฆราวาสธรรม 4
3.พรหมวิหาร 4 4.สังคหวัตถุ 4 5.โลกบาลธรรม 2
33) การบริหารงานบุคคลข้อใดมิใช่ลักษณะระบบคุณธรรม
1.หลักความเสมอภาค 2.หลักความสามารถ
3.หลักความมั่นคง 4.หลักเสรีประชาธิปไตย
5.หลักความเป็นกลางทางการเมือง
34) การทำงานเป็นทีมข้อใดผิด
1.ทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดวัตถุประสงค์ 2.มีการวางแผนทำงานร่วมกันต่อเนื่อง
3.มีการบำรุงขวัญอย่างดี 4.ผลงานเป็นของกลุ่ม 5.ไม่มีข้อใดถูก
35) การพัฒนาข้าราชการและลูกจ้างสังกัดกรมการปกครองอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด
1.สำนักงาน ก.พ. 2.กองการเจ้าหน้าที่ 3.กองวิชาการและแผนงาน
4.วิทยาลัยมหาดไทย 5.วิทยาลัยการปกครอง
36) ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่หนึ่งคือ การประชุม ซึ่งหมายถึงการให้บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปมาพบกันโดยมีวัตถุประสงค์
ถามว่า ข้อใดข้างล่างนี้เป็นวัตถุประสงค์ของการประชุม
1.เพื่อชี้แจง 2.เพื่อทำความเข้าใจ 3.เพื่อแสดงความคิดเห็น
4.เพื่อหาข้อยุติ 5.ถูกทุกข้อ
37) การประชุมเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารงานและในการประชุม ผู้ทำหน้าที่ประธานถือว่าเป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญ
สูงสุด ดังนั้น ประธานควรปฏิบัติดังต่อไปนี้ ยกเว้น ข้อใด
1.เตรียมสถานที่ให้พร้อม 2.ศึกษาและวางแผนการประชุม
3.สร้างบรรยากาศให้เป็นกันเอง 4.กระตุ้นให้ผู้เข้าประชุมทุกคนมีส่วนร่วม
5.นำให้ที่ประชุมตัดสินใจ

38) การประชุมที่มีประสิทธิผลประกอบด้วยคุณลักษณะดังต่อไปนี้ ยกเว้น ข้อใด
1.บรรลุตามจุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ 2.ใช้เวลาเหมาะสม
3.มีผู้เข้าประชุมจำนวนมาก 4.ผู้เข้าประชุมส่วนใหญ่
5.ผู้เข้าร่วมประชุมมีความรู้สึกผูกพันกับผลการประชุม
39) ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การควบคุมและการติดตามงานเพื่อให้การดำเนินงานได้เป็นไป
ตามแผน อยากทราบว่า การควบคุมและการติดตามงานนี้มีความสำคัญต่อหน่วยงานอย่างไร
1.ทำให้ทราบความก้าวหน้า 2.ทำให้ทราบปัญหาและอุปสรรค
3.ทำให้ป้องกันและแก้ไขในสิ่งที่จะไม่ตรงกับวัตถุประสงค์
4.ถูกทุกข้อ 5.ไม่มีข้อใดถูก
40) ข้อใดต่อไปนี้ที่แสดงชัดเจนว่าผู้บังคับบัญชาทำหน้าที่ติดตามงานไม่ใช่ควบคุมงาน
1.หัวหน้าฝ่ายการเงินตรวจสอบความก้าวหน้าของการวางฎีกาเบิกเงินและขอทราบปัญหาที่เกิดขึ้น
2.หัวหน้ากองดูแลปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
3.อธิบดีสั่งให้วางแผนการปฏิบัติงานเพื่อไม่ให้งานมีปัญหา
4.นายอำเภอสอดส่องการทำงานในที่ว่าการอำเภอให้บริการประชาชนด้วยความเป็นธรรม
5.ถูกทุกข้อ
41) หน้าที่หนึ่งของผู้บังคับบัญชา คือการพัฒนาผู้ใต้บัญชา ถามว่า ผู้บังคับบัญชาต้องพัฒนา ผู้ใต้บังคับบัญชาในเรื่องใด
1.ความรู้ 2.ความสามารถ 3.ทักษะ 4.บุคลิกภาพอื่นๆ 5.ถูกทุกข้อ
42) มีผู้รู้หลายคนให้ความหมายที่แตกต่างกันของการศึกษา, การฝึกอบรมและการพัฒนาโดยเน้นที่เป้าหมาย
คือ หน่วยงาน ตัวข้าราชการ และงาน ท่านเห็นว่า ข้อใดจับคู่กันถูกต้องที่สุด
1.การฝึกอบรมมีเป้าหมายที่งาน 2.การพัฒนามีเป้าหมายที่ตัวข้าราชการ
3.การศึกษามีเป้าหมายที่หน่วยงาน 4.การศึกษามีเป้าหมายที่งาน
5.การฝึกอบรมมีเป้าหมายที่ตัวข้าราชการ
43) กิจกรรมเพื่อการพัฒนาบุคคลในหน่วยงานมีดังนี้ ยกเว้นข้อใด
1.การสอนงาน 2.การสับเปลี่ยนหมุนเวียน
3.การให้ทดลองงาน 4.การเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ
5.การตั้งเป็นคณะทำงาน
44) เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดในการสอนงานให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา เมื่อพบว่าการปฏิบัติงานของเขายังบกพร่องในเรื่อง
ที่ท่านมีความชำนาญเป็นพิเศษ ท่านจะทำอย่างไร
1.ส่งไปเข้าหลักสูตรอบรม
2.ไม่มอบงานประเภทนั้นให้ทำอีก
3.ชี้แจงให้ทราบว่าควรจะต้องทำอย่างไร และมอบหมายให้มีผู้ดูแลใกล้ชิด
4.ลองให้เขาทำงานนั้นดูอีกครั้งพร้อมกับตรวจสอบผลงานเป็นระยะๆ และร่วมกันคิดแก้ไขปรับปรุงงาน
5.ทุกข้อได้ผลดีเท่าๆกัน
45) ข้อใดที่ไม่ใช่ขั้นตอนของกระบวนการฝึกอบรม
1.การจัดทำโครงสร้าง แบ่งงานของหน่วยงาน
2.การวิเคราะห์หาความจำเป็น 3.การสร้างหลักสูตรและจัดทำโครงการ
4.การดำเนินการ 5.การประเมินและติดตามผล
46) แนวการสอนและแนะนำการปฏิบัติงาน มีลำดับขั้นตอนตามข้อใด
1. ดำเนินการสอนงาน-กำหนดงานที่จะให้ทำ-สอดส่องความก้าวหน้า-ตรวจสอบการเรียนรู้และความสามารถในการปฏิบัติงาน
2. กำหนดงานที่จะให้ทำ- ดำเนินการสอนงาน-สอดส่องความก้าวหน้า-ตรวจสอบการเรียนรู้และความสามารถในการปฏิบัติงาน
3. ตรวจสอบการเรียนรู้และความสามารถในการปฏิบัติงาน-กำหนดงานที่จะให้ทำ-ดำเนินการสอนงาน-สอดส่องความก้าวหน้า
4. กำหนดงานที่จะให้ทำ-ตรวจสอบการเรียนรู้และความสามารถในการปฏิบัติงาน-ดำเนินการสอนงาน-สอดส่องความก้าวหน้า
47) ผู้บังคับบัญชาที่เป็นผู้สอนที่ดีแล้ว เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชามาปรึกษาในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงานตามที่มอบให้เขาทำ
1.บอกเขาไปว่าควรทำอย่าไร 2.ขอฟังความเห็นเขาก่อนว่าควรทำอย่างไร
3.ให้เขามาหาอีกครั้งหลังจากท่านพิจารณาเรื่องนี้แล้ว
4.บอกอย่างสุภาพว่าเป็นหน้าที่เขาต้องหาทางแก้ไข ไม่ใช่ท่าน 5.ทั้ง 4 ข้อ ได้ผลดีเท่ากัน
48)ท่านคิดว่าการตั้งคณะทำงานหลายคณะประกอบด้วยข้าราชการจากหลายกอง มีประโยชน์ต่อการบริหารอย่างไร
1.ช่วยให้ผู้อำนวยการกองต่างๆประสานงานกันดีขึ้น
2.ทำให้เกิดการติดต่อประสานงานซึ่งกันและกันมากขึ้น
3.ช่วยให้ตัวข้าราชการมีประสบการณ์หลายรูปแบบ
4.ถูกทุกข้อ 5.ไม่มีข้อใดถูก
49) เพื่อให้การปฏิบัติงานของหน่วยงานสำเร็จได้ผลตามต้องการ การประสานงานระหว่างหน่วยงานจึงเป็นสิ่งจำเป็น
แนวทางการประสานมีดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
1.จัดตั้งผู้ทำหน้าที่ประสานงาน 2.จัดการประชุมร่วมกัน
3.จัดสถานที่ทำงานใกล้เคียงกัน 4.จัดให้คนในหน่วยงานหนึ่งเป็นหัวหน้า
5.จัดเปลี่ยนหน้าที่ของข้าราชการระหว่างหน่วยงาน
( สำหรับข้อ 50-53 )
" ในการบริหารงานใด ให้สำเร็จนั้น การรู้เรา คือ การรู้งาน และ การรู้จักตน ของผู้บังคับบัญชาเป็นเรื่องสำคัญมากเช่นเดียวกับการรู้เขา คือ การรู้วิชาและการรู้จักคน"

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3756
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
คำสั่ง จงใช้ความรู้ด้านการบริหารและข้อความข้างต้น ตอบคำถามข้อ 50 - 53
50) ในตำแหน่งหัวหน้างานระดับ 6ทำงานด้านการเงินและบัญชี การรู้เขา น่าจะหมายถึงข้อใด
1.รู้ในเรื่องบัญชี 2.รู้ในเรื่องการควบคุมงาน
3.รู้ในเรื่องของผู้ใต้บังคับบัญชา 4.ข้อ 1. และ 2. 5.ถูกทุกข้อ
51) การรู้จักคน ที่ถือเป็นกลยุทธ์ทำให้การบริหารเกิดผลสำเร็จนั้น ผู้บริหารน่าจะปฏิบัติตามข้อใดข้างล่างนี้
ยกเว้นข้อในข้อใด
1.การยกย่องให้เกียรติพร้อมกับไว้เนื้อเชื่อใจ 2.มอบหมายงานสำคัญให้ตามโอกาสที่ควร
3.งานแก้ปัญหาเฉพาะตามที่อธิบดีตั้งเป็นคระทำงาน
4.พัฒนาตัวเองให้เป็นนักแก้ปัญหา 5.พัฒนาให้เขาเป็นผู้ให้บริการประชาชน
52) การรู้จักงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ การรู้เรา นั้นจะเป็นงานตามข้อใด
1.งานตามที่ระบุไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง 2.งานนโยบายที่ผู้บังคับบัญชามอบให้ปฏิบัติ
3.งานแก้ปัญหาเฉพาะตามที่อธิบดีตั้งเป็นคณะทำงาน 4.งานพิเศษที่ผู้อำนวยการให้ไปช่วยหน่วยงานอื่น
5.ถูกทุกข้อ
53) การรู้จักตน เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้บังคับบัญชามาก และแนวทางที่จะช่วยในเรื่องรู้จักตนของผู้บังคับบัญชา มีดังนี้ ยกเว้นข้อใด
1. ยึดถือตัวเองเป็นหลัก 2. ทำงานเป็นทีมร่วมแก้ไขปัญหา
3. รับฟังความคิดเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชา 4. ประเมินงานและประเมินตนสม่ำเสมอ 5. ยอมรับข้อเสนอและความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล

(สำหรับข้อ 54 - 56 )
มีผู้บังคับบัญชาหลายคนกล่าวว่า “การจูงใจที่ดีที่สุดให้คนทำงาน ก็คือการให้ในสิ่งที่คนนั้นต้องการ หรือการตอบสนองความต้องการ หรือการตอบสนองความต้องการของคนในองค์การนั้น ซึ่งตัวตอบสนองความต้องการนั้นมี 2 ส่วนคือ ที่เป็นรูปธรรม และนามธรรม ”
คำสั่ง อาศัยข้อความข้างต้นและความรู้ทางการบริหารตอบคำถามข้อ 54 - 56
54) ตัวสนองที่เป็นรูปธรรมตามข้อความข้างต้น น่าจะหมายถึงอะไร
1.เงินเดือน 2.ที่ทำงาน 3.ระเบียบกฎเกณฑ์ 4.ผู้บังคับบัญชา 5.ถูกทุกข้อ
55) เทคนิคการจูงใจให้ผู้บังคับบัญชาปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพที่เน้นตัวตอบสนองที่เป็นนามธรรมนั้นคือข้อใด
1.ผู้บังคับบัญชา 2.ภูมิอากาศ 3.บรรยากาศที่ดี 4.ปฏิบัติตามระเบียบดี 5.ถูกทุกข้อ

