ผู้เขียน หัวข้อ: คู่มือเตรียมสอบ แนวข้อสอบสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม สปอ. สำนักงานอุตสาหกรรม  (อ่าน 6984 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
จำหน่ายแนวข้อสอบ #สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม #สปอ. #สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด #กระทรวงอุตสาหกรรม #industry ตำแหน่ง #นักวิชาการอุตสาหกรรม [คุณสราวุฒิ โทร. 087-7744915 / LINE ID. @t0877744915 / Email. testerth@hotmail.com]




เปิดสอบ สรุปหนังสือ คู่มือเตรียมสอบ แนวข้อสอบสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม สปอ. สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด สอจ. กระทรวงอุตสาหกรรม ทุกตำแหน่ง ทุกจังหวัด ใหม่ล่าสุด 2560

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก เปิดรับสมัคบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป รวม 1 อัตรา (29 ส.ค. - 6 ก.ย. 2560)
ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
1. นักวิชาการอุุตสาหกรรม    จำนวน 1 อัตรา
วุฒิปริญญาตรี    สาขาวิชาบริหารธุรกิจ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สาขาวิศวกรรมศาสตร์

อัตราเงินเดือน 18,000 บาท

รับสมัครสอบด้วยตนเอง
วันที่ 29 สิงหาคม - 6 กันยายน พ.ศ. 2560
ประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ
วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2560
อ่านประกาศ พิษณุโลก คลิ๊กที่นี่

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบกระทรวงอุตสาหกรรม ทุกตำแหน่ง
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- ความรู้เกี่ยวกับกระทรวงอุตสาหกรรม
- แนวข้อสอบ ความรู้ทั่วไป
- แนวข้อสอบ เหตุการณ์ปัจจุบัน
- การสอบสัมภาษณ์
( เลือกตามตำแหน่งที่สอบ )
- วิศวกร
- วิศวกรเหมืองแร่
- นักวิชาการทรัพยากรธรณี
- นักวิชาการตรวจสอบภายใน
- นักวิชาการอุตสาหกรรม
- นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
- นักเทคโนโลยีสารสนเทศ
- นักสืบสวนสอบสวน
- นักจัดการงานทั่วไป
- นักประชาสัมพันธ์
- นักทรัพยากรบุคคล
- เจ้าพนักงานธุรการ
- เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี
- เจ้าพนักงานตรวจโรงงาน
- เจ้าพนักงานทรัพยากรธรณี
- เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน
- นายช่างรังวัด


ส่งเป็นไฟล์ PDF ทางอีเมล์ ราคา 399 บาท
ส่งเป็นหนังสือ EMS ทางไปรษณีย์ + VCD ราคา 999 บาท


รายละเอียดเพิ่มเติม และ ตัวอย่างข้อสอบ


*********************************************************************
สนใจติดต่อสั่งซื้อที่ :
สราวุฒิ : 087-774-4915 [ LINE ID : @t0877744915 ] Link Line : http://line.me/ti/p/%40t0877744915
E-Mail : testerth@hotmail.com
Link Facebook : www.facebook.com/testerth

ขั้นตอนการสั่งซื้อ :
โอนเงินแล้วแจ้งทาง [ E-Mail / Facebook  / LINE / SMS ]
>> สิ่งที่ต้องแจ้งรายละเอียด <<
1. แจ้งเวลาที่โอน ( ดูที่ใบสลิปธนาคารเป็นหลัก )
2. แจ้งข้อสอบที่สั่งซื้อ
3. แจ้ง E-Mail (เอาเป็นไฟล์) / แจ้งชื่อที่อยู่ เบอร์โทร (เอาเป็นหนังสือ)

ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลพลาซ่า ขอนแก่น
ชื่อบัญชี นายสราวุฒิ สีตาแสง บัญชีออมทรัพย์ 871-2-12709-1

* เก็บสลิปไว้เป็นหลักฐาน อย่าทิ้งเด็ดขาด*
** แนะนำให้ใส่เศษสตางค์เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ เช่น 399.01, 399.25 เป็นต้น **

** ไฟล์ส่งภายในวันที่สั่งซื้อ จัดส่งตามคิว ไม่เกินเที่ยงคืน
*** หนังสือส่งทางไปรษณีย์ จัดพิมพ์ 1 วัน EMS ไม่เกิน 3 วัน


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 01, 2017, 07:39:21 PM โดย testerth »

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบวิศวกรเหมืองแร่ สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- ความรู้เกี่ยวกับกระทรวงอุตสาหกรรม
- แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510
- พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510
- รวมกฎกระทรวง ออกตามความในพระราชบัญญัติแร่
- การจัดการและบริหารทรัพยากรแร่
- การบริหารจัดการทรัพยากรธรณี และทรัพยากรเหมืองแร่
- ความรู้พื้นฐานวิศวกรรมเหมืองแร่
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนักจัดการงานทั่วไป สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- แนวข้อสอบ ความรู้เกี่ยวกับสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
- แนวข้อสอบ ความรู้ทั่วไป
- แนวข้อสอบ เหตุการณ์ปัจจุบัน
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
- พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
- พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาออกของข้าราชการ พ.ศ. 2555


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนักวิชาการอุตสาหกรรม สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- ความรู้เกี่ยวกับกระทรวงอุตสาหกรรม
- ถาม – ตอบ นักวิชาการอุตสาหกรรม
- การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน + แนวข้อสอบ
- การสุขาภิบาลและความเป็นระเบียบในสถานประกอบการ
- เทคนิคการตรวจประเมินสถานประกอบการ
- ธรรมาภิบาลในการจัดการสิ่งแวดล้อม
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535
- ระบบมาตรฐานด้านความปลอดภัยของข้อมูล ISO 27001
- สรุปสาระสำคัญของประชาคมอาเซียน
- สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนักวิเคราะห์นโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- แนวข้อสอบ ความรู้เกี่ยวกับสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
- แนวข้อสอบ ความรู้ทั่วไป
- แนวข้อสอบ เหตุการณ์ปัจจุบัน
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
- พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
- แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านระบบราชการไทย
- เทคนิคการวิเคราะห์ และการวางแผน
- การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อนองค์กร
- การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนงาน โครงการ


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนักวิชาการตรวจสอบภายใน สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- แนวข้อสอบ ความรู้เกี่ยวกับสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
- แนวข้อสอบ ความรู้ทั่วไป
- แนวข้อสอบ เหตุการณ์ปัจจุบัน
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
- ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการตรวจสอบภายในของส่วนราชการ พ.ศ. 2551
- มาตรฐานตรวจสอบภายในและจริยธรรมการปฎิบัติงานตรวจสอบภายในของส่วนราชการ
- แนวทางการเสริมสร้างระบบคุณภาพงานตรวจสอบภายในของส่วนราชการ


