ผู้เขียน หัวข้อ: แจกฟรี!!! ถาม-ตอบ กฎหมายและกฎระเบียบเกี่ยวกับการพัสดุและการจำหน่ายพัสดุ !!!  (อ่าน 1440 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Exam.st

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3756
    • ดูรายละเอียด
    • https://www.facebook.com/exam.sheetthai?ref=stream


ถาม-ตอบ กฎหมายและกฎระเบียบเกี่ยวกับการพัสดุและการจำหน่ายพัสดุ
ถาม – ตอบ
กฎหมายและกฎระเบียบเกี่ยวกับการพัสดุและการจำหน่ายพัสดุ
**********************
[/color]
 
สิทธิของสาธรณชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของราชการที่สำคัญ 3 ประการ  ได้แก่ อะไรบ้าง
ตอบ  ประการแรก กำหนดให้ข้อมูลข่าวสารของทางราชการต้องเปิดเผยให้สาธารณชน ได้รับรู้ตรวจดูค้นคว้าหรือคัดสำเนาได้ ทำให้สาธารณชนและเอกชนมีบทบาทและการมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจบริหารของรัฐการควบคุมหรือการตรวจสอบการดำเนินการของรัฐได้ด้วยตนเอง นอกเหนือจากการควบคุม หรือ ตรวจสอบตามวิถีทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย
ประการที่สอง กำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดทำการเก็บรักษาและการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการประเภทต่างๆ โดยมีองค์กรในรูปของคณะกรรมการมีหน้าที่ในการสอดส่องดูแลและให้คำแนะนำให้เจ้าหน้าของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
ประการที่สาม กำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขในการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลข่าวสารบุคคลซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลของส่วนราชการหรือที่ส่วนราชการจัดทำ ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ซึ่งได้รับการรับรองและคุ้มครองตามกฎหมาย
2. การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง คือ การปฏิบัติราชการเพื่อบรรลุเป้าหมายหลักอย่างน้อยกี่ประการ  อะไรบ้าง
ตอบ  7 ประการ   ได้แก่
การบริหารราชการเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขของประชาชน
การบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐในการปฏิบัติราชการ
การบริหารราชการอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐเป็นการกำหนดวิธีการทำงานของส่วนราชการให้มีประสิทธิภาพและสามารถวัดความคุ้มค่าในการปฏิบัติภารกิจได้
การลดขั้นตอนการปฏิบัติงานกำหนดหน้าที่ให้ส่วนราชการปฏิบัติเพื่อลดระยะเวลาการสั่งการอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการที่มีผลโดยตรงต่อประชาชน ให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
การปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการเป็นการให้ส่วนราชการตรวจสอบหน่วยงานของตนเพื่อปรับปรุงภารกิจให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปหรือสอดคล้องกับการปฏิบัติงานตามนโยบายหรือแผนปฏิบัติราชการด้วยวิธีการต่างๆ
การอำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชนเพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการที่รวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ให้ภาครัฐได้ตรวจสอบความต้องการของประชาชน รับรู้สภาพปัญหาและแก้ไขปัญหาได้
การประเมินผลการปฏิบัติราชการเพื่อวัดผลการปฏิบัติราชการ
3. การจำหน่ายพัสดุมีกี่วิธี   อะไรบ้าง
ตอบ   4   วิธี   ได้แก่
1) ขาย ให้ดำเนินการขายโดยวิธีทอดตลอดก่อน แต่ถ้าขายโดยวิธีทอดตลอดแล้วไม่ได้ผลดี ให้นำวิธีที่กำหนดเกี่ยวกับการซื้อมาใช้อนุโลม เว้นแต่การขายพัสดุครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาหรือได้มารวมกันไม่เกิน 100,000 บาท จะขายโดยวิธีตกลงราคาโดยไม่ต้องขายทอดตลาดก่อนก็ได้การขายให้ส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การสถานกุศลตามมาตรา 47(7)แห่งประมวลรัษฎากรให้ขายโดยวิธีตกลงราคา