56) “ในกรม ก. มีรูปแบบการให้รางวัลสำหรับผู้ทำงานดีทุกคนโดยให้เงินรางวัล 10% ของเงินเดือนเท่าเทียมกัน”ในแง่ของการจูงใจท่านเห็นว่าข้อใดน่าจะถูกต้องที่สุด
1.เห็นด้วยเพราะเกิดความเป็นธรรมผู้บัญชาไม่ลำเอียง
2.เห็นด้วยเพราะบรรยากาศในการทำงานจะดีเมื่อได้เงินเพิ่ม
3.ไม่เหมาะสมเพราะตัวตอบสนองของบางคนอาจไม่ใช่ตัวเงินต้องการเกียรติ
4.ไม่เห็นด้วย เพราะผู้น้อยได้ตัวเงินน้อยกว่าผู้ใหญ่มาก
5.ไม่เหมาะสมเพราะเงินรางวัลน่าจะมากกว่า 10% และได้เท่าๆกัน

( สำหรับข้อ 57 - 59 )
“การมอบหมายงาน เป็นเครื่องมือที่จำเป็นของผู้บริหาร เพราะเป็นการกระจายภาระหน้าที่ความรับผิดชอบไปให้กับ
ผู้ร่วมงานทำให้ผู้บริการมีเวลามาปฏิบัติงานด้านการบริหาร ได้อย่างเหมาะสมและเกิดผลดีแก่ผู้ร่วมงาน”
คำสั่ง อาศัยข้อความข้างต้นและความรู้ทางบริหารตอบคำถามข้อ 57 – 59
57) ข้อใดเป็นการมอบหมายงานตามข้อความข้างต้น
1.ผู้อำนวยการกองให้อำนาจเลขานุการกรมพิจารณาความดีความชอบข้าราชการแทนตน
2.อธิบดีให้อำนาจรองอธิบดีสั่งลงโทษวินัยร้ายแรงแก้ข้าราชการแทนตน
3.หัวหน้าฝ่ายทุกคนในกอง ให้อำนาจผู้อำนวยการกองสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ข้าราชการในทุกฝ่าย
4.ถูกทุกข้อ 5.ไม่มีข้อใดถูก
58) การกระจายภาระหน้าที่ดังกล่าวข้างต้นน่าจะเป็นงานตามข้อใด
1.งานนโยบาย 2.งานวางแผน
3.งานอนุญาตการลา 4.ข้อ 1. และ 2. 5.ข้อ 2. และ 3.
59) การมอบหมายงานเป็นผลดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างไร
1.เป็นการสอนงานผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างหนึ่ง 2.เป็นการสร้างขวัญในหมู่ผู้ใต้บังคับบัญชา
3.ทำให้เกิดความพอใจในการทำงาน 4.ข้อ 1. และ 2. 5.ถูกทุกข้อ

( สำหรับข้อ 60 - 65 )
“ในการบริหารงานนั้นผู้รู้หลายท่านเห็นว่าจะประกอบด้วยภารกิจ 4 ประการ คือ 1.การวางแผน 2.การจัดองค์การ3.การอำนวยการ 4.การควบคุมงานและผู้บังคับบัญชา (ผบ.)นั้นก็อาจต้องทำหน้าที่บริหารงานทั้งนั้น”
คำสั่ง ใช้ความรู้ทางด้านบริหารตอบคำถามข้อ 60-65
60) ข้อใดข้างล่างนี้ถูกต้อง
1.ผบ.ระดับสูงให้ทุ่มเทกับการวางแผนเป็นส่วนใหญ่
2.ผบ.ระดับกลางจะทุ่มเทให้กับการควบคุมงานมากกว่า ผบ.ระดับต้น
3.คนที่เก่งคิดคือ ผบ.ระดับสูง แต่ ผบ.ระดับกลางจะเก่งงาน
4.ถูกทุกข้อ 5.ไม่มีข้อใดถูก
61) สำหรับผู้บังคับบัญชาระดับต้นนั้นทุ่มเทให้กับภารกิจจากมากไปน้อย ตามข้อใดข้างล่าง
1.การวางแผน การจัดองค์การ การอำนวยการ การควบคุม
2.การควบคุ ม การอำนวยการ การจัดองค์การ การวางแผน
3.การจัดองค์การ การอำนวยการ การวางแผน การควบคุม
4.การอำนวยการ การจัดองค์การ การจัดองค์การ การวางแผน
5.ไม่มีข้อใดถูก
62) สำหรับภารกิจของการบริหารประการแรกคือ การวางแผนนั้นมีกิจกรรมดังต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
1.กำหนดวัตถุประสงค์ 2.กำหนดเป้าหมาย
3.กำหนดวิธีการ 4.กำหนดระเบียบปฏิบัติ 5.กำหนดข้อปรับปรุงแก้ไขผลที่จะได้
63) กิจกรรมการรายงาน การประเมินและเปรียบเทียบนั้นจัดอยู่ในภารกิจของการบริหารตามข้อใด
1.การวางแผน 2.การจัดองค์การ
3.การอำนวยการ 4.การควบคุมงาน 5.ไม่มีข้อใดถูก
64) การประเมินผลมีประโยชน์ตามข้อใดข้างล่างนี้
1.ทำให้ทราบความก้าวหน้าของงาน 2.ทำให้ทราบความสามารถของผุ้ทำงาน
3.ทำให้ทราบว่างานได้ผลตามมาตรฐานเพียงใด 4.เป็นแนวทางพิจารณาความดีความชอบ
5.ถูกทุกข้อ
65) กิจกรรมการแบ่งงานและมอบหมายงานกันนั้นอยู่ในภารกิจของการบริหารตามข้อใด
1.การวางแผน 2.การจัดองค์การ
3.การอำนวยการ 4.การควบคุมงาน 5.ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจการบริหาร
66) กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินที่ใช้ในปัจจุบัน
1.พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
2.พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2495
3.พระราชบัญญัติระเบียบราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2505
4.พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457
5.ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 326
67) ประเทศไทยปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นการกล่าวถึง
ประชาธิปไตยในแง่ของ
1.รูปการ 2.การเมือง 3.อาชีพ
4.รูปแบบการปกครอง 5.ไม่มีข้อใดถูก
68) งานทะเบียนครอบครัว คือการจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของบุคคลในครอบครัวโดยมีกฎหมายรับรองคุ้มครองสิทธิ์ให้แบ่งเป็น 7 ประเภท ให้เลือกว่าข้อไหนไม่ใช่งานทะเบียนครอบครัว
1.ทะเบียนชื่อบุคคล 2.ทะเบียนรับรองบุตร
3.ทะเบียนรับรองบุตรบุญธรรม 4.ทะเบียนเลิกรับรองบุตรบุญธรรม
5.ทะเบียนบันทึกฐานะภริยา
69) พื้นที่การปกครองระดับอำเภอที่มีเทศบาลอยู่ในเขตรับผิดชอบ ผู้ดำรงตำแหน่ง ผอ.ปพร. ท้องที่นั้นคือ
1.นายอำเภอเป็น ผอ.ปพร. ทั้งพื้นที่
2.นายกเทศมนตรีเป็น ผอ.ปพร. ทั้งพื้นที่
3.นายอำเภอและนายกเทศมนตรี แยกส่วนรับผิดชอบป็น ผอ.ปพร. เฉพาะพื้นที่รับผิดชอบ
4.ปลัดเทศบาลเป็น ผอ.ปพร. ในเขตเทศบาล
5.ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะ ผอ.ปพร. จว. เห็นสมควรและแต่งตั้ง
70) การสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามีวัตถุประสงค์ เพื่อ
1.เพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์ความผิดและเอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องลงโทษ
2.เพื่อที่จะรู้ตัวผู้กระทำผิด
3.เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้พนักงานอัยการส่งฟ้อง
4.เพื่อที่จะทราบรายละเอียดของการกระทำความผิด
5.เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันการกระทำผิด
71) การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนกลางประกอบด้วย
1.หน่วยราชการเทียบเท่ากรมขึ้นไป ยกเว้นกรมในราชการทหาร
2.สำนักนายกรัฐมนตรี ทบวง กรม รัฐสภาและศาลยุติธรรม
3.กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการเทียบเท่ากรมและให้รวมถึงสถานเอกอัครราชทูต สถานทูต และสถาน
กงสุลไทยในต่างประเทศด้วย
4.กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการเทียบเท่ากรม และรัฐ0วิสาหกิจ
5.สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม ซึ่งสังกัดหรือไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี หรือกระทรวงและ
กรมหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป้นกรม ซึ่งสังกัดหรือไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงหรือทบวง
72) หน่วยงานที่ไม่ได้เป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น
1.เมืองพัทยา 2.องค์การบริหารส่วนตำบล 3.สภาตำบล
4.กรุงเทพมหานคร 5.สุขาภิบาล
73) การสมรสจะสมบูรณ์ตามกฎหมายต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 3 ประการ คือหลักเกณฑ์ของความยินยอมเงื่อนไขของกฎหมาย และได้มีการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายแล้วเท่านั้น การได้รับความยินยอมเมื่อ ชายหญิงที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะกระทำได้โดย (เลือกข้อผิด 1 ข้อ)
1.ลงรายชื่อในทะเบียนขณะที่จดทะเบียนสมรส
2.ทำเป็นหนังสือแสดงความยินยอม โดยระบุชื่อผู้ที่จะสมรสทั้งสองฝ่าย และลงลายมือชื่อของผู้ให้ความ
ยินยอม
3.มีเหตุจำเป็นจะให้ความยินยอมด้วยวาจาต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน
4.หากบิดามารดาตายหมด และ ไม่มีผู้ปกครองไม่ต้องให้ความยินยอมก็ได้ โดยอนุโลมและให้หมายเหตุไว้
5.ข้อ 1,2 และ 3
74) ข้อใดที่มิใช่มาตราการหลักในการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. ป้องกันฝ่ายพลเรือน
พ.ศ. 2522 (ปัจจุบันยกเลิกแล้ว)
1.วิธีป้องกัน 2.วิธีคุ้มกัน 3.วิธีควบคุม 4.วิธีบูรณะและฟื้นฟู 5.วิธีแจ้งเตือนภัย
75) คำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หมายถึง
1.ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้น โดยจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว
ผู้กระทำความผิดก็ตาม ซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และการกล่าวหาเช่นนั้นต้องการให้
ผู้กระทำผิดได้รับโทษ
2.การไปกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้นละเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น
3.การไปแจ้งความต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจว่ามีผู้กระทำความผิดและต้องให้ผู้กระทำต้องไดรับ
การลงโทษ
4.ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้น โดยจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็
ตามซึ่งกระทำให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น และการกล่าวหาเช่นนั้นต้องการให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษ
5.ไม่มีข้อใดถูก
76) ข้าราชการที่สังกัดกระทรวงมหาดไทย คือ (เลือกข้อถูกมากที่สุด)
1.ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าสำนักงานจังหวัด
2.ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และปลัดอำเภอ
3.ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ
4.ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ
5.ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด และนายอำเภอ
77) ฝ่ายชายอายุ 17 ปี ฝ่ายหญิงอายุ 15 ปี ทั้งสองมีสัญชาติไทย ได้อยู่กินกันจนตั้งครรภ์แล้วได้ไปขอจดทะเบียนสมรสตามกฏหมาย ตรวจสอบแล้วเงื่อนไขอื่นๆไม่มีปัญหา ท่านจะแนะนำหรือดำเนินการในการจดทะเบียนสมรสอย่างไร
1.ให้ไปขออนุญาตต่อศาล 2.ขออนุญาตต่อนายทะเบียนกลาง
3.ขออนุญาตต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย 4.ขออนุญาตต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
5.จดทะเบียนสมรสให้
78) ข้อใดถูก
1.ความผิดในคดีอาญาตามกกหมายว่าด้วยประถมศึกษาให้พนักงานสอบฝ่ายปกครองทำการสอบสวนได้
2.ถ้านายอำเภอใช้อำนาจเข้าควบคุมการสอบสวนคดีเกี่ยวกับป่าไม้ หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ให้พนักงาน
อัยการเข้าร่วมตรวจสำนวนด้วย
3.ความแพ่งที่เป็นคดีมีทุนทรัพย์ 20,000 บาทเกินอำนาจของนายอำเภอที่จะออกหมายเรียกคู่กรณีไป
เปรียบเทียบได้
4.เงินค่าปรับตาม พ.ร.บ. ภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 ให้ตกเป็นรายได้ของกระทรวงการคลัง
5.ข้อ 2. และ 4.
79) นางสุขมาแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่า บุตรสาวของตนถูกผู้ชายไม่ทราบชื่อกระทำอาณาจารขณะขายผลไม้อยู่ที่ตลาด จึงขอให้เจ้าหน้าที่จัดการนำตัวบุคคลดังกล่าวมาดำเนินคดี การกระทำของนางสุข เป็น
1.คำแจ้งความ 2.คำฟ้อง 3.คำกล่าวโทษ 4.คำร้องทุกข์ 5.ไม่มีข้อใดถูก
80) ตามกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดินการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย
1.องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล และสภาตำบล
2.องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล และส่วนราชการส่วนท้องถิ่นอื่นตามที่มีกฎมายกำหนด
3.องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล สุขาภิบาลที่ประธานกรรมการ
4.องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล เมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร
5.องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล เมืองพัทยา กรุงเทพมหานคร และสภาตำบล
81) ข้อใดเป็นกิจกรรมหรือกระบวนการที่สำคัญในการปกครองระบอบประชาธิปไตย
1.การเลือกตั้ง 2.การตั้งพรรคการเมือง
3.การโฆษณาชวนเชื่อ 4.ถูกทุกข้อ 5.ข้อ 1. และ 2.
82) การจดทะเบียนอย่าต่างสำนักงานให้นายทะเบียนทั้งสองแห่งหมายเหตุไว้บนคำร้องและทะเบียนการหย่าว่า“ต่างสำนักทะเบียน” เมื่อนายทะเบียนทั้งสองแห่งต่างได้รับคำร้องและตรวจสอบหลัดฐานถูกต้องแล้ว ให้ นายทะเบียนแห่งที่จดทะเบียนการหย่าครั้งหลังเป็นผู้ออกเลขทะเบียนและใบสำคัญการหย่าให้ ความสมบูรณ์ในการหย่าถือวันใด
1.วันที่ได้ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนที่สำนักทะเบียน
2.วันที่ส่งใบสำคัญการหย่าไปให้สำนักทะเบียนแห่งแรก
3.วันที่ได้จดทะเบียนการหย่าที่สำนักทะเบียนครั้งหลัง
4.วันที่สำนักทะเบียนแห่งแรกได้รับใบสำคัญการอย่า
5.ไม่มีข้อใดถูก
83) ข้อใดผิด
1.พ.ร.บ. กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 ตราขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2497
2.ปลัดจังหวัดเป็นรองผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัด
3.กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดนภาค (บก.อส.ภ.) เป็นหน่วยรองลงมาจากกองบัญชาการกองอาสารักษา
ดินแดน (บก. อส.)
4.การรักษาสถานที่สำคัญและการคมนาคมเป็นหน้าที่ของสมาชิก อส.
5.รองผู้บัญชาการอาสารักษาดินแดน คือ ปลัดกระทรวงมหาดไทย
84) คณะกรรมการควบคุมเช่านาประจำอำเภอตาม พ.ร.บ. ควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 ประกอบด้วยหัวหน้าส่วน
ราชการประจำอำเภอ ดังนี้
1.นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ที่ดินอำเภอ เกษตรอำเภอ
2.นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ที่ดินอำเภอ สรรพากรอำเภอ
3.นายอำเภอ ที่ดินอำเภอ เกษตรอำเภอ ป่าไม้อำเภอ
4.นายอำเภอ ที่ดินอำเภอ พัฒนาการอำเภอ เกษตรอำเภอ
5.ข้อ 2. และ 3.
85) กรมการอำเภอประกอบด้วยนายอำเภอ ปลัดอำเภอและสมุห์บัญชีอำเภอ มีบัญญัติไว้ในกฏหมายลักษณะปกครองท้องที่ แต่ตามกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดินบัญญัติว่า บรรดาอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับราชการของกรมการอำเภอหรือนายอำเภอ ซึ่งกฎหมายกำหนดให้กรมการอำเภอและนายอำเภอมีอยู่
1.ให้คงมีอำนาจหน้าที่ตามเดิม 2.ให้กรมการอำเภอมอบอำนาจให้นายอำเภอ
3.ให้กระทรวงมหาดไทยกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของนายอำเภอ
4.ให้ปรับปรุงแก้ไขโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
5.ให้โอนไปเป็นอำนาจและหน้าที่ของนายอำเภอ
86) การปรับปรุงประสิทธิภาพคณะกรรมการหมู่บ้านมิได้เป็น
1.การพัฒนาองค์กร เพื่อยกฐานะเป็นนิติบุคคล 2.การพัฒนาบุคลากรของ ปค.
3.การพัฒนาประชาธิปไตย 4.การพัฒนาสังคม 5.การพัฒนาชนบท
87) หลักการพัฒนาชนบทเน้นหนักเรื่องใดมากที่สุด
1.มุ่งกระจายรายได้ให้เท่าเทียมกันทั่วในชนบทและในเมือง
2.สร้างโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึงในชนบท
3.ปรับปรุงระบบการบริหารการพัฒนาชนบทให้เกิดการประสานการปฏิบัติมากขึ้น
4.เร่งรัดให้มีบริการของรัฐและโตรงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจในชนบทมากขึ้น
5.เร่งรัดปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำในชนบทเป็นอันดับแรก
88) สัตว์พาหนะ หมายถึง
1.ช้าง ม้า อูฐ กระบือ ล่อ ลา 2.ช้าง ม้า โค กระบือ ล่อ ลา
3.โคและกระบือเท่านั้น 4.ช้าง ม้า กระบือ โค ลา
5.ไม่มีข้อใดถูก
89) หน่วยอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน จัดตั้งขึ้นโดยอาศัย
1.พ.ร.บ. กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497
2.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยไทยอาสาป้องกันชาติ พ.ศ. 2521
3.พ.ร.บ. จัดระเบียบบริหารหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง พ.ศ. 2522
4.ระเบียบการจัดตั้งมวลชนของสันนิบาต เทศบาลแห่งประเทศไทย
5.ไม่มีข้อใดถูก
90) นิติบุคคลตามกฎหมายได้แก่
1.ทบวงการเมือง ห้างหุ้นส่วน สมาคม มัสยิด
2.จังหวัด เทศบาล ธนาคารออมสิน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
3.กรมการปกครอง บริษัทจำกัด วัด สภาตำบล
4.จังหวัด สำนักนโยบายและแผนมหาดไทย มูลนิธิ โรงเรียน
5.ไม่มีข้อใดถูก
91) ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งให้มีผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่ง และมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครองหมู่บ้านละ 2 คน เว้นแต่หมู่บ้านใดมีความจำเป็นต้องมีมากว่า 2 คน
1.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งตามที่เห็นควร 2.ให้ขออนุมัติผู้ว่าราชการจังหวัด
3.ให้แต่งตั้งจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ 4.ให้ขออนุมัติกระทรวงมหาดไทย
5.ให้ผู้ใหญ่บ้านและกำนันท้องที่ร่วมกันพิจารณาคัดเลือกราษฎรซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา 16 รายงานนายอำเภอออกหนังสือสำคัญ
92) ในการปรับปรุงประสิทธิภาพคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ข้อใดเป็นการพัฒนาประชาธิปไตยมากที่สุด
1.ให้ กม. มีความรู้มากขึ้น 2.กม.รู้จักร่วมกันคิด ร่วมกันทำงาน และพึ่งตนเองมากขึ้น
3.กม. ทำงานได้ดีขึ้น 4.กม. สามารถจัดทำโครงการต่างๆได้ดีขึ้น
5.กม. สามารถขอความร่วมมือราษฎร ทำงานให้ทางราชการได้มากขึ้น
93) อำนาจหน้าที่การสอบสวนคดีอาญาโอนจากฝ่ายปกครองไปยังฝ่ายตำรวจ โดย....
1.ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
2.ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยกฎระเบียบการสอบสวนคดีอาญาบางประเภทในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2520
3.ข้อบังคับที่ 1/2509 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2509
4.ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการโอนหน้าที่การสอบสวนคดีอาญา ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2510
5.พ.ร.บ. โอนอำนาจการสอบสวน พ.ศ. 2512
94) ทายาทโดยชอบธรรมมีสิทธิ์ได้รับมรดกก่อนหลังตามลำดับดังต่อไปนี้
1.บิดามารดา, ปู่ย่าตายาย, ผู้สืบสันดาน, พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
2.ผู้สืบสันดาน, บิดามารดา, พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน, พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน
3.ผู้สืบสันดาน, พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน, พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน, บิดามารดา
4.ผู้สืบสันดาน, บิดามารดา, ปู่ย่าตายาย, พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
5.ข้อ 3. และ 4.
95) แพทย์ประจำตำบลจะรับผิดชอบ
1.เฉพาะในตำบลที่มีถิ่นที่อยู่เท่านั้น
2.ตำบลที่มีถิ่นที่อยู่และตำบลอื่นๆซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นสมควรและแต่งตั้งให้เป็นแพทย์ประจำตำบล
หลายแห่ง
3. 2 ตำบลก็ได้ หากยินยอมรับผิดชอบการกระทำ 2 ตำบล และผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง
4.หมู่บ้านที่เป็นถิ่นที่อยู่และหมู่บ้านอื่นๆในตำบลเดียวกัน
5.ตำบลที่มีถิ่นที่อยู่และตำบลหรือหมู่บ้านอื่นที่กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านนั้นร้องขอ