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนักสืบสวนสอบสวน สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- แนวข้อสอบ ความรู้เกี่ยวกับสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
- แนวข้อสอบ ความรู้ทั่วไป
- แนวข้อสอบ เหตุการณ์ปัจจุบัน
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
- กฎหมายพื้นฐานที่ใช้ในการปฎิบัติราชการ
- พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการสืบสวน
- สอบสวน และการดำเนินการทางวินัย
- พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนักเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- แนวข้อสอบ ความรู้เกี่ยวกับสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
- แนวข้อสอบ ความรู้ทั่วไป
- แนวข้อสอบ เหตุการณ์ปัจจุบัน
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
- พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
- การแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง
- ระบบการบริหารและการจัดการข้อมูล
- ระบบเครือข่ายสารสนเทศ


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบเจ้าพนักงานธุรการ สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- แนวข้อสอบ ความรู้เกี่ยวกับสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
- แนวข้อสอบ ความรู้ทั่วไป
- แนวข้อสอบ เหตุการณ์ปัจจุบัน
- เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535
- ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาออกของข้าราชการ พ.ศ. 2555


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบเจ้าพนักงานทรัพยากรธรณี สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- ความรู้เกี่ยวกับกระทรวงอุตสาหกรรม
- ความรู้เกี่ยวกับธรณีวิทยา
- ถาม – ตอบ เกี่ยวกับธรณีวิทยา
- แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510
- แนวข้อสอบธรณีวิทยา
- การบริหารจัดการทรัพยากรธรณี และทรัพยากรเหมืองแร่
- การสอบสัมภาษณ์


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบวิศวกร สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- ความรู้เกี่ยวกับกระทรวงอุตสาหกรรม
- พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535
- การจัดความปลอดภัยในงานอุตสาหกรรม
- ถาม-ตอบ หลักความปลอดภัยในการทำงาน
- พื้นฐานวิศวกรรมศาสตร์และอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
- การบริหารงานการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักกล
- การสอบสัมภาษณ์


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบนักวิชาการทรัพยากรธรณี สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ
- แนวข้อสอบพระราชบัญญัติเหมืองแร่ พ.ศ. 2510
- แนวข้อสอบธรณีวิทยา
- ความรู้เกี่ยวกับธรณีวิทยา
- การบริหารจัดการทรัพยากรแร่ธาติ
- แนวข้อสอบวิทยาศาสตร์  (เกี่ยวกับธรณีวิทยา)
- สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติแร่
- การทำเหมืองแร่ Mining
- การบริหารจัดการทรัพยากรธรณี และทรัพยากรเหมืองแร่



แนวข้อสอบ กระทรวงอุตสาหกรรม
แนวข้อสอบ สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม สปอ.
แนวข้อสอบ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงอุตสาหกรรม

แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด

ภาคกลาง
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชัยนาท
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครนายก
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐม
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนนทบุรี
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรี
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสงคราม
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสิงห์บุรี
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุพรรณบุรี
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอ่างทอง

ภาคเหนือ
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกำแพงเพชร
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตาก
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพิจิตร
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุโขทัย
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุตรดิตถ์
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุทัยธานี

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาฬสินธุ์
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครพนม
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดบุรีรัมย์
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดมหาสารคาม
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดมุกดาหาร
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดยโสธร
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดร้อยเอ็ด
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเลย
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดศรีสะเกษ
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสกลนคร
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดหนองคาย
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดหนองบัวลำภู
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอำนาจเจริญ
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี

ภาคตะวันออก
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดจันทบุรี
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตราด
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว

ภาคใต้
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพร
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนราธิวาส
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปัตตานี
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพังงา
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพัทลุง
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดยะลา
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล
แนวข้อสอบ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 02, 2014, 04:49:00 PM โดย testerth »