2) แลกเปลี่ยน ให้ดำเนินการตามวิธีการแลกเปลี่ยนที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
3) โอน ให้โอนแก่ส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นรัฐวิสาหกิจ หรือองค์การสถานสาธารณะกุศลตามมาตรา 47(7) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ให้มีหลักฐานการส่งมอบไว้ต่อกันด้วย
4) แปรสภาพหรือทำลาย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ส่วนราชการกำหนด ซึ่งในการจำหน่ายพัสดุในบางกรณีการจำหน่ายพัสดุ จะต้องจัดให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
การจัดหาพัสดุตามระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ได้กำหนดประเภทของการจัดหาพัสดุไว้กี่ประเภท  อะไรบ้าง
ตอบ  6 ประเภทคือ การซื้อ การจ้าง การจ้างที่ปรึกษา การจ้างออกแบบและควบคุม การแลกเปลี่ยน และการเช่า
4. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ได้กำหนดวิธีการซื้อหรือการจ้างไว้กี่วิธี  อะไรบ้าง
ตอบ   6  วิธี  ได้แก่
1.วิธีตกลงราคา  2.  วิธีสอบราคา   3. วิธีประกวดราคา   4.  วิธีพิเศษ  5. วิธีกรณีพิเศษ  6. วิธีประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
5. การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคา ได้แก่
ตอบ  การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งมีราคาไม่เกิน 100,000 บาท
6. การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา ได้แก่
ตอบ  การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท
7. การซื้อหรือการจ้างนั้นครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน 2,000,000 บาท  เป็นการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีใด
ตอบ   วิธีประกวดราคา
8. วิธีประกวดราคาการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคา  มีกี่แบบ  อะไรบ้าง
ตอบ  2 แบบ ดังนี้
(1)       การประกวดราคาโดยทั่วไป
การประกวดราคาโดยทั่วไป มีหลักการว่าต้องเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันทั่วไปแก่ผู้ที่สนใจ ซึ่งมีคุณสมบัติทางการเงิน และมีขีดความสามารถในการยื่นคำเสนอประกวดราคาได้และในการดำเนินการคัดเลือกต้องเสมอภาคและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย แต่อาจมีข้อจำกัดบางประการเกี่ยวกับผู้ที่จะเข้ามาทั้งในแง่ของความสามารถคุณสมบัติ ความเหมาะสมของผู้ที่จะเข้ามาเป็นคู่แข่งกับรัฐทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของรัฐซึ่งการดำเนินการประกวดราคาทั่วไปนี้ จะเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในข้อ 44 ข้อ 45 และข้อ 46 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535
(2)       การประกวดราคาเฉพาะผู้ที่ผ่านการคัดเลือก
ส่วนราชการใดประสงค์จะคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้นในการซื้อและการจ้างให้กระทำได้ในกรณีที่จำเป็นต้องจำกัดเฉพาะผู้ที่มีสามารถ โดยกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกประกาศให้ผู้ที่สนใจทราบโดยเปิดเผย พร้อมทั้งส่งให้คณะกรรมการควบคุมพัสดุด้วย ในการดำเนินการคัดเลือกให้ส่วนราชการของเรื่องจัดทำรายงานเสนอขออนุมัติหัวหน้าส่วนราชการผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ พร้อมด้วยเอกสารคัดเลือกคุณสมบัติเบื้องต้น
9. การซื้อโดยวิธีพิเศษ ได้แก่
ตอบ  การซื้อครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาเกิน 100,000 บาท และกระทำได้เฉพาะภายใต้เงื่อนไขกรณีหนึ่งกรณีใด ตามข้อ 23 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ได้แก่
1) เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศ หรือ หน่วยงานของต่างประเทศ
2) เป็นพัสดุที่ต้องซื้อเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะต้องเสียหายแก่ราชการ
3) เป็นพัสดุเพื่อใช้ในราชการลับ
4) เป็นพัสดุที่มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในสถานการณ์ที่จำเป็นหรือเร่งด่วนหรือ เพื่อประโยชน์ของส่วนราชการ และจำเป็นต้องซื้อเพิ่ม
5) เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อ โดยตรงจากต่างประเทศหรือดำเนินการโดยผ่านองค์การระหว่างประเทศ
6) เป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งาน หรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่จำเป็นจะต้องระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะ ซึ่งหมายความรวมถึงอะไหล่ รถประจำตำแหน่ง หรือยารักษาโรคที่ไม่ต้องซื้อตามชื่อสามัญในบัญชียาหลักแห่งชาติ
7) เป็นพัสดุที่เป็นที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่ง
8) เป็นพัสดุที่ได้ดำเนินการซื้อโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดีการจ้างโดยวิธีพิเศษ ได้แก่ การจ้างครั้งหนึ่ง ซึ่งมีราคาเกิน 100,000 บาท และกระทำได้เฉาพะภายใต้เงื่อนไขกรณีหนึ่งกรณีใดตามข้อ 24 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ได้แก่
1) เป็นงานที่ต้องจ้างช่างผู้มีฝีมือโดยเฉพาะ หรือผู้มีความชำนาญเป็นพิเศษ
2) เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องตรวจสอบให้ทราบ ความชำรุดเสียหายก่อนจึงจะประมาณค่าซ่อมได้ เช่น งานจ้างซ่อมเครื่องจักร เครื่องมือกล เครื่องยนต์ เครื่องไฟฟ้าหรือ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
3) เป็นงานที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่ราชการ
4) เป็นงานที่ต้องปกปิดเป็นความลับของทางราชการ
5) เป็นงานที่จำเป็นต้องการจ้างเพิ่มในสถานการณ์ที่จำเป็น หรือเร่งด่วนหรือเพื่อประโยชน์ของส่วนราชการและจำเป็นต้องจ้างเพิ่ม (repeat Order)
6) เป็นงานที่ได้ดำเนินการจ้างโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดีขั้นตอนการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ เมื่อบุคคลซึ่งมีอำนาจ อนุมัติการซื้อหรือการจ้างให้ความเห็นชอบในการจัดซื้อตามที่เจ้าหน้าที่พัสดุเสนอในกรณีที่เป็นการซื้อ ก็ให้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษขึ้น
10. การจ้างโดยวิธีพิเศษ ในกรณีเป็นงานที่ดำเนินการจ้างโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดีจะต้องปฏิบัติอย่างไร
ตอบ   ให้สืบราคาจากผู้มีอาชีพรับจ้างทำงานนั้นโดยตรง และผู้เสนอราคาในการเสนอราคาหรือประกวดราคาซึ่งถูกยกเลิกไป (ถ้ามี) หากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องถิ่นหรือราคาที่ประมาณได้หรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้
11. การจ้างโดยวิธีพิเศษในกรณีที่เป็นงานที่จำเป็น ต้องจ้างเพิ่มในสถานการณ์ที่จำเป็นหรือเร่งด่วน หรือเพื่อประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐ และจำเป็นต้องจ้างเพิ่ม  จะต้องปฏิบัติอย่างไร
ตอบ  ให้เจรจากับผู้รับจ้างรายเดิมตามสัญญาหรือข้อตกลงซึ่งยังไม่สิ้นสุดระยะเวลาการส่งมอบ เพื่อขอให้มีการจ้างตามรายละเอียดและราคาที่ต่ำกว่าหรือ ราคาเดิม โดยคำนึงถึงราคาต่อหน่วยตามสัญญาเดิม (ถ้ามี)เพื่อให้บังเกิดผลประโยชน์สูงสุดเท่าที่หน่วยงานของรัฐจะได้รับ
 
12. การซื้อหรือจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ ได้แก่
ตอบ  การซื้อหรือการจ้าง จากส่วนราชการหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือ รัฐวิสาหกิจ ในกรณีดังต่อไปนี้
1) เป็นผู้ผลิตพัสดุหรือทำงานจ้างนั้นเอง และนายกรัฐมนตรี อนุมัติให้ซื้อหรือจ้าง
2) มีกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้ซื้อหรือจ้าง
14. การประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง
ตอบ  การแข่งขันเสนอราคาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยมีวิธีการดังต่อไปนี้
1) ประมูลแบบเปิดราคา เป็นการประมูลแข่งขันเสนอราคาต่ำสุดโดยแสดงตัวเลขที่มีการเสนอราคา แต่ไม่แสดงว่าผู้ใดเป็นผู้เสนอราคา
2) ประมูลแบบปิดราคา เป็นการประมูลแข่งขันเสนอราคาต่ำสุดโดยแสดงชื่อผู้เสนอราคาต่ำสุด แต่ไม่แสดงตัวเลขที่มีการเสนอราคาการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ประกอบด้วยกระบวนการดำเนินงาน2 ส่วน ได้แก่
ส่วนที่ 1 การที่หัวหน้าส่วนราชการคัดเลือกผู้ให้บริการทางด้านตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ จากทะเบียนรายชื่อผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์และประกาศผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อทำหน้าที่จัดการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานของรัฐนั้น
ส่วนที่ 2 การที่หัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นคณะหนึ่ง
15. คณะกรรมการดำเนินการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์  ประกอบด้วย
ตอบ ประธานกรรมการหนึ่งคน โดยแต่งตั้งจากข้าราชการระดับ 6 หรือเทียบเท่าขึ้นไป และกรรมการอย่างน้อยสองคน โดยแต่งตั้งจากข้าราชการระดับ 3 หรือเทียบเท่าขึ้นไปคณะกรรมการดำเนินการประมูล
16. โดยปกติการแลกเปลี่ยนพัสดุจะกระทำมิได้ เว้นแต่ในกรณีใด
ตอบ   หัวหน้าส่วนราชการเห็นว่ามีความจำเป็นต้องแลกเปลี่ยน ให้กระทำได้เฉพาะการแลกเปลี่ยนครุภัณฑ์กับครุภัณฑ์และการแลกเปลี่ยนวัสดุกับวัสดุ ตามหลักเกณฑ์ดังนี้
การแลกเปลี่ยนครุภัณฑ์กับครุภัณฑ์ประเภทและชนิดเดียวกันให้แลกเปลี่ยนได้ เว้นแต่การแลกเปลี่ยนครุภัณฑ์บางอย่างซึ่งสำนักงบประมาณกำหนดหรือการแลกเปลี่ยนที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มให้ขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณก่อน
การแลกเปลี่ยนครุภัณฑ์ต่างประเภทหรือต่างชนิดกัน ให้ขอทำความตกลงกับสำนักงบประมาณก่อนทุกกรณี
การแลกเปลี่ยนวัสดุกับวัสดุประเภทและชนิดเดียวกันไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ให้แลกเปลี่ยนได้ กรณีนอกเหนือจากนี้ ให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังก่อนในส่วนของวิธีการแลกเปลี่ยนพัสดุนั้น ระเบียบฯ กำหนดว่า กรณีต้องมีการแลกเปลี่ยนพัสดุให้เจ้าหน้าที่พัสดุรายงานต่อหัวหน้าส่วนราชการเพื่อพิจารณาสั่งการ โดยรายงานตามรายการดังต่อไปนี้
1) เหตุผลและความจำเป็นต้องแลกเปลี่ยน
2) รายละเอียดของพัสดุที่จะนำไปแลกเปลี่ยน
3) ราคาที่ซื้อหรือได้มาของพัสดุที่จะนำไปแลกเปลี่ยน และราคาที่จะแลกเปลี่ยนได้โดยประมาณ
4) พัสดุที่จะรับแลกเปลี่ยน และให้ระบุว่าจะแลกเปลี่ยนกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่น ซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน
5) ข้อเสนออื่นๆ (ถ้ามี) กรณีที่จะแลกเปลี่ยนกับเอกชน ให้ระบุวิธีที่จะแลกเปลี่ยนพร้อมทั้งเหตุผล โดยเสนอให้นำวิธีการซื้อใช้โดยอนุโลม เว้นแต่การแลกเปลี่ยนพัสดุที่จะนำไปแลกครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาซื้อหรือได้มารวมกันไม่เกิน 100,000 บาท จะเสนอให้ใช้วิธีตกลงราคาก็ได้
17. การแลกเปลี่ยนพัสดุของส่วนราชการเมื่อทำการแลกเปลี่ยนครุภัณฑ์เรียบร้อยแล้ว จะต้องแจ้งให้หน่วยงานใดทราบ   และแจ้งภายในกี่วัน
ตอบ  แจ้งสำนักงบประมาณและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคแล้วแต่กรณี ทราบภายใน 30 วัน
18. การสั่งซื้อ หรือ สั่งจ้างครั้งหนึ่งนอกจากวิธีพิเศษและวิธีกรณีพิเศษให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่ง และภายในวงเงินดังต่อไปนี้  คือ