96) ข้อใดที่ไม่ใช่เงื่อนไขตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่กำหนดไว้เป็นเงื่อนไขของการจดทะเบียนสมรส
1.ชายหรือหญิงไม่เป็นคนวิกลจริต หรือเป็นบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
2.ชายมีอายุ 17 ปี บริบูรณ์ หญิงมีอายุ 15 ปี บริบูรณ์
3.ผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมจะสมรสกันไม่ได้
4.ชายหรือหญิงจะสมรสกันในขณะที่ตนมีคู่สมรสอยู่ไม่ได้
5.ไม่มีข้อใดถูก
97) ข้อใดผิด
1.ผู้บังคับกองหนุนหมู่บ้าน (ผบ.บ.) ดำรงตำแหน่งโดยการเลือกตั้ง
2.ทหารกองหนุนตามโครงการ กนช. เกี่ยวพันกับการส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนา ขณบธรรมเนียมประเพณี
และวัฒนธรรม
3.ผู้บังคับกองหนุนตำบล (ผบ.ต.)แต่งตั้งจากกำนันท้องที่
4.นายอำเภอเป็นประธานคณะกรรมการทหารกองหนุนระดับอำเภอ (กนช.อ.)
5.ประธาน ลส.ชบ. อำเภอเป็นกรรมการกนช.อ.
98) หากท่านเป็นปลัดอำเภอและนายอำเภอมอบหมายให้ท่านสืบสวนการกระทำความผิด พ.ร.บ. สุสานและฌาปน สถานพ.ศ. 2528 อยากทราบว่า เมื่อท่านดำเนินการสอบสวนแล้วจะเสนอบันทึกการสอบสวนต่อนายอำเภอโดยมีสาระสำคัญของประเด็นรายงานการสืบสวนประการใดบ้าง
1.วันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ, ข้อหาการกระทำความผิด, ผู้เสียหาย, ผู้กระทำความผิด, พยานบุคคล
2.วันเวลา, สถานที่เกิดเหตุ, ข้อหาการกระทำความผิด, ผู้เสียหาย, ผู้กระทำความผิด, พยานบุคคล
3.วันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ , ฐานความผิด, ผู้กระทำความผิด, ผู้สนับสนุนการกระทำความผิด , พยานวัตถุ
4.วันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ, ข้อหา, ผู้เสียหาย, พยานวัตถุ, พยานเอกสาร
5. ไม่มีข้อใดถูก
99) การตั้งกิ่งอำเภอ
1.จะต้องออกเป็นกฎกระทรวงมหาดไทย 2.จะต้องออกเป็นประกาศกระทรวงมหาดไทย
3.จะต้องตราเป็นพระราชกฤษฎีกา 4.จะต้องตราเป็นพระราชกำหนด
5.จะต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ
100) นายทะเบียนกลางของงานทะเบียนครอบครัว คือ
1.หัวหน้างานทะเบียนครอบครัวและพินัยกรรมสำนักบริหารการทะเบียน
2.หัวหน้าฝ่ายบริหารการทะเบียนสำนักบริหารการทะเบียน
3.อธิบดีกรมการปกครอง
4.ผู้อำนายการส่วนการทะเบียนทั่วไปสำนักบริหารการทะเบียน
5.ไม่มีข้อใดถูก
เฉลยชุดที่1
1. 3 21. 4 41. 5 61. 2 81. 1
2. 5 22. 5 42. 1 62. 5 82. 3
3. 5 23. 4 43. 3 63. 4 83. 5
4. 2 24. 5 44. 4 64. 5 84. 1
5. 4 25. 2 45. 1 65. 2 85. 5
6. 3 26. 3 46. 2 66. 1 86. 1
7. 1 27. 3 47. 2 67. 2 87. 1
8. 1 28. 4 48. 4 68. 1 88. 2
9. 1 29. 5 49. 4 69. 3 89. 5
10. 1 30. 5 50. 5 70. 1 90. 2
11. 3 31. 5 51. 4 71. 5 91. 4
12. 1 32. 3 52. 5 72. 3 92. 2
13. 2 33. 4 53. 5 73. 4 93. 3
14. 2 34. 5 54. 1 74. 5 94. 2
15. 3 35. 5 55. 5 75. 1 95. 3
16. 5 36. 5 56. 3 76. 3 96. 2
17. 1 37. 1 57. 2 77. 1 97. 3
18. 4 38. 3 58. 5 78. 1 98. 5
19. 5 39. 4 59. 1 79. 3 99. 2
20. 5 40. 2 60. 4 80. 2 100. 4