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535

  1.   เหตุผลและวัตถุประสงค์
               โดยที่ พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2512 กำหนดให้โรงงานทุกลักษณะต้องขออนุญาต แต่ตามลักษณะที่เป็นจริง โรงงานต่าง ๆ มีลักษณะแตกต่างกัน โรงงานบางประเภทไม่จำเป็นต้องควบคุมดูแลการตั้งโรงงาน เพียงแต่ดูแลการดำเนินงานเท่านั้น คงมีแต่โรงงานประเภทที่อาจเกิดอันตรายจากการประกอบกิจการเท่านั้นที่ควรจะควบคุมการจัดตั้งอย่างเคร่งครัด และสมควรปรับปรุงวิธีการอนุญาตให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตรา พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 นี้
2.   โรงงาน หมายความว่า
                    2.1   อาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะ
                    2.2   ที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมตั้งแต่ 5 แรงม้าขึ้นไปหรือใช้คนงานตั้งแต่ 7 คนขึ้นไปโดยจะใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตาม
                    2.3   สำหรับทำ ผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบำรุง ทดสอบ ปรับปรุง แปรสภาพลำเลียง เก็บรักษา หรือทำลายสิ่งใด ๆ
                   2.4   ตามประเภทหรือชนิดของโรงงานที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง(กฏกระทรวง)ฉบันที่ 1 (พ.ศ.2535) (มาตรา 5)
3.   ตั้งโรงงาน หมายความว่า
                    3.1   การก่อสร้างอาคารเพื่อติดตั้งเครื่องจักรสำหรับประกอบกิจการโรงงาน หรือ
                    3.2   นำเครื่องจักรสำหรับประกอบกิจการโรงงานมาติดตั้งในอาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะที่จะประกอบกิจการ (มาตรา 5)
4.   แบ่งโรงงานออกเป็น 3 จำพวก
                    4.1   โรงงานจำพวกที่ 1 ได้แก่ โรงงานประเภท ชนิด และขนาดที่สามารถประกอบกิจการโรงงานได้ทันทีตามความประสงค์
                    4.2   โรงงานจำพวกที่ 2 ได้แก่ โรงงานประเภท ชนิด และขนาด ที่เมื่อจะประกอบกิจการโรงงานต้องแจ้งให้ผู้อนุญาตทราบก่อน
                    4.3   โรงงานจำพวกที่ 3 ได้แก่ โรงงานประเภท ชนิด และขนาด ที่การตั้งโรงงานจะต้องได้รับใบอนุญาตก่อน (มาตรา 7)
5.   พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 มิให้ใช้บังคับแก่โรงงานของทางราชการที่ดำเนินการโดยทางราชการ เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ (มาตรา 5)
6.   ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (โรงงานจำพวกที่ 3) มีอายุการใช้ 5 ปีปฏิทินนับแต่ปีที่เริ่มประกอบการโรงงาน(มาตรา14)การขอต่ออายุใบอนุญาตต้องยื่นคำขอก่อนวันที่ใบอนุญาตภายในกำหนด60วันนับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุแล้วให้ถือว่าได้ยื่นคำขอต่ออายุภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่เมื่อได้รับอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตแล้ว จะต้องเสียค่าปรับเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาต (มาตรา 15)
7.   การขยายโรงงานได้แก่
                    7.1   เพิ่มจำนวน เปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรทำให้มีกำลังรวมเพิ่มขึ้นตั้งแต่ร้อยละห้าสิบขึ้นไป ในกรณีเครื่องจักรเดิมมีกำลังรวมไม่เกินหนึ่งร้อยแรงม้า หรือเพิ่มขึ้นตั้งแต่ห้าสิบแรงม้าขึ้นไป ในกรณีเครื่องจักรเดิมมีกำลังรวมเกินกว่า ร้อยแรงม้า
                     7.2   การเพิ่ม หรือแก้ไขส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคารโรงงาน ทำให้ฐานรากเดิมของอาคารโรงงานฐานใดฐานหนึ่งต้องรับน้ำหนังเพิ่มขึ้นตั้งแต่ห้าร้อยกิโลกรัมขึ้นไป (มาตรา 18)
8.   การโอนและการขอรับโอนใบอนุญาต
                    8.1   ผู้รับใบอนุญาตโอนการประกอบกิจการโรงงาน ให้เช่า หรือให้เช่าซื้อ หรือขายโรงงาน ให้ถือว่าผู้นั้นเลิกประกอบกิจการโรงงานตั้งแต่วันที่ดำเนินการดังกล่าว แล้วแต่กรณี และให้ผู้รับโอน ผู้เช่า หรือผู้เช่าซื้อหรือผู้ซื้อโรงงานขอรับโอนใบอนุญาตภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ถือ
ว่าผู้รับใบอนุญาตเลิกประกอบกิจการโรงงาน (มาตรา 21)
                     8.2   ในกรณีผู้รับใบอนุญาตตาย ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกยื่นคำขอต่อผู้อนุญาตเพื่อรับโอนใบอนุญาตภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้รับใบอนุญาตตาย (มาตรา 22)
9.   มาตรการการกำจัดดูแลโรงงาน
                     9.1   พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ผุ้ประกอบกิจการโรงงานที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติโรงงานฯ โดยสั่งให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือแก้ไขหรือปรับปรุงหรือปฏิบัติให้ถูกต้องหรือเหมาะสมภายในระยะเวลาที่กำหนด (คำสั่งตามมาตรา 37)พนักงานเจ้าหน้าที่เมือได้รับอนุมัติจากปลัดกระทรวง หรือผู้ซึ่งปลัดมอบหมาย มีอำนาจผูกมัดประทับตราเครื่องจักร เพื่อมิให้เครื่องจักรทำงานในระหว่างที่พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งการให้ปรับปรุงแก้ไขโรงงาน (มาตรา 37)
                    9.2   ปลัดกระทรวง หรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมาย มีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานหยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมด หรือบางส่วนชั่วคราวและให้ปรับปรุงแก้ไขโรงงานเสียใหม่ ภายในระยะเวลาที่กำหนดในกรณีดังนี้ (มาตรา 39)
                         9.2.1   เมื่อไม่มีการปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สั่งการ ตามมาตรา 37 โดยไม่มีเหตุอันสมควร
                         9.2.2   การประกอบกิจการอาจก่อให้เกิด อันตรายความเสียหายหรือความเดือดร้อนอย่างร้ายแรงต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน หากผู้ประกอบกิจการโรงงานไม่ทำการปรับปรุงแก้ไขโรงงานภายในระยะเวลาที่
กำหนด ปลัดกระทรวง หรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายมีอำนาจสั่งปิดโรงงาน กรณีที่เป็นโรงงานจำพวกที่ 3 คำสั่งปิดโรงงานเป็นการเพิกถอนใบอนุญาต (คำสั่งให้หยุดประกอบกิจการโรงงาน ใช้อำนาจตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง คำสั่งปิดโรงงานใช้อำนาจตามมาตรา 39 วรรคสาม)
10.   หากราชการเข้าไปจัดการแก้ไขปัญหามลพิษ หรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากโรงงาน โดยขอรับเงินช่วยเหลือจากกองทุนสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุรภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้ (มาตรา 42 วรรคสอง)
11.   ผู้ประกอบกิจการโรงงาน จำพวกที่ 2 และโรงงานจำพวกที่ 3 ต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีทุกปีจนกว่าจะเลิกประกอบกิจการโรงงาน ถ้ามิได้ชำระค่าธรรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนด ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละห้าต่อเดือน และถ้าไม่ยินยอมชำระโดยไม่มีเหตุอันสมควรพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ยุคประกอบกิจการโรงงานได้จนกว่าจะได้ชำระให้ครบถ้วน (มาตรา 43)
12.   ให้มีคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีความผิดตาม พ.ร.บ. โรงงาน 2535 ในเขตกรุงเทพมหานคร และในส่วนภูมิภาคตามความเหมาะสม (มาตรา 65)
13.   กรณีมีการการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. โรงงาน 2535 ให้ถือว่าบุคคลผู้อาศัยอยู่ใกล้ชิดหรือติดกับโรงงานที่มีการกระทำความผิด เป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา (มาตรา 64)
14.   เขตประกอบการอุตสาหกรรม คือท้องที่ใดท้องหนึ่งซึ่งรัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้เป็นเขตประกอบการอุตสาหกรรม (มาตรา 30)
15.   กรณีที่จะมีการตรวจสอบโรงงานหรือเครื่องจักรเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้อาจกำหนดให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการจัดทำรายงานผลการตรวจสอบแทนการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ได้ (มาตรา 9)
16.   การดำเนินคดีผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ. โรงงาน 2535 หากผู้ต้องหารับสารภาพตามข้อกล่าวหาและยินยอมให้คณะกรรมการเปรียบเทียบคดีทำการเปรียบเทียบปรับ ถือว่าคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หากไม่ยินยอมให้เปรียบเทียบปรับก็จะถูกดำเนินคดีต่อไปตามกฎหมายความผิดที่ไม่อาจกระทำการเปรียบเทียบคดีได้ คือ ความผิดตามมาตรา 50 วรรค 2 หรือมาตรา 52 วรรค2 (มาตรา 65)
17.   บรรดากฎกระทรวงและประกาสกระทรวงที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน (ออกตาม พ.ร.บ. โรงงาน 2512) ให้คงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.โรงงาน 2535 (มาตรา 68)
18.   โรงงานจำพวกที่ 3 ในเขตนิคมอุตสาหกรรม หรือในเขตประกอบการอุตสาหกรรมได้รับยกเว้นเกี่ยวกับการขอรับใบอนุญาต และโรงงานจำพวกที่ 2 ได้รับการยกเว้นเกี่ยวกับการแจ้งประกอบกิจการโรงงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (มาตรา 30
19.เพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมความมั่นคงความปลอดภัยของประเทศ หรือของสาธารณชน รัฐมนตรคโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนด จำนวนของโรงงานที่จะให้ตั้งหรือขยาย หรือที่จะไม่ให้ตั้งหรือขยายในท้องที่หนึ่ง หรือจะกำหนดเกี่ยวกับเรื่องวัตถุดิบ กำหนดคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในโรงงาน หรือกำหนดเกี่ยวกับผลผลิตของโรงงานก็ได้ (มาตรา 32)       

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
ตัวอย่างแนวข้อสอบความรู้เกียวกับธรณีวิทยา