ตอบ   รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานพัสดุ ไม่เกิน 50,000,000 บาท
ผู้บังคับการ ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงานที่แยกต่างหาก และได้รับลการจัดสรรงบประมาณไม่เกิน 20,000,000 บาท
รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานพัสดุ ไม่เกิน 12,000,000 บาท
รองผู้บังคับการ หรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงาน และได้รับการจัดสรรงบประมาณ ไม่เกิน 12,000,000 บาท
ผู้กำกับการ ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจ ไม่เกิน 1,000,000 บาท
ผู้กำกับการ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค และได้รับการจัดสรรงบประมาณ ไม่เกิน 1,000,000 บาท
สารวัตรใหญ่ ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจ ไม่เกิน 500,000 บาท
สารวัตร ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจ ไม่เกิน 50,000 บาท
19. การสั่งซื้อหรือสั่งจ้างโดยวิธีพิเศษครั้งหนึ่ง ให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งและภายในวงเงิน ดังต่อไปนี้  คือ
ตอบ  รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานพัสดุ ไม่เกิน 25,000,000 บาท
ผู้บังคับการหรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงาน และได้รับการจัดสรรงบประมาณ ไม่เกิน 8,000,000 บาท
รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานพัสดุ ไม่เกิน 6,000,000 บาท
รองผู้บังคับการ หรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงาน และได้รับการจัดสรรงบประมาณ ไม่เกิน 6,000,000 บาท
ผู้กำกับการ หรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงานและได้รับการจัดสรรงบประมาณไม่เกิน 4,000,000 บาท
ผู้กำกับการ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค และได้รับการจัดสรรงบประมาณ ไม่เกิน4,000,000 บาท
20. การสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง โดยวิธีกรณีพิเศษครั้งหนึ่งให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งและภายในวงเงิน ดังต่อไปนี้   คือ
ตอบ  รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานพัสดุ ไม่เกิน 160,000,000 บาท
ผู้บังคับการหรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงาน และได้รับการจัดสรรงบประมาณ ไม่เกิน 40,000,000 บาท
รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานพัสดุ ไม่เกิน 30,000,000 บาท
รองผู้กำกับการ หรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงาน และได้รับการจัดสรรงบประมาณ ไม่เกิน 30,000,000 บาท
ผู้กำกับการ หรือเทียบเท่า ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจ และได้รับการจัดสรร ไม่เกิน 1,000,000 บาท
ผู้กำกับการ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค และได้รับการจัดสรรงบประมาณ ไม่เกิน1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท)
สารวัตรใหญ่ ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจ และได้รับการจัดสรรงบประมาณไม่เกิน 1,000,000 บาท
สารวัตร ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจ และได้รับการจัดสรรงบประมาณไม่เกิน 500,000 บาท
การจ้างที่ปรึกษา
การสั่งจ้างที่ปรึกษา ครั้งหนึ่ง ให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งและภายในวงเงินดังต่อไปนี้
รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานพัสดุ ไม่เกิน 500,000 บาท
ผู้บังคับการหรือเทียบเท่า ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงาน และได้รับการจัดสรรงบประมาณ ไม่เกิน 200,000 บาท

 

ข้อสอบไทย แหล่งรวมข้อสอบราชการทุกหน่วยงาน ข่าวการเปิดสอบราชการ จากทีมงาน ชีทไทย.คอม