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3756
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
แนวเทคนิคข้อสอบปลัดอำเภอ

ระเบียบข้าราชการพลเรือน 1.เมษา 2535 (นายกรักษาการ)
กรณีการตอบคำตอบที่มีข้อถูกที่สุดให้เลือกตอบข้อที่ถูกที่สุดตามกฏหมายหลัก เช่นตามรัฐธรรมนูญ ระบุไว้ก่อนแล้วรองลงมาเป็น พรบ.
ก.พ. = คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน = 15-17 คน < 5 + 5+5-7 > ( โดยการโปรดเกล้าฯ )



ตำแหน่ง = 5 คน ข้าราชการ = 5 คน = 2 ปี ผู้ทรงคุณวุฒิ = 5 - 7 คน = 2 ปี

- นายก ประธาน - ปลัด, รองปลัด - อธิบดี,เทียบเท่า C.10
- ปลัด คลัง - หัวหน้า , รองหัวหน้าไม่สังกัด - ผู้ชำนาญการระบบราช,จัด
- ผอ. งบ - หัวหน้า , รองหัวหน้าขึ้นตรงนายก ส่วน,พัฒนาองค์บริหาร
- เลขาเศรษฐกิจสังคม - อธิบดี,ผู้ว่า กฎหมาย (ได้แค่ 3 คน)
- เลขา กพ. C.10 นั้นยกเว้นขึ้นตรงและไม่สังกัด


อกพ.กระทรวง = 11 คน * อกพ. ตามกฎหมายมี 4 ระดับ
1. กระทรวง
2. ทบวง
ตำแหน่ง = 3 ประธานแต่งตั้ง = 8 3. กรม
4 จังหวัด.
- รมว. ประธาน 1คน - คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่าอธิบดี 3 คน 3 = C.10
- ปลัด รองประธาน 1คน - เลือกจากข้าราชการ C.10 ขึ้นไป 5 คน 5
- ผู้แทน กพ. 1 คน

อกพ. กรม = 11 คน กพ. = 15-17
อกพ.กระทรวง = 11
อกพ.กรม = 11
ตำแหน่ง = 2 ประธานแต่งตั้ง = 9 อกพ.จังหวัด = 11
ภพร = 13
- อธิบดี ประธาน - คุณวุฒิ ไม่ต่ำกว่าผอ. รอง 3 คน = C8
- รองอธิบดีมอบหมาย 1 คน - เลือกจาก ผอ.รองขึ้นไป 6 คน = C8


อกพ.จังหวัด = 11 คน


ตำแหน่ง = 2 ประธานแต่งตั้ง = 9

- ผู้ว่า ประธาน - คุณวุฒิไมต่ำกว่า 3 คน = C8
- รองผู้ว่ามอบหมาย 1 คน - เลือก จากหัวหน้าส่วนจังหวั ด 6 คน


กพร.กรรมการพัฒนาระบบราชการ = 13 คน


ตำแหน่ง = 3 ครม.แต่งตั้ง = 10

- นายก / รองมอบหมาย ประธาน - คุณวุฒิ 10 คน = วาระ 4 ปี
- รมต 1 คน * - คุณวุฒิ 3 คน ด้วยการทำงานเต็มเวลา
* - กก.กล. 1 คน

* กพร. ไม่มีฐานะเป็นกรม ขึ้นตรงนายก
มีเลขา กพร. เทียบเท่า อธิบดี

ข้าราชการพลเรือน คือ บุคคล บรรจุ ตามพรบ. รับเงินเดือน กระทรวง ทบวงกรมฝ่ายพลเรือน
ข้าราชการพลเรือน มี 3 ประเภท 1. พลเรือนสามัญ รับเงินเดือนในอัตราสามัญ
2. พลเรือนในพระองค์ ตามกำหนด กรฎ.
3. พลเรือนประจำต่างประเทศ กรณีพิเศษ
ข้าราชการพลเรือน มี 3 ตำแหน่ง 1. ทั่วไป
2. วิชาชีพเฉพาะ , เชี่ยวชาญเฉพาะ ตามกำหนด กรฎ.
3. บริหารระดับสูง , กลาง ตามกำหนด กรฎ.
ข้าราชการพลเรือน มี 11 ระดับ
กพ. จัดทำมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

การบรรจุ

- C.11 = รมต ครม. นายกทูลแต่งตั้ง รมต.บรรจุ
- C.10 = ปลัด ครม. นายกทูลแต่งตั้ง ปลัดบรรจุ
- C.9 = ปลัดบรรจุแต่งตั้ง
- C.8 = อธิบดีบรรจุโดยขอปลัด
- C.7 = อธิบดีบรรจุแต่งตั้ง (ส่วนกลาง)
- C.7 = ผู้ว่าบรรจุแต่งตั้ง (ยกเว้นหัวหน้าส่วนประจำจังหวัด)

- โรคที่ห้าม ตาม กฎ กพ. 5 อย่าง = โรคเรื้อน , วัณโรค , โรคเท้าช้าง , ติดยาเสพติด , พิษสุรา
- ออกไปรับราชการ ทหาร ขอกลับ ภายใน 180 วัน นับแต่วันพ้น (ปลด)
- กรณีตำแหน่ง ว่าง หรือ ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ และมิได้บัญญัติไว้ในพรบ. แผ่นดินให้กำหนด การรักษาการในตำแหน่ง = พลเรือน
วินัย คือ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือแบบแผนความประพฤติที่กำหนดให้ข้าราชการพึงควบคุมตนเอง และผู้ใต้บังคับ
โทษ 5 สถาน = 1. ภาคทัณฑ์
2. ตัดเงินเดือน ไม่ร้ายแรงโทษตามความเห็นผู้บังคับบัญชา
3. ลดขั้นเงิน * ทัณฑ์บน , ว่ากล่าว
4. ปลดออก ร้ายแรง ตั้งกรรมการสอบ ไม่ใช้โทษทางวินัย
5. ไล่ออก
การตัดเงินเดือน – ลดขั้น
ระดับ - กอง = 5% - 1 เดือน
- สำนัก = 5% - 2 เดือน
- ผู้ว่า , กรม = 5% - 3 เดือน ลด 1 ขั้น

การอุทธรณ์

คำสั่งต่ำกว่า
- ผู้ว่า อุทธรณ์ อกพ.จังหวัด
- อธิบดี กรม
คำสั่งของ - ผู้ว่า , อธิบดี อกพ. กระทรวง
คำสั่งของ - ปลัด นายก กพ.

* คำสั่งลงโทษ ตัด – ลดเงินเดือน อุทธรณ์ ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง
* คำสั่งลงโทษ ปลด – ไล่ อุทธรณ์ต่อ กพ. ใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง
* การร้องทุกข์ กรณีถูกสั่งให้ออกไม่ว่ากรณีใดให้ ร้องทุกข์ ภายใน 30 วัน
* สนง.เลขา รมต ว่าการกระทรวง / ทบวงและสนง.ปลัดกระทรวง / ทบวง ทำหน้าที่ อกพ. กรม.
* C.10 , 11 แต่งตั้ง - ถอดถอนต้องนายกทูลเกล้า
- ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงกำหนดไว้ = พระราชกฤษฏิกา
- กรณีหน่วยงานเห็นว่า กพ. กำหนดแต่งตั้งไม่เหมาะสม ให้เสนอเรื่องต่อ ครม.
- ผอ.สำนักงบประมาณ C11. เป็นผู้บังคับบัญาหน่วยงานระดับกรม แต่ C11.
- ม. 68 = กำหนดการรักษาการในตำแหน่งไว้
- การโอน ผู้ว่า C10. มาดำรงตำแหน่ง รองอธิบดี C9. = ต้องได้รับอมุมัติจาก ครม.
- กรณีมี มลทิน หรือ มัวหมอง ผู้บังคับบัญชาอาจสั่งให้ออกเพื่อรับบำเหน็จ ฯ
- จรรยาบรรณข้าฯ ระบุไว้แผวพัฒนาเศรษฐกิจ ฉบับที่ 8
วุฒิ 200 6 < อายุ 40 > รัฐธรรมนูญ - 2840
คน รวม
ตรวจแผ่นดิน = 3 6
ตรวจเงิน = 10 6 วุฒิสนอง - วาระเดียว
กก. สิทธิ = 11 6

40 ปี กกต. = 5 7 วุฒิสนอง = วาระเดียว

45 ปี ปปช = 9 9
ศาลรัฐธรรมนูญ = 15 9 วุฒิสนอง = วาระเดียว
- กก. ศาล ยุติธรรม = 18
- ศาลปกครอง = 13 คน นายกสนอง
- กพ. = 15-17 คน
- กพร. = 13 คน
- อกพ. = 11 คน
- องค์มนตรี = 19 คน
- แผนกคดีเมือง = 9 คน
- กก. ปฏิบัติปกครอง = 11-15 คน
- กก. ข้อมูลข่าว = 24 คน
- กก. วินิจฉัย = 3 คน
- กก. ศาลยุติธรรม = 15 คน

ไม่ไว้วางใจ รมต. เสียง = 1/5
ไม่ไว้วางใจ นายก เสียง = 2/5
ไม่ไว้วางใจ ครม เสียง = 3/5
- เสอนชื่อ นายก สส. ไม่น้อย = 1/5 /ผู้นำฝ่ายค้านมีเสียง = 1/5
- เห็นชอบตั้งนายก ไม่น้อย = 1/2
- ครม. แถลงนโยบาย = 15 วัน แล้วเลขาครม ,เลขานายก,เศรษฐกิจสังคม,งบประมาณจัดทำแผน เสนอ ครม = 90 วัน 4 ปี
- ประชุมลับ = 1/4
- สภา ครบวาระ เลือกใหม่ = 45 วัน /กรณีว่างเลือกใหม่ 60 วัน สภาผู้แทนครบวาระ = 45
สภา ฯ - วุฒิครบวาระเลือกใหม่ =30 วัน /กรณีว่างเลือกใหม่ 45 วัน ยุบสภา = 60
- ยุบสภาครบวาระเลือกใหม่ =60 วัน วุฒิสภาครบ = 30
ว่าง = 45
รัฐธรรมนูญ = 11 ตุลา 2540 ปีที่ 52 ฉบับที่ 16 มี 12 หมวด 336 ม.
- * พรบ. ที่รัฐสภาเห็นชอบแล้ว นายกทูลฯ ภายใน 20 วัน
ผู้สำเร็จราชการ ฯ = ลงนามรับสนอง = ประธานรัฐสภา
= ยุบสภา = วุฒิสภา
- เปิดประชุม ปิด = พรฎ
- เลือก สส. ตราเป็น = พรบ.
- ผู้นำฝ่ายค้านมีเสียง = 1/5
- วุฒิพิจารณาร่าง ฯ ที่สภา สส. เสนอมา = 60 วัน เกิน 30 วัน/กรณีผ่านสภามาแล้วเห็นชอบ = 20 วัน
ยกร่างผ่าน 180 วัน ได้ทันที
- วุฒิ ฯ มีอำนาจถอดถอน ผู้ดำรงตำแหน่งสูง
- กกต. ครบตามวาระเลือกใหม่ = 45 วัน(อายุ 40 ปี )
- แผนนิติบัญญัติ สน. เลขา นายก + สน. กฤษฎิกา