1.       หินแบ่งออกเป็น  3  ชนิดตามข้อใด
ก.       หินอัคนี  หินชั้น  หินแปร
ข.       หินอัคนี  หินตะกอน  หินชั้น
ค.       หินตะกอน  หินแกรนิต  หินชั้น
ง.       หินแกรนิต  หินตะกอน  หินอัคนี

2.       เมื่อหินอัคนีถูกแรงอัดนาน ๆ จนทับถมประสานตัวกันแน่นเกิดเป็นหินอะไร
ก.       หินอัคนี
ข.       หินชั้น
ค.       หินแกรนิต
ง.       หินบะซอลต์

3.       สิ่งใดมีอิทธิพลมากที่สุดในการเกิดหินแปร
ก.       แรงโน้มถ่วงของโลก
ข.       พลังงานแสงอาทิตย์
ค.       ความแปรปรวนของอากาศ
ง.       ความร้อนความกดดันภายในโลก

4.       หินศิลาแลงควรใช้ทำอะไรจึงจะเหมาะสมที่สุด
ก.       ทำป้ายชื่อ
ข.       ทำถนน
ค.       ทำครกหิน
ง.       ทำกำแพงสถานที่สำคัญ

5.       ข้อใดเกี่ยวข้องกับการเกิดหินอัคนีมากที่สุด
ก.       ซากพืช
ข.       ซากสัตว์
ค.       โคลนตม
ง.       ลาวา

6.       หินในข้อใดเรียงลำดับการเกิดได้ถูกต้อง
ก.       หินไนส์  หินปูน  ถ่านหิน
ข.       หินดินดาน  หินปูน หินไนส์
ค.       หินแกรนิต หินทราย หินชนวน
ง.       หินปูน  หินอ่อน หินบะซอลต์

7.       หินไนส์ใช้ทำประโยชน์ในด้านใดมากที่สุด
ก.       ทำกระดานชนวน
ข.       ทำครก  ทำโม่
ค.       ประดับอาคารบ้านเรือน
ง.       เป็นส่วนผสมคอนกรีต

8.       หินในข้อใดจัดเป็นหินแปร
ก.       หินอ่อน  หินไนส์
ข.       หินปูน   หินดินดาน
ค.       หินแกรนิต  หินบะซอลต์
ง.       หินทราย  หินแกบโบร

9.       แร่ที่เกิดจากการทับถามของซากพืช  คือข้อใด
ก.          ยิบซั่ม
ข.          ถ่านหิน
ค.          กำมะถัน
ง.          ตะกั่ว

10.    การระเบิดภูเขาทำให้มีผลเสียในเรื่องใดมากที่สุด
ก.       ดิน
ข.       น้ำ
ค.       อากาศ
ง.       ป่าไม้

11.    หลักฐานตามข้อใดที่แสดงให้เห็นว่าเปลือกโลกมีการเปลี่ยนแปลง
ก.       แผ่นดินไหว
ข.       ไฟไหม้ป่า
ค.       การละลายของน้ำแข็งที่ขั้วโลก
ง.       น้ำไหลจากที่สูงสู่ที่ต่ำ

13.  หินในข้อใดคือหินอัคนี
ก.       A, B
ข.       B, D
ค.       C, E
ง.       D, F

14.  หินในข้อใดที่มีลักษณะการเกิดเหมือนกัน
ก.       A, D
ข.       B, C
ค.       C, F
ง.       D, E

15.  หินในข้อใดที่เป็นผลเกิดจากความร้อนและความกัดดันภายใต้ผิวโลก
ก.       A, E
ข.       B, D
ค.       C, F
ง.       D, F

16.  ถ้าต้องการทำตุ๊กตาหินควรเลือกใช้หินชนิดใด
ก.       หินแกรนิต
ข.       หินทราย
ค.       หินชนวน
ง.       หินออบซิเดียน

17.   แร่ชนิดหนึ่งมีสีขาว ความวาวคล้ายแก้ว  เมื่อเอาเล็บขูดจะเป็นรอย แร่นี้น่าจะเป็นแร่ในข้อใด
ก.       ตะกั่ว
ข.       ดีบุก
ค.       ยิปซัม
ง.       ควอร์ตซ์

18.    หลอดบรรจุยาสีฟันที่เราใช้ในปัจจุบันทำมาจากแร่ใด
ก.       ดีบุก
ข.       ตะกั่ว
ค.       สังกะสี
ง.       อะลูมิเนียม

19.   เรานิยมใช้โลหะตะกั่วทำอะไร
ก.       การก่อสร้าง
ข.       ชุบโลหะกันสนิม
ค.       ขั้วของแบตเตอรี่
ง.       ส่วนผสมของสีทาบ้าน

คำชี้แจง  ข้อมูลต่อไปนี้ใช้ประกอบการตอบคำถามข้อ 10 – 12
                เหล็กแท่งหนึ่งมีปริมาณ  10  cm3    มีมวล  78  กรัม  และทองแดงมีปริมาตรเท่ากัน มีมวล  89  กรัม เมื่อกำหนดให้
                ความหนาแน่นของสาร                     =     มวลของสาร
                                                                                                ปริมาตร
                และความหนาแน่นสัมพันธ์             =             ความหนาแน่นของสาร
                                                                                                ความหนาแน่นของน้ำ
จงตอบคำถามต่อไปนี้

20.  เหล็กแท่งนี้มีความหนาแน่นเท่าใด
                ก.   0.78    g/cm3
                ข.  7.08   g/cm3
                ค.   7.8    g/cm3
                ง.  78      g/cm3

20.    เมื่อเปรียบเทียบความหนาแน่นของทองแดงกับเหล็กข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก.       เหล็กมีความหนาแน่นเท่ากับทองแดง
ข.       เหล็กมีความหนาแน่นมากกว่าทองแดง  2  เท่า
ค.       ทองแดงมีความหนาแน่นมากกว่าเหล็ก  2  เท่า
ง.       ทองแดงมีความหนาแน่นมากกว่าเหล็กประมาณ  1.1 เท่า

21.    ความหนาแน่นสัมพันธ์ของทองแดงเท่ากับเท่าไร
ก.       7.8  g/cm3
ข.       8.9    g/cm3
ค.       7.8
ง.       8.9

22.    การกระทำในข้อใดถือว่าเป็นการอนุรักษ์แร่
ก.       ขุดแร่ส่งขายต่างประเทศเพื่อจะได้เงินตราเข้าประเทศมาก
ข.       การนำเศษเหล็กที่ใช้แล้วมาหลอมทำเป็นเหล็กเส้น
ค.       รถเก่าเมื่อเลิกใช้แล้วถอดเก็บชิ้นส่วนเอาไว้
ง.       มีเงินซื้อทองเก็บไว้ที่บ้านมาก ๆ

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
ตัวอย่างแนวข้อสอบ  พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535
********************

1.    “พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535”  มีผลบังคับใช้เมื่อใด
ก. เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวัน  นับตั้งแต่วันประกาศราชกิจจานุเบกษา
ข. วันถัดไป  นับตั้งแต่วันประกาศราชกิจจานุเบกษา
ค. เมื่อพ้นกำหนดสิบวัน  นับตั้งแต่วันประกาศราชกิจจานุเบกษา
ง. เมื่อพ้นกำหนดสามสิบวัน  นับตั้งแต่วันประกาศราชกิจจานุเบกษา