การรักษาราชการ , การมอบอำนาจ

* ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินระบุไว้ เรื่องการดำเนินการแทนคือ
1. การรักษาราชการแทน
2. การปฏิบัติราชการแทน
* แต่ถ้าตำแหน่งใดไม่มีบัญญัติไว้ใน พรบ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 ให้ ใช้คำว่า รักษาการ เช่น
- รักษาการในตำแหน่ง
- หมายเหตุ กรณี ปลัดจังหวัดไม่ได้บัญญัติไว้แต่คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความไว้ให้นายอำเภอรักษาราชการแทน
- การปฏิบัติราชการแทน = การมอบอำนาจในการสั่งการให้ผู้อื่นทำแทนตนโดยทำเป็นหนังสือ
หมายเหตุ การมอบอำนาจให้แล้ว ผู้ที่ได้รับมอบ จะมอบให้คนอื่นโดยพละการไม่ได้ แต่มีข้อกรณียกเว้น ถ้าเจ้าของอำนาจที่แท้จริง เขียนบัญญัติไว้ว่า ให้ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจไป อาจมอบอำนาจต่อให้ใคร…………ก็ได้ตามที่เจ้าของอำนาจเขียนไว้
* - กรณี ผู้ว่าได้รับมอบอำนาจมาจากผู้ที่ให้อำนาจ และผู้ว่าต้องการมอบอำนาจนั้นให้รองผู้ว่า กรณีเช่นนี้ ผู้ว่าสามารถมอบให้รองผู้ว่าได้เลย เพียงแต่แจ้งให้ผู้มีอำนาจ(เจ้าของ)ทราบเท่านั้น
- แต่ถ้าผู้ว่าจะมอบให้ปลัดจังหวัด ลงมา ผู้ว่าต้องขออนุมัติจากเจ้าของอำนาจเสียก่อนจึงจะมอบได้
* ผู้ว่าฯ สามารถมอบอำนาจให้ตั้งแต่รองผู้ว่าฯลงมา ปลัดจังหวัด หัวหน้าส่วนจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอหัวหน้ากิ่ง หัวหน้าส่วนอำเภอ ได้ แต่ไม่สามารถให้หัวหน้าส่วนกิ่งได้
- การรักษาราชการแทน กรณี
- ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง นายอำเภอ ให้ผู้ว่าแต่งตั้งปลัดอำเภอ หรือหัวหน้าส่วนประจำอำเภอ รักษาราชการแทน
- มีผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอ แต่ไม่อาจปฏิบัติการได้ ให้นายอำเภอแต่งตั้งปลัดอำเภอ หรือหัวหน้าส่วนประจำอำเภอ
- มิได้แต่งตั้งไว้(ผู้ว่าหรือนายอำเภอที่ได้แต่งตั้งไว้) ผู้รักษาราชการแทนไว้ให้ปลัดอำเภอรักษาราชการแทนไว้
สาระสำคัญ
อุดมการณ์ แผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง = - พัฒนาคน
= - พัฒนาชุมชน
= - พัฒนาสังคม
= - พัฒนาหมู่บ้านชนบท
พัฒนาอย่างมีดุลยภาพ = - พัฒนาเศรษฐกิจ (1)
3 ด้าน = - พัฒนาสังคม (2)
= - พัฒนาจิตใจ (3)
- เกษตร ทษฎีใหม่ แบ่งพื้นที่สัดส่วน =30-30-20-20
- S = if Sufficient Economy = เศรษฐกิจพอเพียง (SSE)
- การแจ้งคำสั่งทางปกครอง แจ้งทางไปรษณีย์ ภายในประเทศ = 7 วัน
- อาคาร ที่อยู่มีคนมากเกินไป =1:3 ตรม.
- การเช่า ไม่ได้กำหนดระยะเวลา = 6 ปี
- การค้น = - ค้นตัวบุคคล
- ค้นสถานที่
- แผนพัฒนาอำเภอ = 3 ประเภท - แผนพัฒนาอำเภอ 5 ปี
- แผนพัฒนาอำเภอ ประจำปี
- แผน ปฏิบัติการ อำเภอประจำปี
- รมว.มท = ผอ.ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนทั่วราชอาณาจักร
- Re – X – Ry ประกาศล้างยาเสพติด = ครั้งที่ 3

คณะกรรมการสถานะการฉุกเฉิน

1. นายก / รองฯ มอบหมาย = ประธาน - มีคณะทั้งหมด รวมประธานด้วย = 19 คน
- เลขาธิการสภาความมั่นคง = เป็นเลขานุการ
- คารวาน แก้จน เริ่ม 1 สิงหาคม 2548
- Smrt crd = เริ่มตามกฏหมาย 1 กันยายน 2548 3 จังหวัดภาคใต้
- โครงการปลัดตำบล = สน. กิจการความมั่นคง ภายใน = ปลัดตำบล = 250 ตำบล 3 จังหวัดใต้

กฎหมาย
กฎหมายต้องเป็นคำสั่งหรือข้อบังคับ = มีข้อบังคับทั่วไป
1. รัฐธรรมนูญ = พรบ.ประกอบมี 7 ฉบับ
2. พระราชบัญญัติ = กษัตริย์ ตราขึ้น โดยความยินยอมของรัฐสภา พรบ. = ครม./สส = เสนอร่าง
(รัฐสภา = พิจารณา)
กษัตริย์ = ตรา
3. พระราชกำหนด = กษัตริย์ ตราขึ้น โดยคำแนะนำของนายกฯ พรก. = รมต/นายก = เสนอ
ครม = พิจารณา
กษัตริย์ = ตรา
4. พระราชกฤษฎีกา = กษัตริย์ ตราขึ้น โดยคำแนะนำของ ครม. พรฎ = รมต = เสนอ
ครม = พิจารณา
กษัตริย์ = ตรา
5. กฎกระทรวง = รมต. ดำเนินการให้เป็นไปตาม พรบ. กฎกระทรวง = รมต = เสนอ ครม = พิจารณา
รมต. = ตรา
6. กฎหมายที่ออกโดยองค์กรท้องถิ่น เทศบัญญัติ, ข้อบัญญัติจังหวัด, ข้อบัญญัติตำบล, ข้อบัญญัติกทม., ข้อบัญญัติพิทยา
- การใช้กฎหมาย ไม่มีผลย้อนหลัง ยกเว้น - ระบุไว้ในกม. นั้นเองว่าให้มีผลย้อนหลัง
- ไม่แย้งกันขัดรัฐธรรมนูญ
- การพยายามทำผิดและได้รับการยกเว้นโทษ = มี 3 กรณี
1. พยายามทำผิดลหุโทษ
2. กฎหมายบัญญัติไว้ไม่ให้รับโทษ
3. ยับยั้งเสียเอง.
* ระยะเวลารอการลงโทษ = ไม่เกิน 5 ปี
โทษทางอาญา วิธีเพิ่มความปลอดภัย
1. ริบทรัพย์ 1. กักกัน อายุความ จับไม่ได้, ไม่ได้ฟ้อง
2. ปรับ 2. ห้ามเข้าเขต - 20 ปี = ประหาร ,จำตลอด , 40 ปี ขึ้นไป
3. กักขัง 3. เรียกประกันฑันถ์บน - 15 ปี = จำ 7 ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง 20 ปี
4. จำคุก 4. คุมตัวไว้สถานบริการ - 10 ปี = จำ 1-7 ปี
5. ประหารชีวิต 5. ห้ามประกอบอาชีพ - 5 ปี = จำ 1เดือน – 1 ปี
- 1 ปี = จำ 1 เดือนลงมาหรืออย่างอื่น
* คดียอมความได้ = 3 เดือนรู้เรื่องรู้ตัว
* คดีอุกฉกรรณ์ = จำคุกตั้งแต่ 10ปี ขึ้นไป


Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3756
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream

- สภาพบุคคล = เริ่มตั้งแต่คลอด ทารก ตาย
- การสิ้นสุดสภาพบุคคล - ตายธรรมชาติ
- ตามตามกฎหมาย = สาบสูญ 1. ธรรมดา = 5 ปี
2. พิเศษ 2 ปี ( สิ้นสุดสงคราม,พาหนะอับปาง, อันตรายชีวิต)
- การบรรลุนิติภาวะ = 20 ปี, สมรส

ผู้เยาว์ = ผู้แทนโดยชอบธรรม
วิกลจริต = คนบ้าแต่ศาลยังไม่ได้สั่ง
คนไร้ความสามารถ = ศาลสั่งให้คนวิกลจริตแล้ว = ผู้อนุบาล ทำแทนทุกเรื่อง
คนเสมือนไร้ความสามารถ = กายพิการ, สุรุ่ยสุร่าย, ติดสุรา = ผู้พิทักษ์ ทำแทนบางเรื่อง



- ภูมิลำเนา = ถิ่นอันบุคคลนั่นมีสถานที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญ
- ภูมิลำเนานิติบุคคล = ถิ่นอันเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ - สาขา.
- ทรัพย์แบ่งได้ = แยกออกแล้ว แต่ละส่วนยังได้รูปบริบูรณ์
- ทรัพย์แบ่งไม่ได้ = แยกออกแล้ว เปลี่ยนสภาวะ
* - ทรัพย์นอกพาณิชย์ = ทรัพย์ที่ไม่สามารถยึดถือเอาได้, โอนไม่ได้ เช่น ที่สาธารณะ, สิ่งของที่กฎหมายห้ามโอน, ทรัพย์ให้ครอบ
- ดอกผลนิตินัย = ดอกเบี้ย กำไร ค่าเช่า ลาภอื่น ๆ ที่ได้เป็นครั้งคราว

- นิติกรรม มี 4 ประเภท

1. ต้องทำเป็นหนังสือ = สัญญาเช่า
2. เป็นหนังสือต่อ จนท. = พินัยกรรมฝ่ายเมือง ฯ
3. จดทะเบียนต่อ จนท. = จดทะเบียนห้างฯ = สมรส, หย่า
4. ต้องทำเป็นหนังสือและจดต่อ จนท. = ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

- โมฆะ = ตกเป็นอันเสียเปล่าบังคับไม่ได้
- โมฆะ = นิติกรรมสมบูรณ์จนกว่าจะมีการบอกล้างแล้วจึงจะเสียเปล่า เว้นแต่จะให้ (สัตยาบัน) = การแสดงการยอมรับนิติกรรม


พรบ. ระเบียบบริหารแผ่นดิน 2534 . แก้ไข ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2546

1. รวมอำนาจ 2. แบ่งอำนาจ 3. กระจายอำนาจ
ส่วนกลาง = นิติบุคคล ส่วนบุคคล ส่วนท้องถิ่น นิติบุคคล
- สำนักนายก - จังหวัด นิติบุคคล - อบจ.
- กระทรวง - อำเภอ - เทศบาล
- ทบวง - สุขาภิบาล
- กรม - พิเศษ< อบต, กทม, พัทยา>

จัดตั้งเป็นพรบ.

1 ส่วนกลาง การจัดตั้ง, รวม โอน สน.นายก เพิ่มอัตราและตำแหน่ง = พรบ.
กระทรวง
รวม โอน ทบวง ไม่เพิ่มอัตราและตำแหน่ง = พรฎ.
เปลี่ยนชื่อ,ยุบ กรม พรฎ.

2. ภูมิภาค - การจัดตั้ง ยุบ เปลี่ยนแปลงเขต จังหวัด จัดตั้ง พรบ. = นิติบุคคล
แบ่งส่วน จว. = 1. สนง, จังหวัด - ผู้ว่าสังกัด สนง.ปลัดมท.
2. ส่วนราชการประจำจังหวัด

- การจัดตั้ง ยุบ เปลี่ยนแปลงเขต อำเภอ จัดตั้ง ตรา พรฎ.
แบ่งส่วน อ. = 1. สนง. อำเภอ – นายอำเภอสังกัดกระทรวงมท. (ตามกฎหมาย) - ปลัดอำเภอ กรมการปกครอง
2. ส่วนราชการประจำอำเภอ

- นายอำเภอมีอำนาจดูแล ที่ชายตลิ่ง ทางน้ำ ทางหลวง ทะเลสาบ
- กรณีมีนายอำเภออยู่ แต่ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ นายอำเภอมีอำนาจแต่งตั้งคนรักษาการแทนได้
- แต่ถ้าไม่มีคนดำรงตำแหน่งนายอำเภอ ให้เป็นอำนาจของผู้ว่า แต่งตั้งคนรักษาฯแทนนายอำเภอ ไล่เสียงไปตามลำดับตั้งแต่ปลัดอำเภอก่อนลงไป


สำนักนายกรัฐมนตรี นิติบุคคล นายก ตรา พรบ. จัดตั้ง
รองนายกฯ
รมต.

ขึ้นตรานายก กพร. ขึ้น ปลัด สน.นายก
1 - เลขาธิการนายก - สนง. ปลัดฯ
2 - เลขา ครม ตรากรฎ - กรมประชาสัมพันธ์
3 - ข่าวกรอง - สนง.คุ้มครองผู้บริโภค
4 - ความมั่นคง ไม่มีฐานะเป็นกรม
5 - งบประมาณ
6 - กฤษฎีกา มีเลชาเทียบเท่าอธิบดี
7 - กพ.
8 - เศรษฐกิจสังคม

กระทรวง พรบ.จัดตั้ง นิติบุคคล


สนง. สมต - ไม่มีฐานะเป็นกรม สนง. ปลัด = เป็นกรม กรม/เรียชื่ออื่น
- เลขานุการ รมต. บังคับบัญชา

* กลุ่มภาระกิจ - ส่วนราชการระดับกรม 2 กรม ขึ้นไป
ออกเป็นกฎกระทรวง - มีหัวหน้ากลุ่มเป็น อธิบดีขึ้นไป (โดยส่วนมากจะให้รองปลัดเป็นหัวหน้า)
- ถ้าขึ้นตรงปลัดให้รายงานปลัด
- ถ้าขึ้นตรง รมต. ให้รายงานปลัดด้วย (โดยส่วนมากให้ขึ้นตรงรมต.)
- การแต่งตั้ง C.9 ในภาระกิจ(กลุ่มภาระกิจ)ให้เป็นอำนาจของปลัดหารือกันหัวหน้ากลุ่ม
* ยกเว้นกลุ่มภาระกิจของหระทรวงต่างประเภท ให้ชั้นตรงปลัดและรายงานให้ รมต. อีกทางด้วย




* งานที่ไม่อยู่ในความรับผิดชอบของกองใดกองหนึ่งโดยเฉพาะ ให้เป็นหน้าที่ของ สำนักบริหารการปกครองท้องที่

กรม นิติบุคคล จัดตั้งตรา พรบ.

สังกัดกระทรวง. ไม่สังกัดกระทรวง
กรม กรม
- สนง. เลขานุการกรม = เทียบเท่ากอง 1 - ราชเลขาธิการ
- กองหรือส่วนมีฐานะเทียบเท่า 2 - ราชวัง
3 - สน.พุทธ
4 - สน.โครงการราชดำริ ขึ้นตรง นายก
5 - สน.กก.วิจัย
6 - ราชบัณทิต
7 – ตำรวจแห่งชาติ
8 - ปปง.
9 - อัยการสูงสุด ขึ้นตรง รมว. ยุติธรรม
* เขต ปฏิบัติราชการทางวิชาการ ( มีหัวหน้าเขตรับนโยบายจากกระทรวง ทบวง กรม)
* บริการงานต่างประเทศ = คณะผู้แทน หัวหน้าคณะ
รองหัวหน้าคณะ ข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ





กระทรวงมหาดไทย มี 8 ( 6 รัฐวิสาหกิจ) ส่วนราชการ
1. สนง. รัฐมนตรี ไม่มีฐานะเป็นกรม
2. สนง.ปลัด = กรม = เทียบเท่ากรม
3. กรมปกครอง
4. กรมพัฒนาชุมชน
5. กรมที่ดิน เป็นกรม
6. กรมป้องกันฯ
7. กรมเขต
8. กรมปกครองท้องถิ่น
7 กรม 1 หน่วยงาน

- ที่ทำการปกครองจังหวัด - กลุ่มปกครองและอำนวยฯ การสอบสวนชันสูตร
3 หน่วย = 1 กลุ่ม - ฝ่ายความมั่นคงจัดระเบียบ , อพป, อส
= 2 ฝ่าย - ฝ่ายการเงินบัญชี
- ที่ทำหารอำเภอ - ฝ่ายบริหารงานปกครอง บริงานทั่วไป -อาวุธปืน
4 ฝ่าย - ฝ่ายอำนวยฯ ธรรม ศูนย์ดำรงธรรม - ผู้มีอิทธิพล
- ฝ่ายทะเบียนบัตร
- ฝ่ายความมั่นคง จัดระเบียบสังคม , ชายแดน อพยภ, อพป , อส

* กรมการปกครอง * - 6 สำนัก
- 5 กอง
= 11 ส่วนราชการ
ส่วนกลาง (สำนัก = 6 สน.) กอง (หน่วยภายใน = 3 หน่วย)
1. สน.สอบสวนฯ ทะเบียนความมั่นคง, จัดระเบียบ 1. สนง.เลขากรม = กอง
2. สน. กิจการมั่นคงภายใน ชุนกลุ่มน้อย 2. กองการเจ้าหน้าที่ บริหารบุคคล
3. สน. บริการทะเบียน งานทะเบียนทั่วไป 3. กองคลัง จัดซื้อ – พัสดุ
4. สน. การปกครองท้องที่ กำนันผู้ใหญ่ - ความยากจน SML 4. กองสื่อสาร สื่อสาร
5. สน. อำนวยการกองรักษาดินแดน อส. 5. กองวิชาณและแผนงาน ทำงบประมาณ
6. วิทยาลัยปกครอง พัฒนาบุคลากร
= 5 สำนัก(1 เทียบเท่าสำนัก) = 4 กอง (1 เทียบเท่ากอง)
= 6 หน่วย (สำนัก) = 5 กอง


* จังหวัด จัดตั้งตรา พรบ. = นิติบุคคล
- ยุบ
- เปลี่ยนแปลง
แบ่งส่วน จว.
1. สนง. จังหวัด - ผู้ว่าสังกัด สนง ปลัด มท. แต่งตั้งผู้ว่า C.10 ต้องทูลเกล้า
- หัวหน้า สนง. จว.
- ปลัดจังหวัด กฎหมายไม่ได้ระบุสังกัดไว้
- รองผู้ว่า/ ผู้ช่วยผู้ว่า สังกัด กระทรวง

2. ส่วนราชการประจำจังหวัด
* คณะกรรมการจังหวัด = ปรึกษาแก่ผู้ว่า
= ให้ความเห็นชอบจัดทำแผน
- ผู้ว่า ประธาน
- รองผู้ว่ามอบหมาย
- ปลัดจังหวัด
- อัยการ
- ผบก.
- หัวหน้าส่วนจังหวัด
- หัวหน้าสำนักงานจังหวัด = เลขา

* อำเภอ จัดตั้ง ยุบ เปลี่ยนแปลงตรา พรฎ.
แบ่งส่วน อภ.
1. สนง. อำเภอ - นายอำเภอกฎหมายระบุกระทรวงมหาดไทย
- ปลัดอำเภอกฎหมายระบุกรมการปกครอง
2. ส่วนราชการประจำอำเภอ

อบต. ประกาศ มท.
- สภา ครบวาระ เลือกใหม่ภายใน 45 วัน / ประชุมครั้งแรกภายใน 15 วัน /ต่อไปไม่เกิน 15
ยุบสภา เลือกใหม่ภายใน 15 วัน

- นายก = 1
รอง = 2 คณะบริหาร อบต. = 3 คน * กรณีนายอำเภอไม่เห็นด้วยกับข้องบประมาณ ส่งคืน
- โทษปรับ 1,000 ร่างให้สภา อบต. ภายใน 15 วัน
- นายอำเภอ ผู้ว่า ส่ง ปลด ยุบ * นายก(ผู้บริหาร ) = ทำแผน พัฒนา อบต.
วาระ 4 ปี - เป็นนิตุบุคคล
- ผู้บริหารสมาชิกมาจากเลือกตั้ง
ท้องถิ่น - รายได้เป็รของตนเอง
อรบ วาระเลือกใหม่ 45 วัน - มีอิสระในการบริหารภานใต้กฎหมาย
ตามกฎหมาย มี 4 แบบ = อบจ. , เทศบาล, สุขาภิบาล, ตามกฎหมาย(อบต,กทม,พัทยา)

* อบจ. (พ.ศ 2549) กฎหมายกำหนดเพียงว่าให้มีอบจ. ราษฎร ไม่เกิน 500,000 = 24
เกิน 500,000 – 1,000,000 = 30 รอง 2 คน
เกิน 1,000,000 – 1,500,000 = 36
เกิน 1,500,000 – 2,000,000 = 42 รอง 3 คน
เกิน 2,000,000 = 48 รอง 4 คน
โครงสร้าง 1. สภา อบจ. ( 1 + 2 ) = 3
ประธาน รอง
ยุบเลือกใหม่ = 60 วัน
2. นายก อบจ. ที่ปรึกษาได้ 5 คน
- รอง 2 (24,30)
- รอง 3 (36 – 42)
- รอง 4 (48)
* กำหนดโทษปรับได้ไม่เกิน 10,000 / จ. 6 เดือน
- ประชุมครั้งแรก ภายใน 15 วัน
* เทศบาล จัดตั้งโดย ประกาศ มท. * คณะที่ปรึกษาเทศบาล =ปลัด มท.= ประธาน/คณะกรรมการกลาง= รมว.
โครงสร้าง 1. สภาเทศบาล (1 + 1 ) = 2
2. นายก - ตำบล 12 รองนายก (นายกเทศแต่งตั้ง) 2
- เมือง 18 รองนายก (นายกเทศแต่งตั้ง) 3
- นคร 24 รองนายก (นายกเทศแต่งตั้ง) 4 ปรช 50,000 -
การกำกับ - ผู้ว่าสามารถเสนอ รมว. มท ยุบสภา (ปลด) ได้ / กก.เทศจังหวัด มี 18 คน
เลือกใหม่ภายใน 45 วัน
- ประชุมแรกภายใน 15 วัน สมัยต่อไป 30 วัน ( มีได้ 4 สมัย )

มหาดไทย ดูแลเทศบาลโดยตรง = ตรากฤษฎีกา
เทศบาล ทำงานร่วม
เทศบาล กัน 2 เทศฯ สหการ = ตรากฤษฎีกา
* พัทยา (2542) = นายก 1 + 4 รอง ฯ = 5

พรบ. ปกครองท้องที่ 2547
บ้าน = บ้าน, แพ เรือที่จอดประจำ
เจ้าบ้าน = เจ้าของ , ผู้เช่า
หมู่บ้าน = จัดตั้งโดย ประกาศจังหวัด อนุมัติจากมท.
ตามพรบ. ปกฯ มติครม. 14 พ.ศ.2539
- คน 200 - ชุมชนหนาแน่น = คน 1,200 600 คน (แยกบ้าน = ½ 1200 = 240
- บ้าน 5 บ้าน = บ้าน 240 120 บ้าน
- ชุมชนห่างไกล = คน 600 200 คน 1/3
= บ้าน 120 40 บ้าน (600 = 120 )
- ห่างจากหมู่บ้านเดิมไม่น้อยกว่า 6 กิโลเมตร
ตำบล ประกาศ มท. จัดตั้ง

ตามพรบ. ปกครอง ฯ มติ ครม.
- หมู่บ้านรวมกัน 20 หมู่บ้าน - ชุมชนหนาแน่น = คน 4,800
- กำหนดเขตให้ขัดเจน = มีหมู่บ้าน 8 หมู่บ้าน
- ชุมชนห่างไกล = คน 3,600
= มีหมู่บ้าน 69 หมู่บ้านกระทรวงมหาดไทย มี = 8 ส่วนราชการ
= 7 กรม + 1 เทียบเท่า

กิ่งอำเภอ ประกาศ มท. จัดตั้ง

พรบ. ท้องที่ มติ ครม. 2 พ.ย. 2547
- หลายตำบลรวมกัน - คน 25,000
- มี 4 ตำบล
- ห่างจากอำเภอเดิม 20 กม.
- เห็นชอบ อบต. , หัวหน้าอำเภอ, หัวหน้าจังหวัด
อำเภอ ราชกฤษฎีกา จัดตั้ง

พรบ. ท้องที่ มติ ครม. 2 พ.ย. 2547
- หลายตำบลรวม - เป็นกิ่งมาแล้ว 5 ปี
- พระราชานุญาติ - คน 35,000
- เห็นชอบ อบจ. หัวหน้าจังหวัด
* จัดตั้งอำเภอ/กิ่ง กรณีพิเศษ = ท่องเที่ยว, ไม่สงบ , ชายแดน, ราชดำริ

ผู้ใหญ่บ้าน วาระ 5 ปี เป็นตั้งแต่วันเลือก (พญบ. ไม่อยู่ ผู้ช่วยฝ่ายปกครองรักษาการแทน แจ้งกำนัน
- สัญชาติไทยเกิด แล้วให้ผู้ว่าออกหนังสือสำคัญ เกิน 15 วัน แจ้งกำนัน แจ้งอำเภอ
- ไม่ต่ำกว่า 25 ปี
- มีชื่อ 2 ปี
* - เลือกภายใน 15 วัน นับแต่นายอำเภอทราบว่างลง ลับ/เปิดเผย 10.00 –1 5.00 น. ถ้าคะแนนเท่ากันให้ ใช้วิธีจับฉลาก
- ผู้มีสิทธิเลือก 18 ปี มีชื่อใน 3 เดือน

ผู้ใหญ่บ้านออกจากตำแหน่ง
- หมู่บ้านถูกยุบ
- ไปที่อื่นเกิน 3 เดือน
- ขอให้ออกโดย เสียง ½ ทั้งหมด

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3756
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
แนวสอบแผนพัฒนาอำเภอ

1. กระบวนการวางแผนพัฒนาอำเภอ มีอะไรบ้าง
ตอบ มี 7 ขั้นตอน

2. แผนพัฒนาอำเภอ มีกี่ประเภท อะไรบ้าง
ตอบ 3 ประเภท คือ แผนพัฒนาอำเภอ 5 ปี แผนพัฒนาอำเภอประจำปี แผนปฏิบัติการอำเภอประจำปี

3. หลักการวางแผน VCAP คืออะไร
ตอบ     หลักการวางแผนพัฒนาอำเภอ จะยึดหลักการ V-CAP
    V    =    Vision            =    วิสัยทัศน์
    C    =    Comprehensive Plan    =    ความครอบคลุม
    A    =    Analysis        =    การวิเคราะห์
    P    =    Participation        =    การมีส่วนร่วม

4. การวางแผนพัฒนาอำเภอครั้งแรกเริ่มเมื่อไร ที่อำเภอใด จังหวัดใด และต่อมาทำที่ใด
ตอบ อ.ทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อมาแผนพัฒนาอำเภอ 5 ปีที่ อ.เดชอุดม อุบลราชธานี

5. การวางแผนพัฒนาอำเภอ หมายถึงอะไร
ตอบ     ความหมายของแผนพัฒนาอำเภอ หมายถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของอำเภอ อันมีลักษณะเป็นแนวทาง และรายการประสานงานแผนและโครงการของจังหวัด อำเภอ ตำบล และหน่วยงานบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และการดำเนินงานของประชาชนในท้องที่อำเภอได้จัดทำขึ้น เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตลอดจนแก้ไขปัญหาของประชาชนในอำเภอ

6. ลักษณะของแผนอำเภอ มีอย่างไร
ตอบ เป็นรายการประสานงานแผนและโครงการของจังหวัด อำเภอ ตำบล และหน่วยงานบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และการดำเนินงานของประชาชนในท้องที่อำเภอได้จัดทำขึ้น เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตลอดจนแก้ไขปัญหาของประชาชนในอำเภอ

7. ความสำคัญของแผนอำเภอ มีอย่างไร
ตอบ     ความสำคัญของแผนพัฒนาอำเภอ
    1.เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพปัญหาและความต้องการในภาพรวมของอำเภอ
    2.เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวทาง/ทิศทางการพัฒนาของอำเภอในอนาคต
    3.เป็นสิ่งที่หน่วยงานอื่น ๆ ในพื้นที่อำเภอ สามารถใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานได้
    4.เป็นเครื่องมือการบริหารการพัฒนาอำเภอ

8. วัตถุประสงค์ของการวางแผน อ.มีอย่างไร
ตอบ ใช้เป็นแนวทางการพัฒนาอำเภอประจำปี



9. องค์กรจัดทำแผน อ.มีโครงสร้างและมีอำนาจหน้าที่อย่างไร
ตอบ กพอ.