ตอบ    ก.  เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวัน  นับตั้งแต่วันประกาศราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 2  พระราชพระราชบัญญัตินี้ให้บังคับใช้เมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวัน  นับตั้งแต่วันประกาศราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

2.    พระราชบัญญัติโรงงาน  มีผลให้ยกเลิกพระราชบัญญัติ  ฉบับใดบ้าง
ก. พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512
ข. พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2511   
ค. พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2518
ง. พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2522

ตอบ    ก.  พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512
มาตรา 3  ให้ยกเลิก
-    พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512
-    พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2518
-    พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522

3.    พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้กับโรงงานของทางราชการ  เพื่อเหตุผลใด
ก. เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในประเทศ
ข. เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ
ค. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่หน่วยงานราชการ
ง. ไม่มีข้อใดถูก

ตอบ    ข.  เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ
มาตรา 4  พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่โรงงานของทางราชการที่ดำเนินการโดยทางราชการ  เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ  แต่ในการประกอบกิจการนี้ไปเป็นแนวทางในการดำเนินงาน

4.    โรงงาน หมายความว่าอย่างไร
ก. อาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมห้าแรงม้า
ข. อาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมสิบแรงม้า
ค. อาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมสิบห้าแรงม้า
ง. อาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมยี่สิบแรงม้า

ตอบ    ก.  อาคาร สถานที่ หรือยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมห้าแรงม้า
มาตรา 5  ในพระราชบัญญัตินี้
“โรงงาน”  หมายความว่า  อาคาร สถานที่ หรือที่ยานพาหนะที่ใช้เครื่องจักรมีกำลังรวมตั้งแต่ห้าแรงม้าหรือกำลังเทียบเท่าตั้งแต่ห้าแรงม้าขึ้นไป  หรือใช้คนงานตั้งแต่เจ็ดคนขึ้นไป  โดยใช้เครื่องจักรหรือไม่ก็ตามสำหรับทำ ผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบำรุง ทดสอบ ปรับปรุง แปรสภาพ ลำเลียง เก็บรักษา หรือทำลายสิ่งใดๆ  ทั้งนี้ ตามประเภทหรือชนิดของโรงงานที่กำหนดในกฎกระทรวง
“ตั้งโรงงาน”  หมายความว่า  การก่อสร้างอาคารเพื่อติดตั้งเครื่องจักรสำหรับประกอบกิจการ โรงงาน หรือนำเครื่องจักร สำหรับประกอบกิจการโรงงานมาติดตั้งในอาคารสถานที่หรือยานพาหนะที่จะประกอบกิจการ
“ประกอบกิจการโรงงาน”  หมายความว่า  การทำ ผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบำรุง ทดสอบ ปรับปรุง แปรสภาพ ลำเลียง เก็บรักษา หรือทำลายสิ่งใดๆ ตามลักษณะกิจการของโรงงานแต่ไม่รวมถึงการทดสอบเดินเครื่องจักร
“เครื่องจักร”  หมายความ  สิ่งที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายชิ้นสำหรับใช้ก่อกำเนิดพลังงาน  เปลี่ยนหรือแปรสภาพพลังงาน  หรือส่งพลังงาน  ทั้งนี้ ด้วยกำลังน้ำ ไอน้ำ ลม ก๊าซไฟฟ้า หรือพลังงานอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน  และหมายความรวมถึงเครื่องอุปกรณ์ไฟลวีล ปุลเล สายพาน เพลา เกียร์ หรือสิ่งอื่นที่ทำงานสนองกัน
“คนงาน”  หมายความว่า  ผู้ซึ่งทำงานในโรงงาน  ทั้งนี้ ไม่รวมถึงผู้ซึ่งทำงานฝ่ายธุรการ
“ผู้อนุญาต”  หมายความว่า  ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายตามเหมาะสม
“ใบอนุญาต”  หมายความว่า  ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน
“พนักงานเจ้าหน้าที่”  หมายความว่า  ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
“ปลัดกระทรวง”  หมายความว่า  ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
“รัฐมนตรี”  หมายความว่า  รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

5.    ในพระราชบัญญัติฉบับนี้รัฐมนตรีหมายถึงบุคคลใด
ก.    รัฐมนตรีว่าการกระทรวง54.    กลาโหม
ข.    รัฐมนตรีว่าการกระทรวง56.    อุตสาหกรรม
ค.    รัฐมนตรีว่าการกระทรวง58.    มหาดไทย
ง.    รัฐมนตรีว่าการกระทรวง60.    การคลัง61.   

ตอบ      ข.  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม          ดูคำอธิบายข้อข้างต้น

6.    ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตาม มาตรา 8(1) (2) (3) (4) (5) หรือ (8) หรือประกาศของรัฐมนตรีที่ออกตามกฎกระทรวงดังกล่าว  ต้องระวางโทษตามข้อใด
ก. จำคุกไม่เกินห้าเดือน
ข. จำคุกไม่เกินหกเดือน
ค. ปรับไม่เกินสอง65.    แสนบาท
ง. ปรับไม่เกินสามแสนบาท

ตอบ    ค.  ปรับไม่เกินสองแสนบาท

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
ตัวอย่างแนวข้อสอบนักวิชาการอุตสาหกรรม สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

ถาม – ตอบ นักวิชาการอุตสาหกรรม

***********************

1. ข้อดีของการนำเทคโนโลยีสะอาดมาใช้คืออะไร
ตอบ  ช่วยในการลดต้นทุนการผลิต คุณภาพที่สูงขึ้น ของเสียที่มีน้อยลง และสภาพแวดล้อมดีขึ้น

2. กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้จัดโครงการกระตุ้นให้โรงงานอุตสาหกรรมเห็นความสำคัญและมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยลดผลกระทบของพิษจากอุตสหากรรมในประเด็นใดบ้าง
ตอบ  1ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม  มลพิษที่เกิดจากอุตสาหกรรมเป็นอันตรายต่ออนามัยและปลอดภัยของคนงานและชุมชนที่อยู่รอบข้าง รวมถึงระบบนิเวศน์สิ่งแวดล้อม
2.ผลกระทบตามกฏหมาย  กระทรวงวิทยาศาตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมปรับปรุงกฏหมายและระเบียบการปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้ประกอบการกิจการอุตสาหกรรมปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด ผู้ใดละเลยก็ถูกลงโทษตามกฎหมาย
3.ผลกระทบทางธุรกิจ   ในปัจจุบันข้อตกลงทางการค้าเสรีแนวโน้ม ที่จะใช้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมเป็นมาตรการสำคัญทางการค้าระหว่างประเทศ หากธุรกิจไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมจะถูกกีดกันทางการค้าและไม่สามารถเข้าแข่งขันในเวทีการค้าโลกได้

3. ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม คืออะไร
ตอบ  การจัดการสิ่งแวดล้อมที่จัดขึ้นอย่างเป็นระบบ เพื่อดูแลคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจโดยความสมัครใจ ด้วยการใช้การจัดการที่ดีในโรงงาน (Good-Housekeeping) และการผลิตที่สะอาด (Cleaner Production)

4. การนำระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมมาใช้ จะส่งผลดีต่อการประกอบกิจการอย่างไร
ตอบ  ด้านธุรกิจ
- เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
- สร้างภาพพจน์ที่ดีต่อองค์กรธุรกิจและตราผลิตภัณฑ์ (Brandname)
- สร้างข้อได้เปรียบทางการค้าและขยายโอกาสทางการค้ากับต่างประเทศด้านสังคม
- เพิ่มความปลอดภัยในชีวิต สุขภาพอนามัยของผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างสงบสุขด้านเศรษฐกิจของประเทศ
- ช่วยสร้างภาพพจน์ที่ดีต่อองค์กรธุรกิจของประเทศโดยรวม และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ

5. Good Housekeeping  คืออะไร
ตอบ  “การจัดการที่ดีในโรงงาน”  หมายถึง การดูแล เอาใจใส่ ตรวจตรา รักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยในโรงงาน ตลอดจนซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์ และเอาใจใส่สุขภาพอนามัยของพนักงานผู้ปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ

6. หลักการการจัดการที่ดีในโรงงานประสบความสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสิ่งใด
ตอบ  ความเข้าใจและเห็นความสำคัญของผุ้ประกอบการ

7. แนวทางที่เหมาะสมในการจัดการมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทยมีกี่ประเภท  อะไรบ้าง
ตอบ 2 ประเภทคือ ค่าการปล่อยมลพิษ (Emission Charge | EC) และค่าการจัดการมลพิษ (Pollution management Fee | PMF)

8. แนวทางการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมในภาคอุตสาหกรรม ได้แก่แนวทางใดบ้าง
ตอบ  กรมโรงงานอุตสาหกรรมตระหนักถึงปัญหามลพิษที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม จึงได้จัดกิจกรรมหลักในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม ได้แก่ การส่งเสริมให้มีการวางระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการปฏิบัติงานในรูปแบบที่ยั่งยืนซึ่งวิธีการหนึ่งที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ดำเนินการ คือ การเลือกกลุ่มโรงงานที่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษสูงมากทำการศึกษา แนะนำวิธีการหรือเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา

9. คู่มือจัดการสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรมที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมจัดทำขึ้น เพื่อใช้ประกอบการจัดการมลพิษอุตสาหกรรมมีจำนวนเท่าใด
ตอบ  จำนวน 9 อุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมฟอกหนัง อุตสาหกรรมสกัดน้ำมันปาล์ม อุตสาหกรรมปลากระป๋อง อุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง แป้งมันดัดแปรและแป้งมันแปรรูป อุตสาหกรรมหล่อหลอมโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก อุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษ อุตสาหกรรมฆ่าโค สุกร และสัตว์ปีก อุตสาหกรรมฟอกย้อม

10. องค์ประกอบสำคัญในการส่งเสริมให้ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมบรรลุเป้าหมาย มีอะไรบ้าง
ตอบ   การจัดการที่ดีในโรงงาน (Good | House | keeping)
การใช้เครื่องมือหรือหลักการทางเศรษฐศาสตร์ (Economic Instruments)
การผลิตที่สะอาด (Cleaner Production)

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
ตัวอย่างแนวข้อสอบวิศวกรเหมืองแร่ สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

ถาม – ตอบ ความรู้พื้นฐานวิศวกรเหมืองแร่
1.   จงอธิบายการกำหนดแหล่งแร่ ให้ละเอียด
    ตอบ    การกำหนดแหล่งแร่โดยอาศัยข้อมูลจากการสำรวจในภาพกว้างๆ เช่น ข้อมูลจากแผนที่ธรณีวิทยาที่ได้จากการแปรความหมายภาพถ่ายทางอากาศ ข้อมูลการสำรวจธรณีฟิสิกส์บนผิวดินที่ได้จากการสำรวจธรณีฟิสิกส์แบบแรงโน้มถ่วง (Gravity Survey) การสำรวจธรณีฟิสิกส์แบบคลื่นแม่เหล็ก (Magnetic Survey)และการสำรวจธรณีฟิสิกส์แบบคลื่นสั่นสะเทือน (Seismic Survey) หรือข้อมูลจากการสำรวจธรณีเคมี ซึ่งสามารถทำให้กำหนดพื้นที่ที่เชื่อได้ว่ามีสายแร่วางตัวอยู่ โดยที่ขอบเขตของแหล่งแร่ยังเป็นอาณาบริเวณกว้าง หรือยังไม่ทราบขอบเขตที่แน่นอน ดังนั้นการดำเนินการเพื่อที่จะหาขอบเขตที่แน่นอนในเชิงความลึกและในแนวบริเวณจึงจำเป็นต้องมีการเจาะสำรวจเพิ่มเติม