10. แผนพัฒนาอำเภอ 5 ปี ปัจจุบัน พ.ศ.ใด ถึง พ.ศ.ใด
ตอบ 2545-2549

11. กระบวนการประชาคมหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ มาเกี่ยวข้องกับการทำแผนพัฒนาอำเภอ 5 ปีอย่างไร
ตอบ ปี 2546 ให้ทบทวนปัญหาความต้องการของประชาคมหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ

12. ประชาคมมีองค์ประกอบอะไรบ้าง
ตอบ     องค์ประกอบของประชาคมหมู่บ้าน
    1.ตัวแทนฝ่ายบริหาร ได้แก่ ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต. ในหมู่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน 3 คน(อาจเชิญผู้ใหญ่บ้าน เป็นที่ปรึกษาประชาคมก็ได้
    2.ตัวแทนฝ่ายกลุ่มประชาชน ผู้แทนกลุ่มอาชีพทุกกลุ่ม ผู้แทนกลุ่มเกษตรกร/เกษตรก้าวหน้า ปราชญ์หมู่บ้าน ผู้แทนกลุ่มแม่บ้าน พระที่ชาวบ้านศรัทธา ครูโรงเรียนในหมู่บ้าน 1 คน อสม. อาสาพัฒนาชุมชน อาสาสมัครประชาสงเคราะห์ สมาชิก อปพร. สจ.(ที่มีอยู่อาศัยในหมู่บ้าน) ผู้แทนธุรกิจเอกชนที่อยู่ในหมู่บ้าน องค์กรพัฒนาเอกชน ฯลฯ กรณีองค์ประกอบของประชาคมหมู่บ้านมีน้อย ให้เลือกตัวแทนจากกลุ่มบ้านในหมู่บ้านแทน เช่น คัดเลือกตัวแทนคุ้มในหมู่บ้าน ฯลฯ จำนวนสมาชิกประชาคมควรมีร้อยละ 5-10 ของจำนวนประชาชน

13. ประชาคมตำบลมีองค์ประกอบอะไรบ้าง
ตอบ     องค์ประกอบประชาคมตำบล
    1.ประธาน อบต.
    2.ตัวแทนของประชาคมหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 10% แต่ไม่น้อยกว่า 7 คน ได้แก่
    ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภา อบต.ในหมู่บ้าน 2 คน ตัวแทนฝ่ายกลุ่มประชาชนที่ประชาคมหมู่บ้านคัดเลือก อย่างน้อย 4 คน และอาจเชิญกำนันเป็นที่ปรึกษาประชาคมได้ ฯลฯ
ประธานและเลขานุการ เลือกจากที่ประชุมประชาคม

14. ประชาคมอำเภอมีองค์ประกอบอะไรบ้าง
ตอบ ประชาคมอำเภอ
    องค์ประกอบประชาคมอำเภอ
    1.ประธาน อบต.    2.กำนัน
    3.ผู้แทนประชาคมตำบลคัดเลือก ประกอบด้วย ผู้แทนสมาชิก อบต.ตำบลละ 2 คน และผู้แทนกลุ่มประชาคม ตำบลละ 6 คน
    4.ตัวแทนของเทศบาลทุกเทศบาลในเขตพื้นที่อำเภอ
    5.ผู้ทรงคุณวุฒิในเขตชุมชนเมือง 3 คน
    จำนวนสมาชิก อาจปรับให้น้อยลงได้ในกรณีอำเภอที่มีขนาดใหญ่

15.บทบาทหน้าที่ของประชาคมตำบล หมู่บ้าน มีอย่างไร
ตอบ บทบาทประชาคมหมู่บ้าน ตำบล
    1.ทำหน้าที่ตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นในตำบล หมู่บ้าน
    2.นำปัญหาในหมู่บ้าน ตำบลไปหารือในที่ประชุม และรายงานให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ตรวจสอบเพื่อให้แก้ไขได้ทันท่วงที
    3.เป็นองค์กรตรวจสอบการดำเนินงานตามโครงการต่าง ๆ และรายงานอำเภอทราบ
    4.เป็นเวทีให้ความเห็น และหาแนวทางแก้ไขกับหน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสำคัญ
    5.ให้ประชาคมมีการประชุมอย่างสม่ำเสมอ ในระยะต้นประมาณ 1-2 เดือนต่อครั้ง
    6.คัดเลือกผู้แทนประชาคม ไปร่วมเป็นประชาคมในระดับเหนือขึ้นไป

16. ขั้นตอนการทำแผนพัฒนาอำเภอ 5 ปี (2545-2549) มีกี่ขั้นตอน มีอะไรบ้าง
ตอบ        ขั้นตอนการจัดทำแผนพัฒนาอำเภอ 5 ปี  ประกอบด้วย 7 ขั้นตอน คือ
    ขั้นตอนที่ 1 การจัดทำ จัดตั้งและประชุมประชาคม หมู่บ้าน ตำบล (มี.ค.-เม.ย. 2543)
    ขั้นตอนที่ 2 จัดลำดับความสำคัญของปัญหาและความต้องการรายด้าน/สาขาและแนวทางแก้ไข (1-10 พ.ค. 2543)
    ขั้นตอนที่ 3 การจัดทำ วิสัยทัศน์การพัฒนาอำเภอ ยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนาอำเภอ 5 ปี (11 –25 พฤษภาคม 2543)
    ขั้นตอนที่ 4 การกำหนดรายละเอียดกิจกรรม แผนงาน/โครงการ ระยะ 5 ปี (26 พ.ค. –10 มิ.ย.)
    ขั้นตอนที่ 5 การจัดทำแผนพัฒนาอำเภอ 5 ปี (11-30 มิ.ย. 2543)
    ขั้นตอนที่ 6 การจัดประชุมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอ เพื่อรับปัญหาความต้องการของประชาคมอำเภอ (1-10 ก.ค. 2543)
    ขั้นตอนที่ 7 การจัดทำแผนพัฒนาอำเภอ 5 ปี ฉบับสมบูรณ์ (ต.ค.-ธ.ค. 2543)

17. องค์กรในการกำกับดูแลการจัดทำแผนพัฒนาอำเภอ คือ
ตอบ กรมการปกครอง

18. แผนพัฒนาอำเภอใช้ระเบียบใดในการจัดทำ
ตอบ ระเบียบ สร.ว่าด้วยการบริหารการพัฒนาเพื่อกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น พ.ศ. 2539

19. คณะกรรมการพัฒนาอำเภอ (กพอ.) มีใครเป็นเลขานุการ
ตอบ พัฒนาการอำเภอ

20. หลักการวางแผนพัฒนาอำเภอยึดหลักการใดในการปฏิบัติ
ตอบ V – CAP

21. การจัดทำแผนพัฒนาอำเภอ 5 ปี ประกอบด้วยกี่ขั้นตอน
ตอบ 7 ขั้นตอน

22. ห้วงเวลาในการจัดทำแผนพัฒนาอำเภอ 5 ปี จะต้องดำเนินการในช่วงใด
ตอบ มีนาคม – ธันวาคม 2543
23. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 ใช้ใน พ.ศ. ใด
ตอบ พ.ศ. 2545-2549

24. การจัดทำแผนพัฒนาอำเภอ 5 ปี (พ.ศ.2545-2549) สอดคล้องกับแผนใด
ตอบ แผนพัฒนามหาดไทย วิสัยทัศน์กรมการปกครอง และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

25. ประธานคณะกรรมการประสานการวางแผนพัฒนาจังหวัด คือใคร
ตอบ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

26. แผนพัฒนาอำเภอชนิดใดที่รวบรวมแผน/โครงการและงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการ
ตอบ แผนปฏิบัติการประจำปี

27. การประสานแผนพัฒนาอำเภอทำได้โดยวิธีใด
ตอบ ประสานแบบแนวดิ่ง และแนวนอน

28. ลักษณะเด่นของแผนพัฒนาอำเภอ 5 ปี
ตอบ เป็นแผนที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน

29. ประธานและเลขานุการประชาคม มาจากกลุ่มใด
ตอบ เลือกกันเองจากตัวแทนกลุ่มประชาชน

30. ใครเป็นผู้จัดทำทำเนียบสมาชิกประชาคมหมู่บ้าน
ตอบ นายอำเภอ

31. คณะกรรมการพัฒนาอำเภอ (กพอ.)/กิ่ง อำเภอ มีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนองค์การเอกชน เป็นกรรมการไม่เกินกี่คน
ตอบ กพอ. มี 3 คน /กิ่งอำเภอ มี 2 คน

32. รองประธานคณะกรรมการพัฒนากิ่งอำเภอ (กพอ.กิ่ง อ.) คือใคร
ตอบ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายปกครองและพัฒนา

33. หน่วยงานใดที่มีหน้าที่จัดทำแผนพัฒนาอำเภอ
ตอบ สำนักงานอำเภอ

34. แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับแรก เริ่มในปีใด
ตอบ พ.ศ. 2504

35. การบริหารจัดการที่ยึดหลัก AFP หมายถึงข้อใด
ตอบ พื้นที่เป้าหมาย ภารกิจหน่วยงาน และการมีส่วนร่วม

36. แผนพัฒนาฉบับที่ 9 เป็นการพัฒนาเมืองและชนบทในลักษณะใด
ตอบ เมืองน่าอยู่และชนบทยั่งยืน

37. ขั้นตอนการจัดทำแผนและประสานแผนพัฒนาจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่นประกอบด้วยกี่ขั้นตอน
ตอบ 9 ขั้นตอน

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3756
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
แนวสอบงานบัตรประจำตัวประชาชน
1. บัตรประจำตัวประชาชนมีกี่ชนิด
    2 ชนิด คือบัตรที่ไม่ได้ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และบัตรที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์
2. เมื่ออายุครบกี่ปีจึงสามารถยื่นคำขอมีบัตรได้
    อายุครบ 7 ปีบริบูรณ์
3.จะต้องยื่นคำขอมีบัตรหลังจากเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ภายในกี่วัน
    60 วัน
4. ถ้าบัตรหาย บัตรถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ผู้ถือบัตรต้องขอมีบัตรใหม่หรือขอเปลี่ยนบัตร ภายในเวลากี่วัน
    60 วัน
5. ผู้ถือบัตรใดเสียสัญชาติไทยจะต้องส่งมอบบัตรให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่แห่งท้องที่ที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านภายในระยะเวลากี่วัน
    30 วัน
6. ถ้าผู้ใดยินยอมให้ผู้อื่นนำบัตรหรือใบรับหรือใบแทนใบรับของตนไปใช้ในทางทุจริตจะมีความผิดสถานใด
    จำคุกตั้งแต่สามเดือน – 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 – 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
7. บัตรมีอายุใช้ได้กี่ปี
    หกปี
8.เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการขอมีบัตร ผู้ใดไม่มีบัตรต้องระวางโทษปรับเท่าไร
    ไม่เกินห้าร้อยบาท
9. ผู้ใดปลอมบัตร หรือใบรับ หรือใบแทนใบรับ ต้องระวางโทษสถานใด
    จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
10. ผู้ใดนำบัตร หรือใบรับ หรือใบแทนใบรับ ของผู้อื่นไปแสดงตนว่าตนเป็นเจ้าของบัตร หรือใบรับ หรือใบแทนใบรับ ต้องระวางโทษสถานใด
    หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท
11. ผู้ไม่อาจแสดงบัตรหรือใบรับหรือใบแทนใบรับเมื่อพนักงานตรวจบัตรขอตรวจบัตรจะมีโทษสถานใด
    โทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท
12. ผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในท้องที่ซึ่งกระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนดให้เป็นท้องที่จังหวัด สำหรับการออกบัตรด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ให้ยื่นขอมีบัตร การขอมีบัตรใหม่ หรือการขอเปลี่ยนบัตร ณ สถานที่ใด
    ที่ว่าการอำเภอ/กิ่งอำเภอ สำนักงานเขต สำนักงานเทศบาล ศาลาว่าการเมืองพัทยา หรือสำนักทะเบียนสาขา แห่งใดแห่งหนึ่งในท้องที่จังหวัดตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย
13. ผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในท้องที่ที่ไม่มีการออกบัตรด้วยระบบคอมพิวเตอร์ จะต้องยื่นขอมีบัตร การขอมีบัตรใหม่ หรือการขอเปลี่ยนบัตร ณ สถานที่ใด
    ที่ว่าการอำเภอ/กิ่งอำเภอ สำนักงานเทศบาล หรือสำนักทะเบียนสาขา ตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรแห่งท้องที่ ซึ่งผู้ขอมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
14. ถ้าผู้ขอมีบัตรใหม่ไม่มีนิ้วหัวแม่มือข้างหนึ่ง การพิมพ์ลายนิ้วมือ ควรทำอย่างไร
    ให้พิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือเฉพาะข้างที่เหลืออยู่ หากไม่มีนิ้วมืออยู่เลย ให้พิมพ์ฝ่ามือข้างใดข้างหนึ่งแทน หากไม่มีมือทั้งสองข้างเลย ก็ให้ได้รับการยกเว้นการพิมพ์ลายนิ้วมือ
15. การออกบัตรที่ไม่ได้ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ จะต้องส่งคำขอมีบัตรพร้อมฟิล์มรูปถ่าย ของผู้ขอมีบัตรไปที่ใด
    สำนักงานทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชน
16. ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ในการเปรียบเทียบปรับคดีผิดกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชน ประกาศใช้เมื่อใด
    วันที่ 22 มกราคม 2528
17. การเปรียบเทียบคดีตามปกติ จะเป็นสถานที่ใด
    ที่ว่าการอำเภอ/กิ่งอำเภอ หรือที่ว่าการเขต
18. การทำลายบันทึกการเปรียบเทียบให้นำระเบียบใดมาปฏิบัติ
    ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526(ต้องเก็บไว้ หกปีถึงจะทำลายได้)
19. ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจ่ายเงินรางวัลในคดีจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชน ประกาศใช้เมื่อใด
    วันที่ 18 มกราคม 2534 โดยมีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้
20. กรณีมีผู้แจ้งความนำจับหลายคน ผู้แจ้งคนใดมีสิทธิรับเงินก่อน
    ผู้แจ้งก่อนและมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร
21. ถ้ามีผู้แจ้งความนำจับ ไม่เปิดเผยนาม แต่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร มีสิทธิรับเงินรางวัลหรือไม่
    ได้ เมื่อมีความจำเป็นไม่สามารถเปิดเผยนาม ให้ผู้แจ้งพิมพ์ลายนิ้วมือแทนการลงลายมือชื่อ โดยไม่ระบุนาม
22. ผู้แจ้งความนำจับ หรือผู้นำจับ จะได้รับเงินรางวัลเมื่อสามารถจับกุม ผู้กระทำความผิดได้ในอัตราคดีละเท่าไร
    สองพันบาท จากงบประมาณกรมการปกครอง (ถ้าจับผู้กระทำผิดได้หลายคน ก็ได้รางวัลนำจับคดีละสองพันบาทเท่าเดิม)
23. บุคคลใดมีอำนาจสั่งจ่ายเงินรางวัลตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจ่ายเงินรางวัลในคดีจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2534
    อธิบดีกรมการปกครอง หรือผู้ที่อธิบดีกรมการปกครองมอบหมาย
24. การปลอมและใช้บัตรประจำตัวประชาชนปลอม เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชนหรือไม่
    ไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน แต่เป็นความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 และ 268
25. ระเบียบกรมการปกครอง ว่าด้วยการปฏิบัติราชการเพื่อประชาชนเกี่ยวกับงานบัตรประจำตัวประชาชน มีผลใช้บังคับเมื่อใด
    30 สิงหาคม 2536 โดย อปค.เป็นผู้รักษาการตามระเบียบ
    การจัดทำบัตรประชาชน จะต้องแล้วเสร็จภายใน 30 วัน
    จะต้องรวบรวมคำขอมีบัตรและฟิล์มรูปถ่ายส่งให้กรมการปกครองภายใน 5 วัน
    กรมการปกครองต้องผลิตบัตรให้เสร็จภายในสิบเก้าวัน
26. การยื่นขอมีบัตรที่เป็นกรณีที่ได้รับการยกเว้น สามารถกระทำได้หรือไม่
    สามารถกระทำได้ โดยยื่นคำขอมีบัตรพร้อมสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน โดยแสดงหลักฐานว่าเป็นบุคคลได้รับการยกเว้น และจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 10 บาท
27. การขอมีบัตร กรณีได้รับการยกเว้น โดยไม่มีหลักฐานแสดงการได้รับยกเว้น สามารถกระทำได้หรือไม่ อย่างไร
    สามารถกระทำได้ โดยยื่นคำขอมีบัตรพร้อมสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน และให้ถ้อยคำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยต้องมีบุคคลที่พนักงานเจ้าหน้าที่เชื่อถือไปให้การรับรอง
28. การขอมีบัตร กรณีได้สัญชาติไทยตาม พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 โดยมีบิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งเป็นคนต่างด้าว
    ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
29. ระเบียบกรมการปกครองว่าด้วยการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2538 มีผลใช้บังคับใช้เมื่อใด
    10 ธันวาคม 2538
30. การขอมีบัตร ได้แก่ การจัดทำบัตรกรณีใดบ้าง
    การขอมีบัตรเป็นครั้งแรกล
    เป็นบุคคลได้รับการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) กรณีตกสำรวจหรือแจ้งเกิดเกินกำหนด
    เป็นบุคคลได้รับการยกเว้น หรือบุคคลซึ่งมีอายุเกิน 70 ปี
    เป็นบุคคลซึ่งพ้นจากสภาพการได้รับการยกเว้น
    เป็นบุคคลซึ่งได้สัญชาติไทย หรือได้รับอนุมัติให้มีสัญชาติไทย หรือได้กลับคืนสัญชาติไทย ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ หรือตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดของศาล
31. การขอมีบัตรใหม่ ได้แก่กรณีใดบ้าง
    บัตรเดิมหมดอายุ และบัตรเดิมสูญหาย หรือถูกทำลาย

32. ผู้ใดมีอำนาจในการพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติการขอทำลายเอกสารที่เกี่ยวกับบัตรในเขตสำนักทะเบียนอำเภอ
     ผู้ว่าราชการจังหวัด
33. คณะกรรมการทำลายเอกสารเกี่ยวกับบัตรให้แต่งตั้งจากผู้ใด
     แต่งตั้งจากข้าราชการระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไป มีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน
    ทำลายเอกสาร โดยวิธีการเผา หรือวิธีอื่นที่ทำให้เอกสารนั้นไม่สามารถอ่านเป็นเรื่องได้ หรือสามารถนำกลับมาใช้อีก
34. บัตรที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคืน หรือเรียกคืนทุกกรณี จะต้องดำเนินการอย่างไร
     พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องจำหน่ายโดยการเจาะรูบนตัวบัตร และจัดเก็บรวบรวมไว้
35. วัสดุบัตรที่ใช้ในการออกบัตรด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และวัสดุเคลือบบัตรป้องกันการปลอมแปลง ผู้ใดในจังหวัดเป็นผู้มีหน้าที่ในการเก็บรักษาและควบคุมเบิกจ่าย
    จ่าจังหวัด
36. พระภิกษุมีความประสงค์จะขอมีบัตร เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ สามารถดำเนินการได้หรือไม่
     ได้ โดยใช้คำหน้านาม ชื่อ ชื่อสกุล ตามที่ปรากฏในทะเบียนบ้าน
37. กล้องที่ใช้ในการถ่ายรูปทำบัตรประจำตัวประชาชน ที่ไม่ได้ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์มีกี่ยี่ห้อ
     3 ยี่ห้อ คือ โคนิก้า กล้องแพนเท็กซ์ และกล้องไซแม็กซ์
38. กรณีเคยทำบัตรมาก่อนและบัตรยังไม่หมดอายุ ไปรับราชการเป็นทหารเกณฑ์ ซึ่งในระหว่างรับราชการทหาร บัตรเดิมหมดอายุ อยากทราบว่าต้องไปขอต่ออายุบัตรหรือไม่ ถ้าไม่ไปต่อบัตรจะมีโทษปรับหรือไม่ และเสียค่าธรรมเนียมเท่าไร
     ในระหว่างรับราชการทหารกองประจำการไม่ต้องขอมีบัตร แต่เมื่อพ้นสภาพการเป็นทหาร จะต้องยื่นขอมีบัตรภายใน 60 วัน ถ้าไปขอมีบัตรระหว่างรับราชการทหารกองประจำการ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมสิบบาท

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3756
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream
แนวสอบ อส.

1.    การลงโทษทางวินัยแก่สมาชิก อส.ได้แก่
ตอบ  ภาคทัณฑ์   ทัณฑกรรมกรรม   กักบริเวณ

2.    ผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน คือ
ตอบ  รมว.มหาดไทย

3.    กองอาสารักษาดินแดนมีหน่วยงานบังคับบัญชาสูงสุด คือ
ตอบ  กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน

4.    วันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน คือวันที่เท่าใดของทุกปี
ตอบ  10 กุมภาพันธ์

5.    รมว.มหาดไทย ดำรงตำแหน่งใดในฐานะผู้บังคับบัญชา อส.
ตอบ  ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดน

6.    สมาชิก อส.ย่อมาจากอะไร
ตอบ  สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน

7.    กองอาสารักษาดินแดน เป็นองค์กรซึ่งขึ้นอยู่กับหน่วยงานใด
ตอบ  กระทรวงมหาดไทย

8.    ผู้ที่ดำรงตำแหน่ง ผบ.ร้อยบริการและบังคับการ ของกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดคือ
ตอบ  ป้องกันจังหวัด

9.    ปัจจุบันค่าตอบแทนสมาชิก อส.ขั้นที่ 1 เดือนละเท่าไร
ตอบ  4,100 บาท

10.    สมาชิก อส.แบ่งออกเป็นกี่ประเภท
ตอบ  3  ประเภท คือ ประเภทสำรอง  ประเภทประจำกอง  และประเภทกองหนุน

11.    ชุดปฏิบัติการ อส.กู้ภัย 1 ชุด ประกอบด้วย
ตอบ  รถกู้ภัย 1 คัน กำลังคน 24 คน ปฏิบัติหน้าที่ 3 เวลา เวลาละ 8 คน

12.    ปัจจุบันค่าตอบแทนของสมาชิก อส.มีกี่ชั้น
ตอบ   9  ขั้น

13.    สมาชิก อส.ประเภทสำรอง คือ
ตอบ  สมาชิกที่ยังไม่ได้เข้ารับการฝึกหัดและอบรม

14.    เงินซึ่งสมาชิก อส.ได้รับจากทางราชการเป็นรายเดือน เรียกว่า
ตอบ  ค่าตอบแทนรายเดือน

15.    สมาชิก อส.มีฐานะเป็น
ตอบ  อาสาสมัครประเภทหนึ่ง

16.    สมาชิก อส. สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่
ตอบ  เบิกได้เฉพาะกรณีเจ็บป่วย

17.    ค่าตอบแทนชั้นสูงสุดที่สมาชิก อส.ได้รับในปัจจุบันคือเท่าไร
ตอบ  6,020  บาท

18.    ชั้นยศสูงสุด ของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน คือชั้นยศใด
ตอบ  นายหมู่ใหญ่

19.    กองอาสารักษาดินแดน จัดตั้งขึ้นโดย
ตอบ  พ.ร.บ.กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497

20.    ปลัดกระทรวงมหาดไทย ดำรงตำแหน่งใด ในสายกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน
ตอบ  ผู้ช่วยผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน

21.    อธิบดีกรมการปกครองดำรงตำแหน่งใด ในกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน
ตอบ  หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน

22.    ปลัดจังหวัด ดำรงตำแหน่งใด ในกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัด
ตอบ  ผู้ช่วยผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัด / หัวหน้าฝ่ายอำนวยการกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัด

23.    ป้องกันจังหวัด ดำรงตำแหน่งใด
ตอบ  ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดและผู้บังคับกองร้อยบังคับการและบริการ

24.    นายอำเภอมีฐานะใดในงานอาสารักษาดินแดน
ตอบ   ผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดน

 

ข้อสอบไทย แหล่งรวมข้อสอบราชการทุกหน่วยงาน ข่าวการเปิดสอบราชการ จากทีมงาน ชีทไทย.คอม