2.   การเจาะสำรวจสามารถแบ่งได้เป็นกี่ขั้นตอน และให้อธิบายวิธีการเจาะอย่างละเอียด
    ตอบ    การเจาะสำรวจสามารถแบ่งได้เป็น 2 ขั้นตอน คือ
     ขั้นตอนที่ 1 เป็นการเจาะสำรวจแบบสุ่ม โดยเป็นการสุ่มเจาะเก็บตัวอย่างเพื่อกำหนดพื้นที่แหล่งแร่ได้ชัดเจนมากขึ้น โดยที่การสุ่มเจาะอาศัยข้อมูลจากการสำรวจธรณีวิทยาที่มีอยู่แล้ว เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับชนิดและโครงสร้างของชั้นหิน เพื่อให้ได้ข้อมูลจากหลุมเจาะมากที่สุด
     ขั้นตอนที่ 2 เป็นการเจาะอย่างละเอียด เป็นการเจาะเก็บตัวอย่างเพื่อหาข้อมูลของแหล่งแร่ในอาณาบริเวณขอบเขตที่กำหนดจากการเจาะสำรวจแบบสุ่ม ซึ่งข้อมูลที่ได้สามารถนำไปคำนวณหาปริมาณและความสมบูรณ์ของแหล่งแร่ได้
     การเจาะสำรวจสามารถกระทำได้ 3 วิธี คือ การเจาะสำรวจแบบหัวเพชร (Diamond Drilling) การเจาะสำรวจแบบหมุน (Auger หรือ Roller – Bit Rotary) และการเจาะแบบกระแทก (Percussion)
     1) การเจาะสำรวจแบบหัวเพชร (Diamond Drilling) เป็นการเจาะสำรวจที่เหมาะสำหรับหินที่มีความแข็งมากและการเจาะที่ระดับความลึกปานกลางถึงลึกมาก โดยตัวอย่างที่ได้จะเป็นแท่งตัวอย่าง (Core) ซึ่งยังคงรักษาสภาพดั้งเดิมทั้งลักษณะทางกายภาพของชั้นหินและโครงสร้างของชั้นหินมากที่สุด ประโยชน์ของแท่งตัวอย่างที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ สามารถนำแท่งตัวอย่างไปทดสอบด้านกลศาสตร์หินได้ การเจาะแบบนี้ชั้นหินจะถูกเจาะโดยหัวเจาะที่มีเพชรหรือทังสเตนคาร์ไบน์ติดอยู่ เศษชิ้นส่วนเล็กๆ ที่ถูกกัดโดยหัวเจาะจะถูกนำพาขึ้นมาบนผิวดินโดยน้ำ อากาศ หรือน้ำโคลน ขณะที่แท่งตัวอย่างจะถูกเก็บไว้ในแท่งเก็บ ตัวอย่าง (Core Barrel) ที่ต่อจากหัวเจาะ และเมื่อตัวอย่างเต็มแท่งเก็บตัวอย่างแล้ว แท่งเก็บตัวอย่างจะถูกชักขึ้นมาโดยไม่มีการถอนก้านเจาะออกมาจากหลุม การเจาะสำรวจแบบนี้สามารถเจาะได้ถึงระดับลึกมาก
     2) การเจาะแบบหมุน (Rotary Drilling) การเจาะสำรวจแบบนี้ใช้ในกรณีที่ไม่ต้องการแท่งตัวอย่าง (Core) โดยชั้นหินที่เจาะผ่านจะถูกกัดออกมาเป็นเศษตัวอย่าง (Cutting) และถูกนำพาขึ้นมายังปากหลุมเจาะผ่านก้านเจาะโดยน้ำโคลน เนื่องจากชั้นหินจะถูกกัดออกมาเป็นชิ้นๆ เศษตัวอย่างที่ได้จะให้ข้อมูลชนิดหินโครงสร้างของชั้นหินและความต่อเนื่องของชั้นหินได้ไม่ดีเท่าแท่งตัวอย่าง การเจาะแบบนี้นิยมใช้กับหลุมที่ไม่ลึกมากนักและชั้นหินมีความแข็งอยู่ในระดับปานกลาง หรือใช้ในกรณีที่ต้องการเจาะผ่านชั้นหินที่รองรับอยู่ชั้นบนของแหล่งแร่ (Overburden)
     3) การเจาะแบบกระแทก (Percussion Drilling) การเจาะสำรวจแบบนี้จะคล้ายกับการเจาะสำรวจแบบหมุนคือ ใช้ในกรณีที่ไม่ต้องการแท่งตัวอย่าง โดยที่ชั้นหินที่เจาะผ่านจะถูกกระแทกและเศษตัวอย่างที่หลุดออกมาจากชั้นหินจะถูกนำพาขึ้นมายังปากหลุมเจาะ การเจาะสำรวจแบบนี้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างถูก เมื่อเปรียบเทียบกับการเจาะแบบหัวเพชร และสามารถเจาะได้ที่ความลึกไม่มากนัก เศษตัวอย่างให้ข้อมูลชนิดของหิน โครงสร้างและความต่อเนื่องไม่ชัดเจนเท่ากับแท่งตัวอย่าง
     การเลือกวิธีการเจาะสำรวจขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการเจาะสำรวจเป็นสำคัญ เช่น ในกรณีที่การเจาะสำรวจเพื่อหาความสมบูรณ์ของแหล่งแร่ หรือเพื่อต้องการตัวอย่างไปทดสอบด้านกลศาสตร์หินสมควรเจาะสำรวจแบบหัวเพชร ในขณะเดียวกันถ้าวัตถุประสงค์การเจาะสำรวจเพื่อกำหนดขอบเขตของแหล่งแร่ การเจาะสำรวจแบบหมุนหรือแบบกระแทกก็จะเพียงพอ ทั้งนี้ปัจจัยอื่นๆ ที่นำมาพิจารณาประกอบในการเลือกวิธีการเจาะสำรวจด้วยเช่น ความลึกของหลุมเจาะ พื้นที่การเจาะสำรวจและงบประมาณ

3.   ให้อธิบายการเก็บตัวอย่างแร่ที่เหมาะสมสำหรับแหล่งแร่แบบต่างๆ ให้ละเอียด
    ตอบ    การเจาะสำรวจเป็นการเจาะผ่านชั้นหิน ตัวอย่างหินที่ได้เป็นแท่งตัวอย่าง (Core) หรือเศษตัวอย่าง (Cutting) ซึ่งบ่งบอกการเปลี่ยนแปลงทางด้านธรณีวิทยาในเชิงลึก เช่น การเปลี่ยนแปลงชนิดของชั้นหินโครงสร้างและการวางตัวของชั้นหิน ในกรณีที่การเจาะสำรวจผ่านชั้นแร่ สามารถนำตัวอย่างแร่ไปวิเคราะห์หาปริมาณและความสมบูรณ์แหล่งแร่ได้ ดังนั้นการเก็บตัวอย่างแร่ที่เหมาะสมสำหรับแหล่งแร่แบบต่างๆ มี ดังนี้
     1) แหล่งแร่ที่อยู่ใกล้ผิวดิน (Surfacial Deposit) ในกรณีที่แหล่งแร่อยู่ใกล้ผิวดิน การเก็บตัวอย่างสามารถทำได้โดยใช้การเจาะสำรวจแบบหมุนหรือแบบกระแทก ซึ่งตัวอย่างที่ได้เป็นเศษแร่ที่เก็บจากปากหลุม ในกรณีที่ต้องการข้อมูลที่สมบูรณ์มากขึ้น การเจาะสำรวจแบบหัวเพชร ซึ่งให้ตัวอย่างที่เป็นแท่งตัวอย่างจะบ่งบอกการเปลี่ยนแปลงทางด้านธรณีวิทยาและความสมบูรณ์ของแหล่งแร่ได้ดีที่สุด
     2) แหล่งแร่ลาน (Alluvial Deposit) การเก็บตัวอย่างสามารถทำได้โดยการขุดเป็นหลุม (Pitting) หรือขุดเป็นร่อง (Trenching) และเก็บตัวอย่างในหลุมและตามแนวร่องเพื่อวิเคราะห์หาความสมบูรณ์ของแหล่งแร่ ในกรณีที่แหล่งแร่อยู่ลึกเกินกว่าที่สามารถขุดเป็นหลุมหรือร่องได้ สามารถใช้การเจาะสำรวจแบบหมุนและแบบกระแทกเพื่อเก็บเศษตัวอย่างได้
     3) แหล่งแร่ที่อยู่ลึกจากผิวดิน (Deep Deposit) การเก็บตัวอย่างจากแหล่งแร่ที่อยู่ลึกจากผิวดินนิยมใช้วิธีการเจาะสำรวจ ซึ่งการเจาะสำรวจอาจจะเริ่มจากการเจาะสำรวจแบบกระแทกและแบบหมุนผ่านชั้นดิน ชั้นหินที่วางตัวอยู่ชั้นบน (Overburden) ของชั้นแร่ และเมื่อถึงชั้นแร่จะใช้การเจาะสำรวจแบบหัวเพชร เพื่อเก็บแท่งตัวอย่างแร่ การเจาะสำรวจแบบหัวเพชร สามารถทำได้ดีที่ความลึกมากๆ
     4) แหล่งแร่ใต้ดินที่มีหน้างานเปิดอยู่แล้ว (Existing Underground Mine) ในกรณีที่บริเวณแหล่งแร่มีหน้างานใต้ดินเปิดอยู่แล้ว เช่น อุโมงค์สำรวจ (Prospecting Shaft) อุโมงค์ระบายอากาศ (Ventilation Shaft) Drift Adit หรือ Cross Cut โดยตัวอย่างจะเก็บตามแนวของหน้างาน เช่น เก็บตัวอย่างเป็นร่อง (Groove หรือ Channel Sample) ตลอดแนวหรือเป็นช่วงๆของอุโมงค์เอียง (Inclined Shaft) การเก็บตัวอย่างแบบสุ่มโดยเลือกเก็บตัวอย่างเป็นจุดๆ (Chip Sample) หรือขุดตัวอย่างจากบริเวณหน้างาน (Grab Sample) โดยที่รูปร่างของตัวอย่างส่วนมากจะเป็นแบบไม่แน่นอน (Irregular Shape) ในบางกรณีอาจมีการเจาะเก็บแท่งตัวอย่าง (Coring) บริเวณหน้างานเพื่อนำ ไปทดสอบด้านกลศาสตร์หิน ซึ่งขนาด
เส้นผ่าศูนย์กลางของแท่งตัวอย่างขึ้นกับชนิดการทดสอบ หรือการเก็บตัวอย่างเป็นจำนวนมาก (BulkSample) เพื่อนำมาทดลองด้านการแต่งแร่
     การเก็บตัวอย่างครอบคลุมพื้นที่แหล่งแร่ทั้งหมดเพื่อบ่งบอกถึงลักษณะขอบเขตของแหล่งแร่และการเปลี่ยนแปลงของความสมบูรณ์ของแหล่งแร่ ซึ่งสามารถบอกการเปลี่ยนแปลงของความสมบูรณ์แร่ในแนวระนาบและแนวดิ่ง (Horizontal and Vertical Variation) ในแต่ละระดับ (Level) และตอน (Section) ได้อย่างชัดเจน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ใช้เป็นข้อมูลในการควบคุม หรือออกแบบการขุดทำเหมืองต่อไป
     การกำหนดปริมาณและตำแหน่งของตัวอย่าง ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของแหล่งแร่ขอบเขตแหล่งแร่ การเข้าถึงพื้นที่ งบประมาณและอื่นๆ เช่น จำนวนของตัวอย่างของแหล่งแร่ที่มีการกระจายตัวที่ต่อเนื่องและมีความสมบูรณ์ที่สม่ำเสมอ จะน้อยกว่าของแหล่งแร่ที่มีการกระจายตัวไม่ต่อเนื่องและมีความสมบูรณ์ของแร่ที่มีความแปรปรวนสูง

4.  บอกเป้าหมายสูงสุดในการกำหนดตำแหน่งหลุมเจาะเก็บตัวอย่าง และให้อธิบายขั้นตอนการสำรวจ
    ตอบ    เป้าหมายสูงสุดในการกำหนดตำแหน่งหลุมเจาะเก็บตัวอย่างเพื่อให้ได้ข้อมูลมากที่สุดจากจำนวนหลุมเจาะที่น้อยที่สุด ซึ่งการกำหนดตำแหน่งหลุมเจาะอาศัยข้อมูลด้านธรณีวิทยาแหล่งแร่ เช่นตำแหน่งแหล่งแร่ รูปร่างและการวางตัวของแหล่งแร่ ข้อมูลเศรษฐ์ศาสตร์ และจากข้อมูลบันทึกสถิติที่ผ่านมา ซึ่งขั้นตอนการสำรวจแหล่งแร่ โดยทั่วไปแล้วเริ่มต้นจากการกำหนดหลุมเจาะเพียงไม่กี่หลุมที่อยู่ห่างกันเป็นระยะค่อนข้างมาก ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการสำรวจขั้นต้นจะนำไปใช้ในการวางแผนการเจาะสำรวจในขั้นรายละเอียด หลังจากการตรวจสอบและวิเคราะห์แล้วพบว่า มีความน่าเชื่อถือและชัดเจนเพียงพอสำหรับใช้ในการควบคุมหรือออกแบบการทำเหมือง ถือว่าการสำรวจเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว แต่ถ้าในกรณีที่ข้อมูลจากการสำรวจในรายละเอียดยังมีความขัดแย้งกันอยู่หรือมีความชัดเจนไม่เพียงพอสำหรับการใช้ในการควบคุมหรือการออกแบบการทำเหมือง การเจาะสำรวจขั้นรายละเอียดจำเป็นต้องดำเนินการต่อไป โดยการเพิ่มจำนวนหลุมเจาะในตำแหน่งข้อมูลมีความแปรปรวนมากที่สุด ซึ่งแบ่งขั้นตอนการเจาะสำรวจเป็น 4 ขั้นตอน
     โดยขั้นตอนที่1 (a) การเจาะสำรวจขั้นต้น (Information Drilling) ซึ่งประกอบด้วยหลุมเจาะจำนวน 5 หลุม เพื่อยืนยันการมีอยู่และการกระจายตัวของแหล่งแร่อย่างคร่าวๆ
     ขั้นตอนที่ 2 (b) เป็นการเจาะสำรวจเพื่อหาขอบเขตของแหล่งแร่ (Outline Drilling) ซึ่งประกอบด้วยหลุมเจาะจำนวน 15 หลุม
     ขั้นตอนที่ 3 (c) เป็นการเจาะสำรวจเก็บตัวอย่างแร่ (Sample Drilling) เป็นการเจาะสำรวจเพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของแหล่งแร่ ซึ่งประกอบด้วย หลุมเจาะจำนวน 31 หลุม ตามตำแหน่งของกริดที่มีระยะห่างที่แน่นอน (Regular Grid Spacing) ที่ได้ถูกออกแบบไว้
     ขั้นตอนที่ 4 (d) เป็นการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาใช้ประกอบในการกำหนดขอบเขตแหล่งแร่ที่แน่นอน และขอบเขตพื้นที่ทำเหมือง

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดยะลา เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ใน 2 ตำแหน่ง รวม 2 อัตรา (20 ก.พ. - 10 มี.ค. 2558)

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
สำนักงานประกันสังคมจังหวัดสงขลา เปิดรับสมัคบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป รวม 1 อัตรา (28 ส.ค. - 6 ก.ย. 2560)

testerth

  • www.korsobthai.com
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2466
    • ดูรายละเอียด
    • ขาย แนวข้อสอบ ราชการ รัฐวิสาหกิจ ทุกหน่วยงาน
สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก เปิดรับสมัคบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป รวม 1 อัตรา (29 ส.ค. - 6 ก.ย. 2560)

 

ข้อสอบไทย แหล่งรวมข้อสอบราชการทุกหน่วยงาน ข่าวการเปิดสอบราชการ จากทีมงาน ชีทไทย.คอม